Get Adobe Flash player

กระจกที่นายกฯ น่าจะนำมาส่อง โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

มี ส.ว. ท่านหนึ่งเขียนในเฟซบุ๊ค เขียนดีจริงๆ เลยขอนำมาแชร์ที่นี่ และอยากให้แชร์ต่อ ๆ ไป เผื่อว่านายกจะได้อ่านบ้าง .....

“ที่นี่ประเทศไทย....เตือนใจตัวเองและคุมสติให้จงดี ท่านนายก ผู้นำ กับ ผู้มีอำนาจ นั้นแตกต่างกัน

เหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 คงทำลายคะแนนเสียงของนายก ให้เป็นขาลงได้อีก พี่โย ไม่บังอาจไปสอนนายก แค่อยากแนะนำในฐานะคนไทยด้วยกัน

นายกออกมาขอโทษ เรื่องเมื่อวานบอกว่าเหนื่อยและเครียดจากงานหนักก็เลยอยากให้นายก เปรียบเทียบสิ่งที่ทำกับสิ่งที่ในหลวงทรงทำ ในหลวงทรงงานหนักมาถึง 70 ปี โดยไม่มีอำนาจในมือมากมายอย่างนายก ปัญหาและอุปสรรคจากงานของในหลวงย่อมต้องหนักกว่านายกมากมายนัก แต่เราไม่เคยเห็นในหลวงตวาดหรือพูดจาไม่ดีกับประชาชนของท่านเลยสักครั้ง

ทั้งๆ ที่ในหลวงเป็นเจ้าของแผ่นดิน แต่พระองค์ท่านกลับนั่งลงกับพื้นค้อมพระองค์ลงฟังปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน ท่านรับฟังทุกปัญหาจดจำข้อมูล แล้วนำมาศึกษาวิเคราะห์ มอบหมายให้องคมนตรีและผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านรับไปแก้ไขหาคำตอบที่ถูกต้อง และดีที่สุดที่ประชาชนยอมรับได้มากที่สุดก่อนจะนำมาบอกและทำสิ่งดีๆ นั้นให้ประชาชน ตลอดพระชนม์ชีพจึงมีแต่คนรักในหลวง

ในหลวงเสด็จที่ไหน จึงมีแต่คนอยากมาเฝ้าอยากมาเล่าปัญหาให้พระองค์ท่านฟัง เพราะเขารู้ว่าในหลวงจะรับฟังปัญหาอย่างตั้งใจและจริงใจที่แก้ไขให้เพราะในหลวงยึดมั่นกับคำกล่าวแรกในการขึ้นครองราชสมบัติว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

การเสด็จเยี่ยมราษฎรของในหลวง จึงต่างกับการทำหน้าที่ในครม.สัญจรของนายก ซึ่งท่านจะฟังแต่ข้อมูลของข้าราชการที่เตรียมการไว้ให้ ในมุมมองด้านเดียวคือ ด้านของคนเป็นผู้ปกครอง พี่โย รู้ว่านายกมีเนื้อแท้ของความเป็นคนดีที่มากกว่าด้านไม่ดี และรักในหลวงยิ่งนัก ดังนั้น ขอจง "หยุด และฟังเสียงของประชาชนก่อน

ท่านต้องให้ประชาชนพูดปัญหาของเขา ไม่ใช่ท่านพูดในสิ่งที่ท่านอยากพูดให้ประชาชนฟัง "จงทบทวนบทบาทฐานะของตัวเองใหม่ หากยึดกระแสพระราชดำรัสของในหลวง และน้อมนำทำเช่นเดียวกัน ท่่านจะบริหารบ้านเมืองได้อย่างสัมฤทธิ์ผล และมีแต่คนรักมีแต่คนให้ความร่วมมือฝ่าฟันเรื่องยากไปด้วยกัน

เมืองไทยเรามาไกลกว่าจะหวนกลับ ไปในยุคทหารเผด็จการครองเมืองแล้วแม้เราจะยังไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ยังหาพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ดีไม่ได้ แต่คนไทยก็ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย หรือไอ้เณรในค่ายทหาร เราคิดได้เรามีอิสระที่จะพูดจะทำตามกรอบกฎหมาย นายกต้องไม่ลืมข้อนี้

ในขณะที่นายกขาดสติก้าวร้าว ใช้อำนาจ ท่านลองมองดูสิ่งที่ พี่ตูน อาทิวราห์ ทำเป้าหมายคือจะแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของชาติ ในมุมที่เขาทำได้ เขาใช้ความรักความอ่อนน้อมถ่อมตน และอ่อนโยนเป็นหลัก เขาอดทนอดกลั้นต่อความยาก ความลำบากและอุปสรรคทั้งหลาย เพื่อให้เป้าหมายสำเร็จผลทำไมเขานำให้คนไทยทุกเชื้อชาติศาสนา มาสามัคคีกันยิ้มได้และมีความสุขร่วมกันได้นายก ไม่จำเป็นต้องก้มตัวไหว้ประชาชนขนาดพี่ตูนหรอกนะ แค่ยิ้มให้มากฟังให้มาก พูดแย่ๆ ให้น้อยลง และอย่าทำงานคนเดียว หาทีมช่วยงานที่เป็นคนดีและคนเก่งอย่าฟังแต่เสียงคนรอบข้างที่เลือกมา เพราะเขาเป็นเพื่อนเป็นลูกน้องที่ตามกันมา ท่านต้องแน่ใจว่าคนที่ท่านเลือกเหล่านี้จะไม่หาประโยชน์ตนมากกว่าประโยชน์ประเทศชาติ

ฝากไว้นะคะท่านนายก การเป็นผู้บริหารย่อมขอโทษได้ แต่ขอโทษพร่ำเพรื่อแล้วไม่แก้ไขเขาเรียกว่า ... “แก้ตัว”

อย่างไรก็ตาม โปรดอย่าไปยึดคำพังเพยโบราณที่ว่า

“คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว คนชั่วชอบทำลาย คนมักง่ายชอบทิ้ง คนจริงชอบกระทำ คนระยำชอบติ” ก็แล้วกัน