Get Adobe Flash player

๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ของปีที่แล้วบริเวณรอบโรงพยาบาลศิริราช มีบรรยากาศแบบไหน-อย่างไร?

ก็ใครไหนเล่าจะลืมลง!จากกาลนั้น มีคลิปข่าวหนึ่งที่เห็นว่า "เหมาะสมกับกาลเวลา" เพื่อย้อนความทรงจำคือคลิปข่าว Mr.WillRipley ผู้สื่อข่าว CNN สัมภาษณ์สุภาพสตรีไทยท่านหนึ่ง ซึ่งอยู่ร่วมบรรยากาศเย็นนั้น ที่โรงพยาบาลศิริราชเธอให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ และบอกถึงความรู้สึกคนไทยที่มีต่อในหลวงยามนั้น ทั้งน้ำตา CNN ถ่ายทอดไปทั่วโลก

ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ดูคลิปข่าวนี้ต่อมา เห็นคุณค่ายิ่งนัก จึงได้ทำลงยูทูบเป็นคลิปข่าวที่ถูกเปิดดูมากที่สุดในประเทศในฉับพลัน หญิงสาวคนหนึ่งชื่อ "เดียร์" พลันอันเป็นที่รักของคนไทยทั้งประเทศในพริบตาถึงวันนี้ รู้กันแล้วว่า สุภาพสตรีท่านนั้น คุณเดียร์ คือ

"ภัคชุดา โอวาทวรพร"

เธอจบไบโอเทคโนโลยี จากเอแบค ไปต่อโทที่รัฐไอโอวา สหรัฐฯ อยู่ ๕ ปี ปัจจุบันทำงานองค์กรเอ็นจีโอของอังกฤษในไทย

พักตรงนั้นไว้ก่อน ผมอยากให้ท่านได้ซึมซับอีกแง่มุมหนึ่ง เรียกว่าเบื้องหลังของการให้สัมภาษณ์ CNN ก็ย่อมได้คุณไตรภพ เชิญมาสัมภาษณ์ออกรายการ "ธ สถิตในดวงใจ" ทางช่อง ๓ เมื่อ ๒ พ.ย.๕๙พร้อมคุณอ้อย "นาฏยา ประคองทรัพย์" เพื่อนที่ไปเฝ้าอยู่บริเวณลานโรงพยาบาลศิริราชด้วยกัน เมื่อ ๑๓ ตุลา.เป็นบทสัมภาษณ์ที่ใครจะไม่ค้นนำมาย้อนดูอีกไม่ได้เลย ขออนุญาตนำเนื้อหาจากคำสัมภาษณ์บางช่วงเผยแพร่

(ไตรภพ)-ภาพบรรยากาศที่คุณเห็น ณ ตรงนั้น นาทีนั้น เป็นอย่างไร?

(เดียร์)-เงียบค่ะ มันเงียบมากเป็นสิ่งแรกทำให้เราเข้าใจว่าเงียบงันเป็นอย่างไรมันไม่มีแม้แต่เสียงร้องไห้ คืออาจจะมีเสียงกระซิก แต่ว่าเสียงร้องไห้โฮคือทันทีที่เห็นบรรยากาศนั้น ก็รู้แล้วละว่า...พ่อไม่ได้อยู่กับเราแล้ว

-ทำไมคุณถึงผูกพันกับพระองค์ท่านขนาดนี้?

-เดียร์เนี่ย...เป็นครอบครัวคนจีน อากงมาจากเมืองจีน แล้วคือทุกวันนี้คนในบ้านก็สอนว่า เราต้องรักในหลวงนะ..ในหลวงให้โอกาสแก่เรา

แต่ความที่เราเป็นเด็ก แล้วเราก็ไม่ได้โตมาที่เห็นอะไร เราก็บอกไม่ได้หรอกว่ารักเพราะอะไร แต่จริงๆ แต่แรกเพราะเขาสอนให้เรารัก

แต่พอเดียร์เรียนไบโอเทคปี ๓ ปี ๔ ได้ไปดูที่วังสวนจิตรลดาคือเราก็วาดภาพว่า..คือใครๆ ก็บอกว่า สวนจิตรฯ เนี่ยเป็นบ้านธรรมดาไม่ได้เป็นพระราชวังใหญ่โต

เราก็คิดว่าเป็นแค่บ้านธรรมดาอาจจะมีโครงการนิดหน่อย....เราไม่คิดว่าจะเข้าไปในห้องทดลองที่ใหญ่ที่สุดในโลกทุกที่ที่เราไป....หนูน่ะ ไม่ได้เห็นแม้แต่บ้าน สิ่งที่ได้เห็นน่ะ ทุ่งนาโรงสีข้าว โรงรีดนมวัว แปลงเพาะเนื้อเยื่อ

เห็นทุกอย่าง แต่ไม่ได้เห็นบ้านเลยอ่ะ ต้องบอกว่าในหลวงไม่ได้อยู่ในบ้าน ในหลวงอาศัยอยู่ในห้องทดลองไม่ได้เพื่อใครเลย...เพื่อเราหมดเลย...ไม่ได้ให้กับใครทั้งสิ้นเลยแล้วเดียร์มานั่งคิดว่า ในหลวงเป็นในหลวงนะ มีทุกอย่างขนาดนี้จะอยู่สุขสบายก็ได้ ทำไมต้องมาอยู่ลำบากขนาดนี้ล่ะจะสร้างวังใหญ่ขนาดไหนก็ได้แต่เห็นครั้งนั้นแล้ว เป็นจุดเริ่มต้นให้เราต้องกลับมานั่งดูว่าทรงทำอะไรบ้าง มีโครงการพระราชดำริอะไรบ้าง ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกแบบว่า....ไม่จำเป็นที่พระองค์ท่านจะต้องเหนื่อยเพราะตอนที่เดียร์โตมา ในหลวงก็แก่แล้ว เป็นคุณปู่ คุณตาแล้วเป็นคุณปู่ คุณตา ที่ไม่จำเป็นจะต้องเหนื่อยขนาดนั้นก็ได้ท่านเลยวัยเกษียณแล้ว แต่คำว่าเกษียณยังมาไม่ถึงท่านเลย เพิ่งจะมาถึง

-แล้วได้ทราบข่าวด้วยคำที่ชัดเจนเลย ใครเป็นคนบอกที่พระองค์ท่านสวรรคตแล้ว?

-บอมบ์ (เพื่อนที่ทำงาน) บอมบอกว่า.....พี่เดียร์ เราไม่มีในหลวงแล้วนะ ในหลวงไม่อยู่กับเราแล้วนะ

-พอเราได้ยิน.....?

-โลกมัน...โลกมันโล่งน่ะ มันขาวไปหมดเลย มันสว่าง...มัน..มันโพลนน่ะ มันขาวโพลนไปหมดเลย เดียร์พูดอะไรไม่ได้เลย

-ตอนนั้นโลกมันขาวโพลนไปหมด?

-สำหรับเดียร์ พูดอะไรไม่ออก เหมือนในรอบๆ ตัวมันหยุดทำงานเดียร์คิดอะไรไม่ได้แล้ว ในหัวมันวิ่งแต่...เออ...เราไม่มีพ่อแล้วนะเรา..เรา..ไม่มีพ่อให้กราบแล้วนะ

ก็มีเสียงคนร้องถาม "แถวนี้มีใครพูดภาษาอังกฤษได้บ้างมั้ยคะ?" เดียร์ก็บอกว่าต้องการให้เดียร์ช่วยอะไรบ้าง?

เขาบอกว่าน้องให้สัมภาษณ์ CNN ได้มั้ย บอกไปเลยว่าไม่เอา..ไม่อยากพูด เพราะไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากจะพูดอะไรเลย

-แล้วทำไมได้พูด มีใครมาบอกหรือ? -พี่บอมบ์ พี่อ้อย บอกว่า เจ้...พูดไปเลย เรามีโอกาสบอกไปเลยบอกให้ทั้งโลกรู้ว่าเรามีพ่อที่เจ๋งที่สุดในโลก พี่อ้อยบอกว่าเดียร์พูดเถอะมีโอกาสแล้วเราพูดเลยคำหนึ่งที่อยากบอกให้รู้คือคำที่เราได้ยินตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เมืองนอก เขามักจะมองว่าคนไทยรักในหลวงเพราะในหลวงเป็นพระมหากษัตริย์เรารักในหลวงเพราะเป็นสิ่งที่ปลูกฝังมา แล้วฝรั่งเรียกในหลวงว่า โซล ออฟเนชั่น บ้างคนก็เรียกว่า ลิฟวิ่ง ก๊อด....เป็นเทวดาเดินดินเราอยากบอกให้ทุกคนรู้ว่า...ไม่มันไม่ได้เป็นอะไรที่เป็นนามธรรมขนาดนั้น สำหรับเราในฐานะของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งไม่แม้แต่ได้เคยเห็นเสี้ยวธุลีหนึ่งของในหลวงเลยเราไม่ได้มองในหลวงว่าเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้เพราะทุกสิ่งที่ในหลวงทำมันจับต้องได้สิ่งที่ในหลวงทำทั้งหมด กลับมาย้อนดูมันไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่พ่อแม่ทำให้เรา พ่อทุกคนอยากให้ลูกได้ดีพ่อทุกคนเหนื่อยได้ทุกอย่าง ต้องเข้าใจว่า คนที่มีลูกต้องพยายามทำทุกอย่างตัวเองเหนื่อยไม่ว่า ลูกต้องสบาย ในหลวงทำอย่างนั้นทุกอย่างกับคน ๗๐ ล้านคน

(ไตรภพ)-นั่นคือสิ่งที่คุณอยากบอกชาวโลก?

(เดียร์)-ว่าเราไม่ได้รักพ่อ เพราะว่าเป็นอะไรแบบนั้น เรารักพ่อ....

(ไตรภพ)-เพราะ...........?

(เดียร์)-พ่อรักเรา มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มันสลับซับซ้อน เรารักพ่อ...เพราะพ่อรักเรา

-ความรู้สึกตอนนั้น มันเกิดขึ้นอย่างนั้นเอง?-มันเป็นสิ่งที่อยู่ในความรู้สึก เวลาที่ใครถามถึงในหลวงเดียร์อยากจะบอกว่า ในหลวงเป็นพ่อของแผ่นดิน ในหลวงมีลูก ๗๐ ล้านคน มี ๗๐ล้านปากที่ท่านดูแล แล้วท่านก็อยากให้ ๗๐ ล้านนั้นสบาย-คุณจะถ่ายทอดความรู้สึกนี้ให้คนรุ่นต่อจากคุณมั้ย?-ถ่าย....เราจะบอกว่า เหมือนอย่างที่ใครโพสต์ไว้ แล้วเดียร์ก็ว่าจริงประเทศไทยไม่ใช่ประเทศดีที่สุดในโลก คนไทยไม่ใช่คนที่มีความสุขที่สุดในโลกเราไม่ได้มีเศรษฐกิจที่ดีมากมาย แต่เรามีในหลวงที่เจ๋งที่สุดในโลกเรามีพระเจ้าแผ่นดินที่รักเรามากที่สุดในโลกและก็มีพระเจ้าแผ่นดินที่ทำทุกอย่าง ทุ่มเททุกอย่าง ตลอด ๗๐ ปีพระองค์ไม่เคยผิดสัญญาเลย

สัญญาในวันแรกที่บอกว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม" พระองค์ไม่เคยผิดสัญญาเลยเหนื่อยแค่ไหนก็ไม่เคยผิดสัญญาแล้วเราจะไม่รักคนที่รักเราขนาดนี้ได้อย่างไร

(ไตรภพ)-เดียร์อยากสื่อสารอะไรให้ชาวโลกรู้ ผมอยากให้น้องเดียร์พูดสักนิดถ้าได้?

(เดียร์)-ได้ค่ะ........(เป็นภาษาอังกฤษ)

สำหรับบางคนที่คิดว่า เรารัก "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" เพราะว่าเราถูกล้างสมองเพราะถูกสอนมารุ่นต่อรุ่น แต่ฉันอยากจะบอกว่า เรารักพระองค์ท่านง่ายๆ เลยก็เพราะ พระองค์ท่านรักพวกเราเราไม่ได้รักพระองค์ท่านเพียงเพราะทรงเป็นพระมหากษัตริย์เราไม่ได้รักพระองค์ท่านเพียงเพราะพระองค์ท่านทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติที่บางคนพูดว่าเพราะพระองค์ทรงเป็นเสมือนสมมุติเทพเรารักพระองค์ท่าน เพียงเพราะพระองค์ท่านทำทุกสิ่งเพื่อพวกเราพระองค์ท่านทรงรักพสกนิกรของพระองค์มากที่สุดเสี่ยงแม้กระทั่งชีวิตของพระองค์ท่านเองเพื่อให้เราพบกับความเจริญรุ่งเรืองฉันเข้าใจค่ะว่า พวกคุณบางคนอาจจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ ฉันเข้าใจค่ะว่าที่พวกคุณบางคนไม่ชอบพระองค์ท่าน ฉันเข้าใจพวกคุณค่ะแม้ว่าพวกคุณบางคนจะบอกว่าเกลียดพระองค์ท่าน

แต่ฉันอยากจะบอกว่า.......นี่เป็นความรู้สึกของพวกเราที่มีต่อพระองค์ท่าน และเราจะรู้สึกขอบคุณพวกคุณอย่างมาก หากคุณให้ความเคารพความรู้สึกนี้ของพวกเราค่ะ

แค่นี้แหละค่ะ