Get Adobe Flash player

คนไทยไร้ชาตินิยม โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

เรามักจะยอมรับว่าของเราสู้ของเขาไม่ได้ทั้งๆ ที่ มันเป็นของเราอย่างแท้จริงมาตั้งแต่สร้างชาติ คือภาษาไทยตั้งเดิม เช่นคำ  กู มึง คิง ฮา ข้า เอ็ง เป็นคำที่สื่อแทนตัวกันมานานนับพัน ๆ ปัแล้ว มาคิดรังเกียจ

ว่า หยาบ ไม่สุภาพ ก็ต่อเมื่อเราตกเป็นทาสปัญญาของชาติตะวันตก เลยพาลคิดและเชื่อมั่นว่า

ภาษาของชาติอื่นไพเราะกว่า ทั้งๆ ที่ บางทีมันเป็นคำชาวบ้านธรรมดา ตัวอย่างเช่น

คำว่า เสวย เสด็จ ผทม เพลิง ผสูตร สรง ทรงฯ ที่เขาใช้กันแบบประจำวันพื้น ๆ

เราเอามาใช้เป็นราชาศัพท์ ทั้งๆ ที่มันเป็นคำที่ชาวเขมรเขาพูดกันธรรมดา แม้กระทั่งประชาชนที่อยู่ในตำบลเจ๊ะเห อ.ตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งถูกกวาดต้อนมาจากเขมร สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งมีสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี) ทรงเป็นแม่ทัพใหญ่กวาดต้อนมาเป็นเชลย จึงกลายเป็นคนงาน อยู่ประจำถิ่นตลอดมา เขาก็พูดแบบนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินี ยังทรงขันและแปลกพระทัยมาก

ผมเองเคยไปทำงานที่จังหวัดนี้ จึงได้ซึมซับภาษาเขมรเช่นที่ว่านี้มาด้วยตนเองครับ

คนไทยเรามักจะนิยมชมชื่นของคนอื่น ของตัวเองมองว่าต่ำต้อย ไร้ราคา แม้แต่เมียคนอื่นก็ดูดี ทั้ง ๆ ของตัวเอง ดีกว่าเป็นแม่พระ เป็นนางแก้ว เป็นคู่ร่วมบุญ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่มองข้ามไปหมด

อาหารไทยมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย มีเครื่องยา (herb & spice) ผสมเสมอ แต่เรากลับเริ่มดูถูก

อาหารไทย คนไทยชั้นสูงกำลังนิยมอาหารขยะ(junk food) ที่ทำมาจากเศษเนื้อที่เหลือจากตัดให้หมาแล้ว (เพราะถ้าตัดเนื้อให้หมาที่ติดมัน ก็จะทำให้หมาป่วยได้ง่ายจึงเอาแต่เนื้อล้วน ๆ บรรจุกระป๋อง)

555 ตรงนี้ขอแทรกของสนุกสนานจากคนชั้นวิชาการหนึ้่งเรื่อง กล่าวคือ มีกลุ่มหมอไทยที่สำเร็จแพทยจาก มหาวิทลาลัยแพทยศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์ไปเรียนต่อทาบยอดวิชาการแพทย์์ที่สหรัฐอเมริกา ก็นิยมกินยำเนื้อกันมากมีบางคนถามว่า เนื้อที่ยำเป็นเนื้ออะไร ส่วนไหนจึงอร่อยมาก มีคำตอบว่า เป็นเนื้อกระป๋องตราหมา ก็กินมานานกว่าจะรู้ว่า “เนื้อตราหมา” คืออาหารหมาต่างหาก ก็ได้ ฮา กันถ้วนทั่ว นี่คำบอกเล่าของหมอใหญ่ท่านหนึ่งในกลุ่มซึ่งปัจจุบันมีชื่อเสียงมากในเมืองไทย และติดระดับโลกเสียด้วย (ขอสงวนนามครับ)

เอาเนื้อเหลือจากหมามาบดผสมกัน เป็นอาหารประเภท แฮมเบอร์เกอร์ ฮ็อทดอก ของแม็คโดนอล

เบอร์เกอร์คิง แจ๊คอินเดอะบ๊อก เจเอ๊ฟเค ซึ่งเด็กไทยลูกท่านหลานเธอ นิยมกินเป็นที่สุด เมินอาหารไทยไปเลย

แต่ประเทศที่เขาเจริญแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป หันมานิยมอาหารไทย ข้าวแกง เพราะถือว่าเป็นอาหารที่ช่วยให้อนามัยดี

อาหารฝรั่งที่สะอาดก็มี ปิซซ่า เป็นอาหารอิตาลี

ปัจจุบันสังคมบ้านเรากำลังสร้างโครงสร้างสังคมแบบมักง่าย แบบดิบ ๆ (ไม่มีการกลั่นกรองหรือเจียรไนย)

สังเกตจากผ่านมาทางงานศิลปะ กวี และบทเพลง

แม้แต่เพลงชาติไทยที่แต่งโดยกองทัพบกโดย พ.อ พระเจนดุริยางค์ ซึ่งทรงพลังขลังยิ่งนัก แต่เมื่อปี พ.ศ. 2548 ทักษิณ ตกลงใจจะเปลี่ยนเพลงชาติ และทำนอง โดยทิศทางของ “อากู๋” แกรมมี่(เขาว่ากันว่า แซ่เดียวกันกับก๋งของทักษิณ) ทุนคนหนึ่งของ ทรท(ทรราชย์ไทย)

ฝ่าย “งาบ” บันเทิง จะให้ เบิร์ด ธงไชย ร้องโชว์ออกอาศก่อนจึงจะดำเนินการให้สำเร็จ

แต่ ผบ ทบ และ ผบ สูงสุด ในยุคนั้นไม่ยอม เพราะคนละพวกกัน ตอนนี้ น่าจะ สบม (สบายหมา)

ความที่เห่อแต่ของนอก ของตนเองกลับเมิน ตอนนี้คนไทยที่เป็นไทย มีอาการแทบกระอักเลือดตาย เพราะอะไรหลายอย่างที่เป็นของไทยแท้ๆ กลับถูกคนชาติอื่นนำไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ใน ยูเอ็น เป็นมรดกโลกของตนเองไปเรียบร้อยได้แก่

เพลงไทยเดิม เช่น ลาวดวงเดือน ลาวเจริญศรี ลาวเสี่ยงเทียน ลาวคำหอม ฯ ที่ลงท้ายหรือขึ้นต้นด้วยคำว่า ลาว ถูกชาติลาวนำไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ในมรดกโลกเป็นของตนเองเรียบร้อย เราไม่เคยค้านมาก่อน จึงตกไป

เพลงที่ลงท้ายหรือขั้นต้นด้วยคำ เขมร เช่น เขมรละออองค์ เขมรไทรโยคฯ เขมรจดทะเบียนเีรียบร้อย

แกงเขียวหวาน แกงป่า แกงแดง สหรัฐอเมริกา จดทะเบียนเป็นของเขาเรียบร้อย

ต้มยำทุกประเภท ญี่ปุ่น จดทะเบียนเรียบร้อย

แกงมัสหมั่น แกงแพนง เป็นของมาเลย์เซียไปแล้ว

รัสเซีย ทำเก๋ไปกว่านั้น ได้ประกาศความเป็นเจ้าของ พัทยา และศูนย์โสเภณีโลก เป็นของตนเองไปอย่างโก้เก๋ เสียไม่มีอะไรเทียบ เพราะได้สิทธิการเช่าจาก ไอ้เหลี่ยม เรียบร่อยเช่นกัน

เราน่าจะประกาศให้โก้ไปด้วยในกิจกรรม และพฤติกรรมต่อไปนี้ว่า  “เราขอประกาศด้วยความภาคภูมืใจว่า เราได้ครองความเป็นโรคเอดส์ และ การคอรับชั่นในทุกรูปแบบ เป็นที่หนึ่งในโลก  “ไชโย้”