Get Adobe Flash player

อาชีพแบบไทยแท้ โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

ถ้อยคำที่ผมจะใช้ในบทควมนี้ บางคำเป็นภาษาไทยแท้แต่ดั้งเดิม มันอาจจะหยาบคาย หรือกระด้างต่อท่านที่เป็นผู้ดี หรือเป็นอารยชน(ที่เข้าใจว่าเป็น) ไปบ้าง แต่ท่านกรุณาจำไว้ว่า เป็นคำที่มาพร้อมกับการสร้างชาติไทยครับ เป็นภาษาของพ่อขุน เทพเจ้าผู้สร้างชาติ จนหลุดพ้นจากอำนาจ “ขอม” (พวกอารยันสายหนึ่งจากอินเดีย) ที่ครอบงำในลุ่มน้ำแถบนี้ จนเป็นชาวสุโขทัย ชาวอยุธยา ชาวกรุงเทพฯ จนมีผู้ดี หรือผู้ที่เจริญแล้ว เขาเป็นกัน ครับ

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว....ถ้อยคำในศิลาจารึกหลักที่สอง ขุดได้จากวัดพระปราง สุโขทัย เป็นพื้นฐานของชาติ

ไทยแดนอุดม ดินดีสมเป็น นา สวน...ถ้อยคำของสำนักวัฒนธรรม เมื่อ พศ 2476 เสริมคำในศิลาจารึก

ตั้งแต่สร้างชาติมาแล้ว ในเมืองของเราน่ามหัศจรรย์ที่พบว่า มีน้ำตามธรรมขาติ เช่น หนอง มาบ บึง บาง อยู่ที่ไหน ที่นั่นก็มีปลาอาศัยอยู่ด้วย เหมือนเป็นมหาสมบัติติดแผ่นดิน นันเลยเชียว

คำที่เรียก “บึง หนอง มาบ” ในภาษาอังกฤษรวมเรียกว่า LAKEภาษาลาตินเรียกว่า LAGOONเมืองไทยได้บัญญัติศัพท์ใหม่เพื่อใช้แปลเทียบกับคำสองคำนี้ว่า “ทะเลสาป” หมายถึง ห้วงน้ำ ที่ถูกสาปให้อยู่เป็นแอ่ง ๆ ไม่ได้ติดต่อกับแหล่งน้ำอื่น ๆ อีกลองมาดูคำแปลภาษาไทยดั้งเดิมสามคำนี้ ดังนี้

บึง แปลว่า ที่ลุ่มกว้างใหญ่มีน้ำขังตลอดปี อาจจะเป็นที่รับแหล่งน้ำอื่นได้ด้วย

หนอง แปลว่า ที่ลุ่มในแผ่นดินอาจจะมีน้ำขังตลอดปี หรือไม่ก็ได้

มาบ แปลว่า ที่ลุ่มลึก ขนาดไม่ใหญ่โต มีน้ำขังตลอดปี อาจจะมีพืชบางอย่างงอกในมาบเป็นประจำ เช่น บัว เป็นต้น

สัตว์น้ำจะมีชุกชุมทุกชนิดก็เฉพาะในบึงเท่านั้น ส่วนหนองและมาบมีเฉพาะปลา ปู หอย เต่า ตะพาบน้ำ เท่านั้น

คำศัพท์ ทะเลสาป มวลมหาประชาชนหาได้สนใจไม่คงเรียกคำเดิม เช่น บึงบอระเพ็ด บึงกาฬ หนองหาญ หนองบัวลำภู หนองจอก มาบอมฤต มาบข่า มาบตาพุด ฯ มาจนบัดนี้

อาชีพของชาวไทยตั้งแต่ต้นมาจนบัดนี้คือ ทำสวน ทำไร่ ทำนา หาปลา เลี้ยงสัตว์ ได้แก่เลี้ยงหมู เลี่ยงไก่ -เป็ด เลี้ยงวัว

การเลี่ยงวัว คือเอาไว้ใช้งานในการทำสวน ไร่ นา เป็นหลัก แต่ช่วงหลัง ๆ ได้เพิ่มมาเป็น อาหาร ด้วย

ต่อมาทางการได้บัญญัติศัพท์ใหม่ให้รวมเรียกอาชีพเหล่านี้เป็นคำเดียวว่า “เกษตรกรรม” ผู้ที่ทำอาชีพนี้เรียกว่า “เกษตรกร” แต่ช่ววบ้าน ๆ ก็ยังเรียกแบบเก่าอยู่จนบัดนี้

การไค คราด นา สวน ไร่ ของผู้ที่ทำอาชีพนี้ที่ทำครบวงจร เป็นภาพชีวิตต่อเนื่อง เป็นศิลปะในการทำงาน ไม่เคร่งเครียด  การใช้แรงงาน วัว ควาย ก็ไม่ทารุณ ไม่เร่งรีบ ไม่ตีวัว ควาย บางรายพูดเพราะเสียด้วย เช่น

เร่งหน่อยลูก เดี๋ยวแดดร้อน จะเหนื่อยมาก ฯ

การทำเกษตรแบบพื้นฐานได้ประโยชน์ต่อเนื่องเช่น วัว ควาย เยี่ยว ขี้ขณะทำงาน ก็ได้ปุ๋ยคอกอินทรีย์ ชีวภาพ ธรรมชาติให้แก่พืชที่กำลังจะลงปลูก มากที่สุด                                                                       การใช้วัวควายช่วยงาน มันเป็นภาพศิลป์ จากศาสตร์อันล้ำลึก ท่านต้องไปยืนดูการทำงานของผู้ทำอาชีพนี้ให้ครบวงจร ท่านจะซาบซึ้งในขบวนการนี้แบบไม่ตั้งใจเลยครับ

ขณะที่วัวควายเดินย่ำพืนดิน ก็ไม่ทำให้ดินแข็ง หรือแน่น ทั้งไม่เป็นการทำลายนิเวศน์ เช่น ไม่ทำให้ “ท่านอธิบดีที่ดิน” คือ ไส้เดือนเดือดร้อน เขาก็อยู่ในรูส่วนที่ไถไม่ถึง รูอันมากมายของ อธิบดี ก็จะเป็นทางระบายน้ำธรรมชาติที่ดีที่สุด

ผิดกับทำแบบใช้รถไถเหล็กไถนา ไร่ สวน นอกจากต้องเสียเงินแพงแล้ว ทำให้ดินแข็งแน่นขึ้น ๆ จนรังแก ท่านอธิบดีจนไม่มีรูใต้ดินเพื่อระบายน้ำได้อีก แล้วน้ำมันที่รั่วซึมจากรถไถ ก็ทำให้ดินแข็งเสียถาวรครับ

ผมเป็นลูกชาวบ้าน ชาวสวน โดยกำเนิด รู้เห็นในการทำอาชีพนี้มาตั้งแต่จำความได้ พ่อสร้างสวนยางและสวนผลไม้ ซึ่งต้องใช้เวลาเป้นสิบปี สวนจึงจะให้ผล ในระหว่างเวลานี้ จะต้องหาประโยชน์ในดินหารายได้ก่อน จึงต้องปลูกพืชไร่ระหว่างร่องสวน ใช้วัวไถดินให้ร่วน แล้วคราด เวลาวัวขึ้ พ่อจะเรียกให้พี่ชายผมซึ่งตอนนั้นอายุประมาณ 10-11 ปี เอาจอบไปเกลี่ยขี้วัวให้ทั่วบริเวณที่ไถเพื่อเป็นปุ๋ย ซึ่งเป็นงานหนักสำหรับเด็ก แต่พี่เขาก็ทำแบบไม่เกี่ยง

พืชไร่ที่ลงและให้ผลจนมีรายได้เลี้ยงครอบครัวของเราได้แก่ พริกขี้หนู(ดีปลี) ถั่วฝักยาว ถั่วลิสง(ถั่วไต้ดิน) ถั่วเขียว แตงกวา แตงร้าน มันหลา(มันเทศ) มันขี้หนู ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักชีโหระพา กะเพรา และใบรา(กรุงเทพฯ ตั้งชื่อใหม่ว่า กระเพราควาย)  เป็นต้น  ส่วนมากแม่ค้าผักจะมาเก็บถึงบ้าน เพราะเขาก็รู้ว่าบ้านเราไม่มีคนงาน

ผมอยากให้รัฐบาล ข้าราชการหันมาสนันสนุนการทำการเกษตรทุกอย่าง ให้หันไปทำเกษตรขั้นพื้นฐานแบบไทย ๆ สนับสนุนให้ทำแบบคงเส้นคงวา เต็มรูป แม่แต่ตอนเกี่ยวข้าว ส่วนตัวหรือลงแขก และคงรูปบันเทิงเช่น ร้องเพลงเกี่ยวข้าวขณะเกี่ยวข้าว ซึ่งไพเราะและสร้างสรรบรรยากาศดีที่สุด ทำให้เป็นระบบ และหาทางให้เป็นการขายบรรยากาศนี้ในรูปแบบการท่องเที่ยว ก็จะเป็นการขายอีกชนิดหนึ่งที่รวมกับอาชีพไทย

ที่สำคัญยิ่งอย่าให้พ่อค้าคนกลางเข้ามากินเกษตรกรจนหมดตัวเหมือนปัจจุบัน ส่งเสริมระบบสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มของ ธกส ให้จริงจัง กว้างขวางเต็มรูปแบบธุรกิจอย่างแท้จริง ก็จะเป็นทุกอย่างให้เกษตรกรยึด ยุด ยืด ชีวิตไปอย่างปลอดภัย และ ร่ำรวยได้

ถ้าเป็นไปได้ ให้ชักชวนประชาชนกลับมาชมละครเรื่อง “ผู้ใหญ่ลี กับนางมา” แบบดูแล้วดูอีก พร้อมทั้งพิมพ์บทละครนี้ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของ คุณกาญจนา นาคนันท์  ออกแจกจ่ายในการนี้ด้วย ในเรื่อง พระเอกคือผู้ใหญ่ลี (แสดงโดย ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ยอดพระเอก) และนางเอกคือ มาลินี (แสดงโดย พลอย เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์) ได้ชักชวนให้ชาวบ้านหันมาทำนาแบบเก่าให้ครบวงจร ทั้งการปักดำ ใส่ปุ๋ย ใช้ยากันแมลง การลงแขกเก็บเกี่ยว  สู้กับนายทุนแผนใหม่ที่ใช้เครื่องจักร เห็นภาพชัดแจ้ง จะช่วยให้คนไทยหันมาเป็นคนไทยๆ ดั้งเดิมได้ดีครับ

คุณกาญจนา นาคนันท์ ได้ประพันธ์นวนิยายเรื่องนี้เพื่อต่อต้าน ระบบการทำนาของรัฐบาลเผด็จการของจอมพล ปหัวหน้าพรรคเสรีมนังคศิลา ที่ส่งเสริมการทำนาแบบใหม่ของนายทุนที่หนุนรัฐบาล จนมีคำสั่งห้ามจำหน่าย และออกคำสั่งว่า เป็นหนังสือ “ต้องห้าม” ด้วยเป็นยุคเดียวกับกลุ่มนักเขียนใหญ่ที่ถูกข้อหา “กบฎวรรณกรรม” ได้แก่กุหลาบ สายประดิษฐ์( ศรีบูรพา)   สุวัฒน์ วรดิลก    สังข์ วัฒโนทัย   สอ เสถบุตร  มานิตย์ วัลลิโภดม ฯ เป็นต้น