Get Adobe Flash player

พลังจิตของลูกเสือสุราษฎร์ธานี โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

นี่คื่อ พลังจิตอันยิ่งใหญ่ของ “เมืองคนดี” ที่ได้แสดงออกในวาระอันควรยิ่ง หวังว่า จากน้ำใจเด็ก ๆ เหล่านี้วันนี่ ต่อไปใปในวันหน้าจะต้องมีพลังจิตที่สมบูรณ์พร้อมจะนำพาชาติก้าวไกลให้สมกับพระปณิธานของ “สมเด็จพ่อหลวง” โดยไม่มีที่สิ้นสุด ขอคารวะด้วยใจเต็มตื้นทั้งดวง ครับ

โปรดอ่านและดูภาพประกอบนะครับ

พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรมาตลอด 70 ปีอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงพระองค์ท่าน

เฉกเช่น คณะเยาวชนลูกเสือไทย ในโครงการ "ลูกเสือไทยเดินทางไกลถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย" เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงให้ความสำคัญกับกิจการลูกเสือไทย และทรงเป็นองค์ประมุขของลูกเสือไทยมาอย่างยาวนาน

โดยมีเยาวชน ลูกเสือ เนตรนารี 28 คน จากโรงเรียนรัชประภาวิทยาคม อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ที่สมัครใจเข้าร่วม ออกเดินทางจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา จุดหมายปลายทางที่กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร รวมระยะทางกว่า 735 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 25 วัน

ด.ช.จิรกิตติ์ แพทย์อินทร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนรัชประภาวิทยาคม กล่าวว่า ตนได้สมัครเข้าร่วมโครงการพร้อมกับเพื่อน ๆ รวม 28 คน เดินเท้ามาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างทางก็มีฝนตกหนัก แดดออกเป็นบางส่วน แต่ก็ยังเดินทางไปตามที่ตั้งใจไว้ ถามว่ารู้สึกลำบากหรือไม่ เขากล่าวว่า ถึงแม้จะลำบาก แต่ก็พยายาม นึกถึงพระองค์ท่าน

"ผมคิดว่า ระยะทาง 735 กิโลเมตร เป็นสิ่งยิ่งใหญ่ในตัวกระผม แต่เปรียบเป็นสิ่งเล็กๆ ที่พ่อได้ทรงงานมาแล้ว 70 ปี ที่ไหนทุรกันดาร พ่อเสด็จมาช่วยเหลือ ที่ไหนชาวบ้านเดือดร้อน พ่อเสด็จมาช่วยเหลือ แต่มาบัดนี้ไม่มีพ่อให้ช่วยเหลืออีกแล้ว"

ถามถึงความภาคภูมิใจที่ได้มาถึงตรงจุดนี้ เขากล่าวว่า ภูมิใจมาก เวลาอยู่กับเพื่อนรู้สึกมีความสุข พร้อมกันนี้ เขาตั้งใจไว้ว่า จะทำความดีต่อพระองค์ท่านให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ และฝากประชาชนให้นึกถึงพ่อหลวง เพราะพ่อหลวงไม่เคยบ่นคำว่าท้อ คำว่าเหนื่อยให้ประชาชนได้เห็น

ขณะที่ น.ส.ปัณทิตา ชื่นพระแสง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนรัชประภาวิทยาคม มาในชุดเนตรนารี กล่าวว่า แม้จะเหนื่อยแต่ก็ไม่ท้อ รู้สึกภูมิใจที่เดินมาถึง สิ่งที่ได้รับนอกจากเรื่องสุขภาพทางร่างกายแล้ว ยังได้ความอดทน รวมทั้งได้เพื่อนอีกด้วย

เขากล่าวว่า การที่จะทำความดีถวายพระองค์ ไม่ต้องเดินมาถึงที่นี่ก็ได้ เพียงแค่เราตั้งใจเรียน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอแล้ว

ว่าที่ร้อยเอก ภูพยงค์ คงชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนรัชประภาวิทยาคม ในฐานะเจ้าของโครงการ กล่าวว่า ที่มาที่ไปของโครงการนี้ มาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คือพ่อหลวงของคนไทยทั้งปวง ตนเกิดทันทุกยุคทุกสมัยที่พระองค์ทรงงาน และเห็นพระองค์ทรงงานหนักตลอดชีวิต

"ในโอกาสที่พระองค์เสด็จสวรรคต ผมก็คิดอยู่ว่าจะต้องทำอะไรร่วมกับเด็กๆ ที่เป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ไม่ใช่บอกว่าเรารักในหลวง เรารักพระมหากษัตริย์ เรารักแต่ปาก แต่อยากจะทำอะไรที่เป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับเราทำให้ได้เพื่อพระองค์ท่าน"

เขากล่าวว่า การเดินทางกว่า 700 กิโลเมตร มีอุปสรรคทุกประการ ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจในครั้งแรกๆ ที่เปิดเผยโครงการนี้ หลายคนก็มองไปในแง่ลบว่าเราทรมานเด็กหรือเปล่า ครูบังคับมาหรือไม่ หรือต้องการทำเพื่อหน้าตาของเราหรือไม่ แต่ยืนยันว่าสมัครใจมา ผมรับสมัครแค่ 12 คน แต่เมื่อเปิดรับสมัครปั๊บ วันแรกก็เกินแล้ว ใน 5 นาทีแรกก็เกินแล้ว และผ่านไป 2 วันก็มาเป็น 28 คน

ถามถึงความรู้สึกเมื่อเดินเท้ามาถึงกรุงเทพฯ ได้เป็นผลสำเร็จ เขากล่าวว่า มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ มีความสุข ปลื้มปีติใจที่เราได้ทำหน้าที่แทนคนไทยที่เขาไม่มีโอกาส หรือเขาขาดโอกาสที่จะมาทำเรื่องนี้ได้ ทุกคนที่เดินผ่านมา และรับรู้เรื่องนี้ ฝากความหวังไว้กับคณะของผมและลูกๆ ของผมว่า "ขอให้ทำให้สำเร็จนะ เขาไม่มีโอกาส ขอให้ทำแทนเขาด้วย" อันนี้ผม ลูกๆ และคุณครู ทำสำเร็จแล้วตามปณิธานทุกประการ

"ทุกคนที่ยืนได้ตรงนี้ วันนี้ทำตามหลักคำสอนของพ่อทุกประการ ในเรื่องของความเพียร ความพยายาม ความตั้งมั่น ความศรัทธา"

ถามว่า กิจกรรมนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง เขากล่าวว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไรล้มเหลว ครั้งที่หนึ่ง สอง สาม ลูกๆ คณะทำงานและทีมงานทุกคน ล้มเหลวกันทุกคน ออกเดินวันแรกก็เท้าพังก่อนแล้ว แต่ต้องลุกขึ้นสู้ หาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ เพื่อที่จะพาทีม พาตัวเราไปถึงเป้าหมายให้ได้ เราอาจจะท้อได้ เสียใจได้ แต่เราต้องไม่ท้อถอย ต้องมีศรัทธา

ฝากทิ้งท้ายในวันที่พระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว ประชาชนจะทำอะไรเพื่อพระองค์ท่านได้บ้าง เขากล่าวว่า อยากจะฝากบอกคนไทยทุกคน ทุกวัย ทุกอาชีพว่า ประเทศไทยอยู่ได้เป็นไทยทุกวันนี้ด้วยพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ยุคทุกสมัย วันนี้ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ของเรา ที่เรารักยิ่งสวรรคต เสด็จไปสู่สวรรคาลัย อยากจะให้พวกเราคนไทยหันหน้าเข้ามาทำความดี สามัคคีกัน

"อันไหนที่เราทำกันได้ ไปกันได้ก็ทำ ทำกันไม่ได้ก็อย่าโกรธ ผมไม่อยากเห็นภาพบ้านเมืองที่มันแตกแยก แบ่งกันไปมา ให้ดูเด็กๆ กลุ่มนี้เป็นตัวอย่างว่า เขามาจากเด็กธรรมดา เขามาจากเด็กที่นอนตื่นสาย เรียนก็ติดศูนย์ ติด ร. เป็นธรรมดาเหมือนกับเด็กทั่วไป เล่นเกมเหมือนเด็กทั่วไป แต่เขามีศรัทธา มีความเพียร ตอนมาก็มีการทะเลาะกันมาบ้าง พอเหนื่อยขึ้นมามากๆ ก็ทะเลาะกันมา ก็ลงไม้ลงมือเหมือนกัน แต่เมื่อปรับความเข้าใจกันได้ เขาก็รักกัน"

กิตตินันท์ นาคทอง ... รายงาน
นุสรา อินทร์น้อย, ศุภภร รักษาทรัพย์, พงศ์ธร กิจเจริญยิ่ง ... ภาพ