Get Adobe Flash player

บทความจาก โลกโซเชียลฯ (ต่อ) ปัญหาขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย..กิตติธัช ชัยประสิทธิ์

Font Size:

นายกิตติธัช ชัยประสิทธิ์ อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kittitouch Chaiprasith ระบุว่า (ต่อจากฉบับที่แล้ว)

5.Anti-Semitic กับการสร้างความเชื่อซึ่งสวนทางความจริงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองคำว่าAnti-Semitic มาจากพวกฝรั่งผิวขาว (ในยุโรป) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ขึ้น 20 ที่มีความคิด "เหยียดเผ่าพันธุ์ Semitic"

-โดยมองว่าเป็นพวกด้อยกว่าตนเอง ถึงขั้นพยายามทึกทักว่า ตนเองสืบสายมาจาก "ชาวอารยัน"ความเป็นจริง ชาวอารยันก็คือ "แขก" นั้นเอง...

-ชาวอารยันอาศัยอยู่ในพื้นที่อิหร่าน และกระจายตัวออกไปทางตะวันออก ไปปกครองอินเดีย ในตะวันตกไปถึงแถบดินแดนกรีกโบราณ ซึ่งทำให้ภาษาและวัฒนธรรมของชาวอารยันถูกเรียกว่า เป็น Indo-European ทำให้ภาษากรีก ละติน และสันสกฤต มีรากคล้ายกัน

-โดยก่อนหน้านี้ ช่วงยุคกลาง พวกฝรั่งพยายามสร้างชุดความเชื่อว่า เผ่าพันธุ์ตนสืบเชื้อสายจาก Japheth ลูกโนอาห์ (อยู่ในคัมภีร์ไบเบิล/โตราห์/อัลกุรอาน)

-เนื่องจากลูกของโนอาห์มี 3 คน คือ Shem, Japhete, Ham โดยตามคัมภีร์นั้น............Ham เข้าไปเห็นโนอาห์เมาและนอนเปลือย จึงไปตามพวกพี่สองคนมา พี่ชายสองคนนั้นก็เดินหันหลัง เพื่อนำผ้าเข้ามาปิดกายให้บิดา และไม่มองบิดาที่กำลังนอนเปลือยอยู่เลย พอโนอาห์ตื่นมาและทราบความจึงชื่นชมส่วนHam นั้น ถูกโนอาห์ด่าและสาปแช่ง

-ในช่วงยุคกลาง พวกฝรั่งในยุโรปที่รับคริสต์ศาสนาจากตะวันออกกลางไป ได้พยายามสร้าง "ชุดความเชื่อ" อันหนึ่ง ว่าเผ่าพันธุ์ของตนสืบเชื้อสายมาจาก Japheteซึ่งเป็นลูกหลานโนอาห์

-โดยเชื่อว่าลูกหลานของ Shem นั้น สืบเชื้อสายต่อมาเป็นชาวยิว/อิสราเอล จึงเป็นที่มาที่เรียกคนตะวันออกกลางว่า Semitie/Semitic People ส่วนพวกที่ "เชื่อว่า" สืบเชื้อสายจาก Japheteนั้น ก็เรียกว่า Japhetite หรือ Japheticส่วนพวกสืบสายทาง Ham ก็ใช้ชื่อว่า Hamite หรือ Hamitic People

-พวกฝรั่งคริสเตียนในยุโรปพยายามที่จะใช้ชุดความเชื่อนี้ โยงว่าตนเกี่ยวข้องกับสายตระกูลโนอาห์ ซึ่งพระเจ้าโปรดปรานและเชื่อมโยงอิสราเอล ที่ประกาศว่าตนเป็น "ชนชาติที่ได้รับการเลือกสรร" มาตลอด

-ขณะเดียวกัน ก็พยายามบอกว่าคนผิวดำในทวีปแอฟริกานั้นเป็นพวกสาย Hamititeซึ่งถูกสาปแช่ง ชุดความเชื่อนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมในการยึดครอง รวมถึงจับคนผิวดำมาเป็นทาสแรงงาน สร้างความร่ำรวยให้ชาวยุโรป

หมายเหตุ: หลังๆ พวก Christian Zionist ในอเมริกา เริ่มทึกทักว่าฝรั่งทั้งหมดทั้งในอเมริกาและยุโรปที่เป็นชาวคริสต์และยิวนั้น เป็นลูกหลานของ Shem

ส่วนคนดำคือ Hamและพวกคนที่เขาอธิบายไม่ได้เช่นคนเอเชีย ก็ให้ไปอยู่ในหมวดของพวก Japhetite แทนพอถึงยุคที่ศาสนาเริ่มเสื่อม ฝรั่งยุโรปพวกนี้ก็เริ่มสร้างชุดความเชื่อว่าตัวเองเป็น "อารยัน" เพื่อทดแทนความเชื่อว่าตนเป็น Japhetite

-ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแค่ไหน คนที่สร้างความเชื่อเพื่อสร้างความชอบธรรมให้เผ่าพันธุ์ตัวเองสูงส่งและพิเศษกว่าคนอื่น ก็หาลูกเล่นมาใช้ได้ตลอด แค่เปลี่ยนคำพูดที่ใช้ก็เท่านั้นเอง

***นอกจากนี้ ยังมีการนำคำ Anti-Semitic มาใช้ในลักษณะผิดไปจากความหมายเดิม

-ซึ่งควรหมายถึงแนวคิดเหยียดชาติพันธุ์คนตะวันออกกลาง โดยฝรั่งชาวยุโรปแต่กลายมาเป็นว่า คำนี้หมายถึง "เหยียดยิว" หรือง่ายๆ ก็คือ พวกยิว Zionist พยายามจะบอกว่า ตนเองเท่านั้นที่เป็นชาว Semiticส่วนพวก Arab หรือใครก็ตามที่อยู่ในแถบนั้น ไม่ใช่ชาว Semitc

"Semitic" สงวนไว้สำหรับชาวยิวผู้น่าสงสารที่ต้องการดินแดนที่พระเจ้ามอบไว้ให้เมื่อ 3,000 กว่าปีที่แล้วกลับคืนมา

ป.ล. คำเหล่านี้ นาง Nikki Harley ผู้แทนอเมริกาประจำสหประชาชาติเพิ่งพูดไปเมื่อต้นเดือนนี้เองนะครับ

ทั้งหมดนี้คือที่มาของ Zionism

และคือเหตุผล ที่ทำไมเราจึงเห็นชาวยิวที่นับถือศาสนายูดายแบบดั้งเดิม ถึงตั้งองค์กร NKUSA ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวของศาสนิกชนยูดาย (Judaism=ศาสนายูดาย) ที่ออกมาต่อต้านพวก Zionism (ลัทธิไซออน)

*** เพราะพวกเขามองเห็นว่าพวก Zionist เป็นพวกงมงาย ตีความศาสนาเพื่อตนเอง ทั้งที่หัวใจคำสอนในศาสนานั้น คือการละเว้นจากบาปและดำเนินชีวิตเที่ยงธรรม ด้วยการรักเพื่อนบ้านของตน ไม่กระทำในสิ่งที่ตนไม่อยากให้ผู้อื่นกระทำต่อตน

***และเยรูซาเลมแห่งใหม่ ตามคำพยากรณ์เป็นสถานที่แห่งจิตวิญญาณ ที่ผู้ประพฤติตนได้ถูกต้องตามครรลองแห่งความชอบธรรมนั้น จะได้กลับคืนไปสู่ดินแดนพันธสัญญาแห่งนั้น

แต่ไม่ใช่การแอบอ้างถึงเยรูซาเลม ทางโลกที่เป็นอาณาจักรทางโลกที่เสื่อมสลายไปแล้ว และนำไปสู่การทำบาปกับเพื่อนพี่น้องชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ ดังปรากฏทุกวันนี้