Get Adobe Flash player

พงศาวดารของ พระเจ้าตาก ฉบับชาวบ้าน โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

ต่อไปนี้เป็นบทความของคุณ เปลว สีเงิน ที่ได้ไปกราบนมัสการสถานที่ที่ได้เปิดเผยว่า เป็นที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสวรรคต ได้พบเห็นสภาพเมืองนครฯ และผู้คนหลากหลายจึงได้ สัมโมทนียกถาดังนี้

นครศรีธรรมราช ฟังข้างนอกว่า คนดุ น่ากลัว แต่ไปให้ถึงความเป็นตัวตน "คนนครฯ" แล้ว

น่ารัก-น่าคบหา ในความเป็นคนจริง-ใจถึง ถ้าเข้าถึงความเป็นตัวตนของเขา

นครศรีฯ เป็นจังหวัดวัฒนธรรมแข็ง แฟชั่นสังคมวูบวาบ-ฉาบฉวยภายนอก ยากเข้าครอบงำเปลี่ยนวิถีคนนครฯ

ใครอยู่นครศรีฯ แล้วอดตาย ก็สมควรตาย แสดงว่าขี้เกียจ ไม่เอาไหนจริงๆ!

เพราะเท่าที่เห็น ทั้งอำเภอเมือง ลานสกา พรหมคีรี ท่าศาลา สิชล และอีกเป็นสิบอำเภอ

ทุกตารางแผ่นดินนครศรีฯ บนดิน เป็นเรือกสวน-ไร่-นา ร่มรื่น ครึ้มไปด้วยต้นผลหมากรากไม้นานาชนิด

ในน้ำ เป็นทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา สารพัด-สารพัน ขนาบ-ขนานไปกับ "ทะเล-เรือกสวน-ไร่-นา" ผู้คนดำรงวิถีวัฒนธรรมชาวบ้าน เหนียวแน่น-เคร่งครัด

ใครที่ชอบธรรมชาติ "สังคมวัฒนธรรมถิ่น" ถ้าไม่ไปซอกซอนเพื่อซึมซับความต่างที่ลงตัว "คน-ทะเล-สวน" ที่นครศรีฯ

อย่าเที่ยวคุยเป็นนักเที่ยว สไตล์นักอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นอันขาด!

ต่อไปนี้ ผม ณาฒ สหัชชะ จะบรรเลงต่อครับ

สถานที่สวรรคตของพระเจ้าตาก คือในถ้ำยอดเขามีลำน้ำล้อมรอบ(ชาวบ้านเรียกว่า เกาะขุนพนม) ของวัดเขาขุนพนม อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผมเคยไปร่วมปีนป่ายขึ้นไปที่ถ้ำนี้ ครั้งแรกที่มีการเปิดเผย จากคำบอกเล่าของประขาชนรอบเกาะเขาขุนพนมในสภาพซุบซิบเกรงพระราชภัย(เข้าใจเอาเอง) ว่าพระเจ้าตากมาสวคคตที่ถ้านี้ในสภาพ พระภิกษุ ขุนเขานี้มีคลองใหญ่ล้อมรอบ ตั้งแต่ที่ท่านไปประทับอยู่จนสวรรคต เจ้าเมืองนครฯ คือ เจ้านราสุริยวงศ์(เป็นหลานอาว์ของพระเจ้าตาก) ต้นตระกูล ณ นคร จะมาเยี่ยมพร้อมสะเบีัยงอาหารและข้าทาสบริวาร ผมได้คุยกับชาวบ้าน เขาเล่าลือกันมาอย่างนี้

จึงเล่าได้สั้นๆ แค่นี้่นะครับ

เดินขึ้นบันใดหินสูงมากหลายสิบขั้น เป็นถ้าใหญ่มาก เรียบ กว้างยาว เหมือนท้องพระโรง และมีตั่งเตียงหินดูเหมือนเป็นของธรรมชาติ อยู่ใกลัประตูทางเข้า ที่หัวเตียงมีสถูปผะอบ ขนาดใหญ่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์มีฝาปิดสวยงาม

ในผะอบมีชิ้นกระดูกอยู่เต็ม เข้าใจว่าเป็นบรมอัฐิของพระองค์่ท่าน และด้านข้างหัวตั่ง มีพระพุทธรูปทองคำ 59 องค์ๆ ใหญ่สุดหนักราวสามบาททอง ตั้งเรียงลำดับจนถึง องค์เล็กสุดหนัก ราว หนึ่งสลึง

แต่ละองค์มีพระพักตร์ประพิมพ์ประพายรูปพระเจ้าตากที่พระบรมราชอนุสาวรีย์ ณ วงเวียนใหญ่และที่สนามทุ่งนาเชย อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เป็นที่สุด

หลังจากเรื่องนี้ได้เปิดเผยเป็นทางราชการแล้วสถูปนี้และพระพุทธรูปทองคำ คณะกรมการจังหวัด กรรมการวัด และเจ้าหน้าที่ภัณฑรักษ์ เขต 8 ลงมติเอาไปเก็บที่ตู้พิเศษของวัดขุนพนม ไม่ใส่กุญแจ เพื่อให้มวลมหาประชาชนเข้าไปสักการะ แต่เห็นประจักษ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างที่สุด ที่ไม่เคยมีใครกล้าไปทำมิดีมิร้ายไม่ว่าวิธีใด ๆ เลย

ประกอบกับมีเหตุอัศจรรย์ขึ้น กล่าวคือ วันที่คณะกรรมการลงมติดังกล่าว ท่านอธิบดีศาลภาค แปด เกิดศรัทธาอยากได้พระพุทธรูปองค์เล็กสุดไปเป็นพระเครื่องประจำตัว ขออนุมัติต่อคณะกรรมการ ซึ่งได้รับอนุมัตินำไปได้ โดยลงบันทึกไว้ แต่ในวันรุ่งขั้นท่านอธิบดีเอามาคืน บอกว่า นอนไม่หลับเพราะมีคนเดินบนบ้านแบบกระทืบเท้า ตึงๆๆ ทั้งคืน เกิดกลัว ก็ยกมืออธิษฐานว่า ถ้าเป็นเพราะพระพุทธรูปองค์นี้ ก็จะนำไปคืนในวันพรุ่งนี้ ก็หายไป จึงได้นำมาคืนเรียบร้อย

มีเกร็ดพงศาวดารจากชาวบ้านเพิ่มเติม ดังนี้

เมื่อวันที่พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทำการปราบดาภิเษก ขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าตาก ทรงผนวชอยู่ ณ วัดบางหว้าใหญ่(วัดระฆังโฆษิตาราม) เจ้าหน้าที่ที่จะต้องจับพระเจ้าตาก ได้จับ หลวงอาสาศึก ราชวัลลภของพระเจ้าตาก ซึ่งมีประพิมพ์ประพายคล้ายประเจ้าตาก ไปสำเร็จโทษ ส่วนพระเภิกษุพระเจ้าตาก ได้รับการอัญเชิญลงเรือ ของเจ้าพระยานคร เจ้านราสุริืยวงศ์ หลานอาว์ของพระเจ้าตาก โดยมีบุตรชายของเจ้าเมืองฯ คุมกองเรือมารับ และเดินทางไปเมืองนครศรีธรรมราช ไปพำนัก ณ สถานที่ เขาได้ประกาศเป็นทางการ ณ วันนี้ว่า เป็นสถานสวรรคตของพระเจ้าตากนั่นแหละครับ

และมีเกร็ดเมืองนครศรีธรรมราชอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อจอมพล ป. พิบูลสงคราม เจ้าของโครงการรัฐนิยม มาลานำไทย ได้ออกพระราชกำหนด แบ่งการปกครองออกเป็น เขตและภาค เพื่อป้องกันความแออัดที่จะพึงมีในอนาคต ซึ่งจะยากแก่การปกครอง ป้องกัน จึงได้แบ่งเขตคร่าว ๆ ดังนี้ เช่น

-ให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองของพระเจ้าแผ่นดิน และเป็นเมืองท่าหลวง เพราะนานไปคนมากเข้าจะเกิดทรุดได้

-ให้ยกจังหวัดเพชรบูรณ์ ขึ้นเป็น “นครบาลเพชรบูรณ์” เป็นเมืองหลวงของข้าราชการทั้งประเทศ เพราะบริเวณนี้เป็นที่ดอน ไม่ทรุด และมีน้ำท่าบริบูรณ์ดี

-ให้จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมแห่งชาติ

-ให้จังหวัดพิษณุโลก เป็นศูนย์กลางการทหารแห่งชาติ

-ให้จังหวัดอุบลราชธานี เป็นศูนย์กลางการศึกษาแห่งชาติ (เพราะมีคำพังเพยว่า “อุบลเมืองนักปราชญ์”)

-ให้จังหวัดนครราชสีมา เป็นศุนย์กลางหน่วยพัฒนาประเทศและการกีฬา (เพราะมีคำพังเพยว่า “โคราชเมือง          นักมวย”)

-ให้จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางภาพยนตร์แห่งชาติ เพราะจังหวัดนี้เป็นจังหวัดเดียวในประเทศที่มีภูมิประเทศครบทุกด้าน ทั้งภูเขา น้ำตก ป่าไม้ ทะเลหลวง ทะเลสาป ทุ่งนา ทะเลทราย ไร่ สวน อย่างอุดมสมบูรณ์ เหมาะที่จะทำอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่สุด

-ให้ชานเมืองธนบุรีและนครปฐม ซึ่งเป้นที่ราบกว้างใหญ่ เป็น “พุทธมณฑลบุรี”

แต่ พรก.ฉบัยนี้ไม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร แพ้มติไปเพียง หนึ่งคะแนน

มิฉะนั้น บ้านเมืองเราอาจจะศิวิไลซ์สุดๆ ก็ได้นะครับ

หมายเหตุ.. ผมไม่ได้ค้นจากตำราเล่มใด ผมใช้ความทรงจำจากตอนเด็ก เท่าที่จำได้ ครับ อาจจะมีความบกพร่องไปบ้าง กราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ