Get Adobe Flash player

โรคบกพร่องโดยสุจริต อีกหรือ? โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

โรค "บกพร่องโดยสุจริต" ที่เคยระบาด "ยุคทักษิณ" ท่าจะกลับมาระบาด "ยุคประยุทธ์" นี้อีกครั้ง ก็ไม่รู้นะ?

ก็ดูซี.....เมียพลเอกปรีชา เอาเครื่องบินหลวง-ของหลวง-คนหลวง ไปทำ "ฝายแม่ผ่องพรรณ"   ลูกพลเอกปรีชา เอาบ้านหลวง-น้ำ-ไฟหลวงในค่ายทหาร ตั้งบริษัททำการค้า ประมูลงานกองทัพผิด-ถูก โทษทางกฎหมาย ป.ป.ช.กำลังสอบ   แต่ ผิด-ถูก ทางผลประโยชน์ทับซ้อน ทางธรรมาภิบาล ทั้งพลเอกปรีชา ทั้งรัฐมนตรีกลาโหม รวมถึงนายกฯ โปรดทราบ    สังคมชาติ กำลังรอ โทษทางสำนึก!?    และนี่ เมื่อวาน (๒ ต.ค.๕๙) ข่าวว่อนข่าวสารโซเชียล ว่าเมื่อ ๓๐ กันยา เว็บไซต์สำนักเลขาธิการนายกฯ เผยแพร่เอกสาร

ประกาศราคากลางจัดซื้อจัดจ้าง การรับขนคนโดยสารทางอากาศโดยเครื่องบินพาณิชย์ (การบินไทย)เดินทางในนามรัฐบาล ไปฮอนโนลูลู มลรัฐฮาวาย สหรัฐฯ ระหว่าง ๒๙ ก.ย.-๒ ต.ค.เป็นเงิน ๒๐,๙๕๓,๘๐๐ บาท    อื้อฮือ....ใครล่ะเนี่ย รายการนี้?     เช็กโปรแกรมราชการงานเมือง ที่ไปฮอนโนลูลูในนามรัฐบาลตอนนี้ ก็มีเจ้าเดียว คือ "พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกฯ     ในฐานะ "รัฐมนตรี กห." ไปประชุม "รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน-สหรัฐฯ" ที่ฮาวาย ระหว่าง ๒๙ ก.ย.-๑ ต.ค.

ครับ ถึงใช่ ก็ไม่ผิด.......ที่พลเอกประวิตรจะใช้เงินหลวง ๒๐ กว่าล้าน "เหมาเรือบินทั้งลำ" แทนการโดยสารไปตามปกติ จ่ายตามรายตูดนั่ง     รายการนี้ เฉพาะค่าอาหาร-เครื่องดื่มบนเครื่อง กินเพชรบดแทนข้าว ดื่มน้ำทองคำกลั่นกันหรือไงมิทราบ ตั้ง ๖ แสนกว่าบาท!?     ถามว่าแพงไปมั้ย?     ไม่แพงหรอก เมื่อเทียบกับค่าอาหารมื้อเที่ยงอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพราะคงตอมหน้า-ตอมหลัง ขนไปกันเพียบ       แต่ถ้าถามว่า มันควรมั้ย?       พลเอกประวิตร ท่านคงนึกว่าควรมั้ง

แต่ถ้าถามถึงจริยธรรมสำนึก ความเหมาะสม ความคุ้มค่ากับงาน ภายใต้คำว่า "นุ่งห่มพอสมตัว" ตามฐานะประเทศ     มันควรต้องผลาญหลวงคือ "เลือดเนื้อราษฎร์" ถึง ๒๐ ล้าน ไปกะอีแค่งานวันชิงเปรตมั้ย?

คำตอบ คือ ควร......  ควรคำนึงด้าน "บกพร่องโดยสุจริต" น่ะ!     ก็อดนึกถึงปีที่แล้วไม่ได้ เมื่อ ๒๓ ก.ย. - ๑ ต.ค.๕๘ ที่ "นายกฯ ประยุทธ์" ไปประชุมยูเอ็น ที่นิวยอร์ก จำกันได้มั้ย      ผมจะไม่เล่าเอง แต่จะยกข่าวมติชน เมื่อ ๒๒ ก.ย.๕๘ มาให้อ่าน

"คณะของ พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นเครื่องบินของการบินไทย เที่ยวบินที่ TG642 เวลา 23.50 น.ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะถึงสนามบินนาริตะเวลาประมาณ 08.10 น. หลังจากนั้นจะแวะพักเพื่อรอเวลาเดินทาง    โดยคาดว่าจะออกจากสนามบินนาริตะในเวลา 11.00 น.เพื่อไปยังท่าอากาศยาน จอห์น เอฟ เคนเนดี นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสายการบิน ออล นิปปอน แอร์เวย์ (เอ็นเอช10)   สาเหตุที่ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น เนื่องจากการบินไทยได้มีการทำ Code Sharing กับการบินที่เป็นพันธมิตรในกลุ่ม Star Alliance เพื่อเป็นการลดต้นทุนของการบินไทย     โดยขณะนี้ เส้นทางการบินของการบินไทยที่ไปยังสหรัฐอเมริกา มีไปที่เมืองลอสแองเจลิส เท่านั้น     การเดินทางโดยคณะเดินทางของนายกรัฐมนตรีที่เดินทางไปสหรัฐฯ ครั้งนี้มีเพียง 15 คน การไปต่อเครื่องที่ญี่ปุ่นจึงถือเป็นการประหยัดอีกด้วย"       เนี่ย...ผมอยากให้สังเกต พลเอกประวิตร อดีตเป็นเจ้านาย พลเอกประยุทธ์ อดีตเป็นลูกน้อง

แต่ "ทั้งเยี่ยง-ทั้งอย่าง" ลูกน้องไม่ซึมซับเอาหน่อแนวเจ้านายมาใช้เป็นแบบอย่างเลย   เหมือนน้ำกับน้ำมัน อยู่ด้วยกันได้ก็จริง      แต่ต่างฝ่ายซึมซับเข้ากันไม่ได้!

ที่น่าตามดูมากๆ คือ.......ในความที่ "เข้ากันไม่ได้" แต่กลับสามารถทำงานร่วมกันได้นั้น ปลายทางที่เป็น "บทจบ" มันอยู่ตรงไหน    "เร้าใจ" มากนะ?      หรือนายกฯ ประยุทธ์ ยึดคำสอนพระพุทธองค์เป็นหลัก ที่ตรัสบอกให้มนุษย์พิจารณา-ใคร่ครวญเนืองๆ ว่า

"กัมมะปะฏิสะระโน ยัง กัมมัง กะริสสามิ เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันใดไว้

กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา เป็นกรรมดีก็ตาม เป็นกรรมชั่วก็ตาม     ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามิ เราจักต้องเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น"      ยุคนี้ เป็นยุค "กรรมเช็กบิล"...........ถึงเวลาที่ใครทำกรรมดีไว้ กรรมดีนั้น จะดันก้นขึ้น ใครทำกรรมไม่ดีไว้ กรรมไม่ดีนั้น ก็จะกดหัวลง!    ตาม "กฎกรรม" นี้      ก็ลองตามกันดูซิ ขอยืมตัว พลเอกประวิตร กับ พลเอกปรีชา เป็นตัวอย่างสมมุติ     ว่ากรรมจะดันขึ้น หรือจะกดลง!?    มนุษย์ทุกคน ไม่มีใครหยุดอยู่กับที่ ต่างเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว ๑,๖๐๐ กม./ชม. "ตามแผ่นดิน" ที่เคลื่อนตามแกนโลกด้วยความเร็วนั้น    นี่เป็นกฎ "ความเฉื่อย" ของนิวตัน     ขณะนี้ สังคมโลก สังคมประเทศ และคนไทยส่วนใหญ่ตื่นตัว "ไม่นิ่งอยู่กับที่" ต่างเคลื่อนไปข้างหน้ากับโลก ด้วยความเร็วนั้น     ใครขืน "ยึดอยู่" กับ "ทัศนคติเก่า-ค่านิยมเก่า-อำนาจเก่า-กินแบบเก่า-โกงแบบเก่า"       จะถูกทิ้งเป็น "คนขยะ" อยู่ข้างหลัง!

มาดูเรื่องรัฐธรรมนูญที่ปรับแก้ให้สอดคล้องผลประชามติกันบ้างดีกว่า นักเลือกตั้ง ๒ ขั้วเก่า เห็นชัด เนื้อไม่สน......... แต่กับขี้-กระพี้ แหม รีบคว้าหมับ!     รองนายกฯ วิษณุ พูดด้วยตรรกะแดกดันแท้ๆ ถ้า ๖ เดือนแล้ว ส.ส.ยังเลือกนายกฯ กันไม่ได้ จะใช้ม.๔๔ ยุบสภาฯ แทนที่จะขวยว่า   "แหม...มึงหลอกด่ากูเนียนๆ นะ"!    กลับทึกทักเป็นจริง-เป็นจริง เพ้อเจ้อประชาธิปไตยเป็นคุ้ง-เป็นแคว      ขอถามตรงๆ........  ถ้า ๖ เดือนแล้ว กบยังเลือกนายไม่ได้ มันสมควรโละลงกระทะผัดเผ็ดมั้ยล่ะ?

เรื่องเลือกนายกฯ นั้น พูดตอนนี้ เป็นเรื่องมโนกลางแดดของพวกอดอยากปากแห้งแท้ๆ    สมมุติเปิดสภาฯ แล้ว ๖ เดือน ก็ยังเลือกตัวนายกฯ ไม่ได้จริงๆ ลองตอบตัวเองก่อนเที่ยวไล่งับคนอื่นซิว่า ............นั่นเพราะเหตุใด?

๑.ชาวบ้านสิ้นศรัทธา พรรคเคยได้ ก็ได้ไม่พอใช่มั้ย?

๒.ต้องกวาดรวมหลายพรรคตั้งรัฐบาลใช่มั้ย?

๓.สมมุติรวม ๓ พรรค ก็มีตัวเลือกนายกฯ ๙ คนใช่มั้ย?

๔.ตั้ง ๙ เอา ๑ ยังไม่ได้ แสดงว่าทั้ง ๙ หมาไม่แดกใช่มั้ย?

๕."คนนอก" มี ๔๐-๕๐ ล้าน ไม่จำเป็นต้องประยุทธ์ใช่มั้ย?

๖."พจมาน-พานทอง-พินทา-แพธาร-มารธิดา" ก็ "คนนอก" ใช่มั้ย?

๗.ส.ส.เท่านั้นมีสิทธิ์ "เสนอ-เลือก" แต่เลือกไม่ได้ ต้องด่า ส.ส.ใช่มั้ย?

๘.ในเมื่อเหลือประยุทธ์คนเดียวโด่เด่ แล้ว ส.ส.จะเสนอกันมั้ย?

ก็ยังไม่เสนอ หรือเสนอ ก็เลือกกันไม่ได้อีก............ตัวเองก็ไม่เลือก คนอื่นก็ไม่เลือก แล้วแบบนี้.......จะอยู่ถ่วงประเทศทำหอกอะไรกันล่ะ?     ยุบสภาฯ ยังน้อยไปด้วยซ้ำ พักใช้รัฐธรรมนูญ "หมวดเลือกตั้ง" ไปซัก ๕-๑๐ ปี นั่นแหละ...สม!

สรุป....   ในเมื่อเลือกตั้ง ได้ ส.ส.แบบนี้ จะมีไปทำไมแว้...เลือกตั้ง!?