Get Adobe Flash player

สงกรานต์ โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

เท่าที่ผมจำได้..... สงกรานต์ เป็นคำมาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า ยก หรือ ย้าย หรือเปลี่ยน เป็นแนวคิด และเป็นความศรัทธา คือ เชื่อถือ ของระบบ “จุลศักราช” ซึ่งเกิดหลังพุทธศักราช 1180 ปี ของชาวมคธ ในอินเดีย แผ่ขยายไปทั่วตามอำนาจการเมือง ลัทธินิยม และ การค้า

ความหมายของคำว่า ยก ย้าย หรือ เปลี่ยน ก็คือวันสงกรานต์

วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี ดาวอาทิตย์ 1 อันเป็นดาวเจ้าเรือนเมษและถือว่าเป็น ราศีโลก ซึ่งเป็น มหาอุจ จะย้ายเข้าเรือน พฤสภ หมดสภาพของความยิ่งใหญ่มหาอุจ เข้าสู่สภาพสามัญวันที่ย้ายจึงถือว่าเป็นวันส่งท้ายปีเก่า และเริ่มต้นปีใหม่

วันที่ 14 เป็นวันเนา คือวันที่ ต่อ หรือ เชื่อม ปีเก่า กับปีใหม่ ในแง่ความเชื่อชองภารต ที่นับถือระบบจุลศักราช จะไม่ทำกิจกรรมใดๆ ในวันนี้ ถือเป็นวันว่าง แต่ในความเชื่อของไทย กลับเรียกว่า เป็น “ว้นเน่า” ไปเลย

วันที่ 15 เมษายน เป็นวันเถลิงศก  เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันนี้ ตามระบบจันทรคติ ถือเป็นต้นปีของปีนักษัตร คือ ชวด ฉลู ชาลฯ นั่นแหละ

เพราะเหตุนี้ ชนชาว จุลศักราช หรือ ศักราชน้อย ก็ยึดถือวันที่สงกรานต์ เป็นวันยิ่งใหญ่ที่สุด ทำพิธีการใหญ่โตเพื่อความสมบูรณ์พูนสุขให้แก่ชีวิตและครอบครัว

เรารับศักราชน้อย นี้มายึดถือและรับประเพณีสงกรานต์มาจากพม่า ซึ่งเข้ายึดครองเชียงใหม่ เมื่อ พศ 1980 เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชตีเชียงใหม่ได้ ก็ได้รับประเพณีนี้เข้ามาโดยปริยาย เมื่อนานเข้าๆ ก็แพร่ขยายไปทั่วอาณาจักร เพราะเป็นพิธีการไม่สลับซับซ้อนใดๆ แถมมีความสนุกสนานด้วยเช่น

พิธีการทางศาสนา การรดน้ำดำหัวให้แก่เจ้านาย บิดามารดา ปูย่า ตายาย และผู้มึพระคุณทั้งหลาย และการละเล่นทุกอย่างที่เกิดสนุกสานกันทั่วหน้า

แต่ระบบเหล่านี้ไม่มีในอาณาจักศิริธรรมนคร หรือ นครศรีธรรมราช เพราะที่นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ศาสนาพุทธหินยานลังกาวงศ์ได้มาประพิษฐาน จึงมั่นใจในระบบนี้ไม่ยอมรับระบอื่น การทำบุญที่สำคัญที่สุดชองระบบนี้ คือ การทำบุญ สารทเดือนสิบ เพราะมีความเชิ่อว่า พระยายมราช ได้เปิดนรกให้ผู้ที่รับทุกข์ได้มารับส่วนบุญที่ลูกหลานญาติมิตร ไดอุทิศให้มาถ้วนหน้า โดยเฉพาะให้บรรดา เปรตทุกระดับให้มารับส่วนบุญนี้ด้วย

จึงมีพิธีการที่เรียกว่า การทำบุญตั้งเปรต คือจะนำอาหารคาวหวาน ขนมนมเนย โดยเฉพาะ “ขนมลาและคันแมร์ (กะละแม) มากเป็นพิเศษ พอทำพิธีเสร็จ พวกเด็กๆ ก็จะวิ่งมาแย่งขนมตั้งเปรตกินอย่างสนุกสนาน

เมื่อ พ.ศ. 2491 รํฐบาลบาลชอง จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศใช้ระบชาตินิยม กำหนดกฎ ระเบียบ ในเรื่องจารีตประเพณีเสียใหม่ โดยอ้างว่า ให้เป็นระเบียบเดียวกัน จะได้ไม่อายฝรั่ง แถมจะให้นานาชาติยอมรับว่า จารีตประเพณีของไทยมีระบบ แบบแผนไม่แพ้ของฝรั่ง เช่น

พิธี จัดงานศพ งานแต่งงาน งานบวชนาค งานขึ้นบ้านใหม่ งานวันเกิดได้วางระเบียบไว้เป็นขั้นตอน กำกับโดยสภาวัฒนธรรมที่สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม(ยุคนั้น) ที่มีท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม (พันธุ์กวี) เป็นประธานสภาฯ หลวงวิจิตรวาทการ เจ้าตำรับในพิธการทุกแบบ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม พิธีเหล่านี้น เจริญงอกงามมาจนปัจจุบันนี้