Get Adobe Flash player

พวกมันควรเป็นมนุษย์ประเภทใด? โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

มนุษย์(สันสกฤต)  มนุสหรือ มนุสโส(บาลี) แปลเหมือนกัน คือ สัตว์ที่สามารถฝึกฝนได้ในทุกรูปแบบ ที่แนยิ่งกว่านั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า มนุส คือ สัตว์ชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถจะปฏิบัติจนไปนิพพานได้ สัตว์ชนิดอื่นตรงกัน้าม มนุสมี 5 จำพวก คือ

1      มนุสเทโว คือ มนุสที่มีจิตสันดานเป็นทิพย์ มีกิเลสเบาบางที่สุด ได้แก่เทวดาทั้งปวง

2      มนุสโส  คนที่มีใจสูงพร้อมที่จะได้รับการฝึกอบรม(ภาวนา)ให้ได้มาซึ่งการหลุดพ้นจากอบายและทุกขฺ์

ทั้งมวลสู่ประตูนิรวาณ(นิพพาน) เหมือนดอกบัวที่พ้นน้ำและปริ่มน้ำพร้อมรับแสงพระอาทิตย์

3      มนุสเนริยโก  คือ คนที่จิตใจต่ำช้าเลวทราม มีบาปโทษอยู่ในกมลสันดานเหมือนสัตว์นรกในอบายภูมิ

4      มนุสเดริฉาโน  คือ คนที่มีจิตใจสันดานเป็นสัตว์ทั่ว ๆ ไป ไม่รู้จักบาปบุญรู้แต่สันชาติญาณ ร้อน เย็น สืบพันธฺ์ หิว กลัวสู้ และปลอดภัย ไม่มีทางที่จะหลุดพ้นจากทุกขฺ์ทั้งมวลได้

5      มนุสเปโต  คือ คนที่มีจิตใจเป็นเปรต หิวกระหายตลอดกาล แต่เสพสิ่ง

ใดไม่ได้ แต่อยากได้ไม่มีทีสิ้นสุด

ปฎิกริยาตอบโต้

คน แปลว่ายุ่ง ปนเป สุมๆ กัน

ดังนั้น เมื่อมนุษย์ คือ คน มันก็เกิดยุ่งเหยิง กระทบกระทั่งกัน ส่วนมากจะเป็นมนุษย์จำพวกที่ 2 เมื่อ

ถูกกระทำให้โกรธจะมีปฏิกริยา(Reaction)เกิดขึ้น ดังนี้

1      Aggression คือ การต่อสู้ รุกราน เอาชนะ เอาดีให้ได้ ด้วยจิตใจมุ่งมั่น

2      Regression  คือ การยอมจำนน กลับหลัง ยอมตามผู้ชนะจะบงการ ในทุกทาง

3      Compensation คือ การทดแทน ชดเชย หรือ การประชดชีวิต ไม่คำนึงถึงผลใด ๆ จะตกได้กับชีิวิต

4      Rationalization คือ ไม่ทำอะไรยึดแต่หลักการไม่รู้ร้อนหนาวหรือ เหตุผลจนเป็นองุ่นเปรี้ยว

หรือที่พูดกันติดปากว่า “เซ็ง” หรือ สำนวนปักษฺ์ใต้ว่า“เจ็ดน้ำไม่เปื่อย”

คนส่วนมากจะเกิดปฏิกริยาตาม 2,4 โดยเฉพาะคนไทย สังเกตการที่นักการเมืองหรือรัฐบาลกดขี่ กลั่นแกล้งกินบ้านกินเมือง ประชาชนไม่เคยโกรธแค้นและทำร้ายกลับเหมือนคนเกาหลี จึงเป็นเหตุที่ทำให้ประเทศชาติไม่พัฒนาไปในทุกๆ ด้าน

ผู้หญิงบางคนเมื่อเสียที เสียตัว เสียทรัพย์หรือเสียชื่อ มักจะทำตัวตามข้อ 3 เลยตามเลย ทำดีไม่ได้ก็อย่าทำมันเสียเลย จึงเป็นเหตุให้มีขบวนการค้าคนเกิดขึ้นในโลกจากคนที่ฉวยโอกาสที่ไร้คุณธรรม

ถ้าจะพิจารณา จากพฤติกรรมของนักการเมืองของไทยในระบบ “ทักษิณาธิปไตย”  ซึ่งยึด อัตตา และระบบประขานิยมเป็นตัวตั้ง นักการเมืองในระบบนี้จะเป็นมนุษย์ประเภทที่ 3 มนุษย์นรก 4 มนุษย์ดิรัจฉานและ 5 มนุษย์เปรด เพราะในนักการเมืองบางคนมีความเลวในสันดานในทุก ๆ ทาง ไม่รู้จักบาปบุญ คุณโทษ ไม่รู้จักนรกสวรรค์ ไม่คำนึงถึงลูกเขา เมียใคร ผัวใคร ปะฉะดะ ทั้งหิวกระหายไปในทุกวิถีทาง

ที่ทักษิณขายชาติ ดำเนินการจนเขาพระวิหารตกได้กับเขมร เพื่อแลกกับสิทธิน้ำมันในอ่่าวไทย ขายสิทธิ์ทางการบันเทิงเรีงรมย์ในพัทยาให้รัสเซีย ยกสามจังหวัดให้ดูไบ และสูบเลือดในเมืองไทยอีกสารพัดวิธี แต่ประชาชนคนไทยรับได้ เพราะคนไทยจะมีปฏิกริยาตอบโต้ ประเภทที่สอง โดยเฉพาะกับเจ้านาย

คนเป่านกหวีดใส่ นางกระบังลม กลายเป็นมันตโทษ ถึงขั้นผิดกฎหมายและบ้านโดนระเบิด

แต่คณะเสื้อแดงท่านรุมกระทืบพระภิกษุในชุดจีวร จนสาหัส จนป่านนี้ยังไม่ได้จับตัวไปลงโทษทั้ง ๆ ที่ มีภาพและชื่อเบ็ดเสร็จ

เอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ที่จาบจ้วงเบื้องสูงอย่างโจ๊งครึ่ม ก็ไปอยู่ดีกินดีภายใตันายยงยุทธ ติยไพรัช คุ้มครอง ออกสังคมอย่างมีความสุข ที่เชียงราย

วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๊ ที่กล่าวจาบจ้วงเบื้องสูงอย่างรุนแรง ก็อยู่ดีกินดีที่ปทุมธานี ท่ามกลางการอารักขาจากผู้มีอำนาจ เพราะกลุ่มเสื้อแดงต่างกล่าวว่า โกตี๊ คือ “ระดับแม่ทัพ” จะต้องมีเกียรติในการครองชีวิต

ยิ่งลัก ฉะเหลิม ริตสีดวง สุระปึ้ง จารุพง ไชเษม (เสียแรงลงทุนเปลี่ยนนามสกุลเป็น นิติสิริ ซึ่งแปลว่า รวมกฎหมาย ซึ่งคงจะเป้น ยำใหญ่ เพราะตีความกฎหมายมั่วไปหมด แต่ถ้าเขียนเป็น นิติศิริ แปลว่า กฎหมายที่ดี ยิ่งหมดรูปเลย) ทำผิดกฎหมายจนศาลมีคำสั่ง คำพิพากษาออกมาแล้ว กลับประกาศไม่ยอมรับคำสั่งศาล

ซ้ำในนามของ ศูนย์รวมสัตว์ ออกคำสั่งเหมือนคำสั่งคณะปฏิวัติ

ห้ามศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาว่า ยิ่งลัก มีความผิดในการย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี (ผมชอบคุณถวิลเป็นพชรแท้ ทองแท้ ที่ไม่กลัวไฟ ทำยังไง ๆ ก็แคร์ ที่สุด คุณถวิล ได้เปลี่ยน สีแดง ธรรมดา เป็น สีเลือดควายชั่ว)

ห้าม ปปช ชี้มูลว่า ยิ่งลักและพวก ทุจริตการรับจำนำข้าว ของชาวนา

ไชโย (สามครั้ง)

ท่านลองพิจารณาดูซิว่า นักการเมืองเหล่านี้เป็นมนุษย์ประเภทไหนที่เหมาะที่สุด

แต่รัฐบาล ปชป. ตอนนายชวน หลีกภัย เป้นนายก ก็ไม่มีผลงาน เพราะ “ยังไม่ได้รับรายงาน”

นายอภิสิด เป็นนายก ตัวเองและคณะก็เอาตัวไม่รอด ทำอะไรๆ ก็ไม่สำเร็จ บังคับใช้กฎหมายไม่ได้สักกรณีเดียว เป็นต้นเหตุ บ้านเมืองไม่มีขื่อแป เพราะมัวแต่ “รอมติกรรมการ?”

อมิตตาพุทธ