Get Adobe Flash player

คำตอบของพ่อที่เข้มขลังที่สุด โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

นักข่าวฝรั่งทูลถาม...........

"ท่านคิดว่าพวกคอมมิวนิสต์ จะคิดอย่างไรเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนที่ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนี้ ในแง่ว่า ถ้าไม่มีคอมมิวนิสต์ ทางรัฐบาลและพระองค์ก็คงไม่มาทำโครงการนี้?"

พระองค์ตอบว่า........"ก็ชอบถามแบบนี้ แต่เรื่องนี้ มันเป็นความจริงครึ่งเดียว บางคนอาจพูดว่า พวกเขาคือสาเหตุที่ทำให้เราต้องมาสร้างเขื่อน ถ้าไม่มีพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่เป็นคอมมิวนิสต์ เราก็คงไม่มา บางคนก็อาจพูดว่า โครงการสร้างเขื่อนนี้ คือโครงการปีศาจ ก็แล้วแต่ใครจะพูด ความจริงแล้ว ถ้าไม่มีคอมมิวนิสต์ ประเทศเราก็จะไม่มีปัญหา และเขื่อนนี้ ก็อาจจะทำการก่อสร้างเสร็จไปตั้งนานแล้ว แต่ในเมื่อมีพวกเขาอยู่ที่นั่น เราก็ต้องยอมลำบากมาเยี่ยมเยือน เพราะคนที่ทำงานสร้างเขื่อนนี้ ต้องการการสนับสนุน ต้องการขวัญกำลังใจ"

นักข่าวฝรั่งทูลถามต่อ   "สร้างเขื่อนแล้ว ท่านคิดว่าท่านจะชนะในการต่อสู้ใช่ไหม?"

พระองค์ทรงถามกลับ   "ชนะใคร ต่อสู้กับใคร?"

นักข่าวฝรั่งตอบ "ก็พวกที่กระด้างกระเดื่องและฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์น่ะ"

พ่อหลวงทรงตอบว่า   "เราชนะความอดอยากหิวโหยน่ะสิ เราไม่ได้ต่อสู้กับประชาชน เราต่อสู้กับความอดอยากหิวโหยของประชาชน เราปรารถนาให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น

ถ้าประชาชนเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้น พวกประชาชนอีกฝ่ายที่ท่านเรียกว่า 'พวกกระด้างกระเดื่อง..พวกคอมมิวนิสต์' ก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน ทุกๆ คน ไม่ว่าฝ่ายใด ต่างก็จะมีความสุขทั้งหมด"

นี่คือ "คำตอบ" ว่า...........แท้จริงแล้ว คณะราษฎร เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้ใช้ประชาธิปไตยที่ว่าดีกว่านั้น ต่อสู้เพื่อประโยชน์สุขสังคมชาติ

หรือ..........พระมหากษัตริย์ที่ทรง "ครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" เป็นผู้ต่อสู้เพื่อประโยชน์สุขสังคมชาติ "เห็นเป็นรูปธรรม" แท้จริงกว่า?

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ก็อยากบอกทุกคนว่า พวกเราทุกคนมีบุญ ภายใต้พระมหาบารมีพ่อ ทำให้เราเกิดสัมมาสติ รู้ผิด-รู้ถูก ในสถานการณ์ที่เหมาะสมเมื่อรักสามัคคีเกิดแล้ว เรื่องสีไม่มีแล้ว การจะคืนรักสามัคคีได้กลมเกลียว จงอยู่กับปัจจุบันที่สร้างสรรค์ อย่านำเรื่องเก่ามาเสียดสีกัน!

เรื่องเก่า ........ยกให้เป็นหน้าที่ "กรรมและกฎหมาย" ส่วนเรื่องใหม่ จำคำพ่อหลวงเป็นแนวทางไว้   "ถ้าหากเมืองไทยไม่ใช้ความสามัคคี ไม่เห็นอกเห็นใจกัน ไม่อะลุ้มอล่วยกัน ไม่มีวันที่จะมีชีวิตรอดได้"

จนบัดนี้ พวกเราพสกนิกรของพระองค์ท่าน ย่อมจะนึกภาพออกว่า ตลอดเวลา 70 ปี เราก็จะได้เห็นพระองค์ท่าน เหมือนเกษตรกรคนหนึ่งที่เดินท่อม ๆ ตามนิคมคาม นั่งบนพื้นดิน คุยกับข่าวบ้านในปัญหาการทำมาหากิน หรือในสารทุกข์สุกดิบในทุกประการ ทั้งทรงเดินตากแดดเปรี้ยง ๆ จนเหงื่อไหลโทรมพระวรกาย พระองค์ท่านได้ทรงแก้ปัญหาให้พสกนิกรได้ทั้งหมดไม่มากก็น้อย และท่านได้ทรงมีพระดำริห์และทรงสร้างโครงการเพื่อมวลพสกนิกรไว้กว่า 6000 โตรงการณ์

จะมีพระมหากษัตริย์ของชาติไหน ราชวงศ์ไหน กระทำการได้เยี่ยง “พระมหาราชเจ้า” แห่งเราพระองค์นี้ อีกไหมในชาตินี้.