Get Adobe Flash player

ถวายชีวิตเหนือหัว! “คุณน้ำผึ้ง - ม.ล.สราลี” เด็กซนที่ “พ่อหลวง”ทรงอุ้ม (ต่อ) โดย ผู้จัดการรายวัน 25 พฤศจิกายน 2559

Font Size:

ปลื้มปีติ ครอบครัวถวายงานรับใช้งานใกล้ชิด
       
ความประทับใจและรอยยิ้มของคุณน้ำผึ้งฉายชัดขึ้นเมื่อเล่าถึงครอบครัวที่ได้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่สมัยเสด็จตา พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับทางครอบครัวน้ำผึ้ง ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทมาตั้งแต่สมัยรุ่นเสด็จตา คุณยาย เลย เสด็จตาน้ำผึ้งคือ พระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ท่านเป็นเจ้านายที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงไว้วางพระราชหฤทัย มีอะไรท่านก็จะปรึกษา ตั้งแต่ทรงครองราชย์ใหม่ๆ เลย ส่วนท่านแม่ของน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นพระธิดาองค์โตของเสด็จตาใหญ่ ท่านแม่น้ำผึ้งมาแต่งงานกับคุณพ่อ ซึ่งเป็นพระเชษฐาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งท่านแม่และคุณพ่อ ก็เลยได้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท ตั้งแต่สมัยที่ท่านยังหนุ่มสาวเลย 

ฉะนั้นเวลาพระองค์ท่านเสด็จไปแปรพระราชฐานที่ไหน หรือแม้ในช่วง 14 ตุลาคม 16 ครอบครัวน้ำผึ้งจะไปอยู่กับพระองค์ท่านตลอด พระองค์ท่านเสด็จไหนครอบครัวเราไป พระองค์ท่านเสด็จแปรพระราชฐาน เหนือ ใต้ ออก ตก พวกเราต้องไปหมด ยกเว้นว่าถ้าน้ำผึ้งติดเรียน ก็จะไม่ได้ไป จะได้ไปช่วงวันหยุดเสาร์ -อาทิตย์ หรือปิดเทอม น้ำผึ้งก็จะมีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์ท่านอยู่เรื่อยๆ เพราะคุณพ่อกับท่านแม่ทำงานถวายใต้เบื้องพระยุคลบาท เราจะเห็นการทรงงานของพระองค์ท่านมาตั้งแต่เราเล็กๆเลย ว่าท่านทรงงานยังไง ทรงเหนื่อยยังไง”
       
ลูกหลับ…พ่อตื่น ทรงงานเกินร้อย 

“ตอนที่น้ำผึ้งยังเด็ก เราก็ไปวิ่งเล่นในวังของท่าน เราก็ไม่รู้อะไรหรอก ผู้ใหญ่พามา ดีใจเจอเพื่อน ที่เป็นลูกของข้าราชบริพารในพระองค์ เพื่อนฝูงอายุไล่เลี่ยกันมาเล่นกัน ซน สนุกสนาน ไม่ได้รู้เรื่องหรอกว่าผู้ใหญ่คุยกันเรื่องงาน มีเรื่องซีเรียสที่จะต้องคุยปรึกษา ต้องถวายงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านก็ประทับอยู่ เราก็เห็นว่าผู้ใหญ่เขาอยู่กันทั้งวันทั้งคืน คุยเรื่องงานกัน ไม่ได้คุยเรื่องสนุกเลยนะ เป็นเรื่องงาน เรื่องแผ่นดินทั้งนั้นเลย
       
มีบ้างทีพระองค์ท่านขอเวลาส่วนพระองค์อาจจะสัก 1-2 ชั่วโมง พระองค์ท่านจะไปทรงออกพระกำลัง จากนั้นพระองค์ท่านก็เสด็จฯ มาเสวย และพระองค์ท่านก็ทรงงานต่อ จนดึก ขนาดเราไปนอนแล้ว พระองค์ท่านก็ยังทรงงานต่อ แต่พอเราตื่นมาในตอนเช้า เช้ามาก กลับพบว่าพระองค์ท่านตื่นบรรทมก่อนแล้ว ทั้งๆที่เราก็ตื่นเช้าแล้วนะ เรียกได้เลยว่า ลูกหลับพ่อตื่น ลูกตื่นพ่อก็ตื่นก่อน 

นั่นหมายถึงว่าพระองค์ท่านทรงงานเกินร้อย มีเวลาพักแค่นิดเดียว พระองค์ทรงพักนี่ก็คือไปขอออกกำลังกายเพื่อทรงผ่อนพระอิริยาบถ จากนั้นพระองค์ทรงงานต่อ แม้แต่จะทรงเล่นดนตรีก็อยู่ในช่วง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น พระองค์ท่านบริหารแผ่นดิน ลูก 70 ล้านคน ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ
       
แต่ไม่ว่าพระองค์ท่านจะทรงงานอะไรเพื่อประเทศชาติก็ตาม พระองค์ท่านจะต้องขอความคิดเห็นหารือกับทุกฝ่ายเสมอ ทั้งฝ่ายพลเรือน ข้าราชบริพาร ทหาร ตำรวจ นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าถวายงาน
       
พระองค์ท่านทรงรักประชาชนถึงขนาดนี้ แล้วมีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่รักพระองค์ท่าน พระองค์ท่านทรงทำเพื่อประชาชน พระองค์ท่านทรงรักประชาชน พระองค์ท่านทรงรักลูกของพระองค์ท่านทุกๆ คน เรารักพระองค์ท่านมากๆ เทิดทูนไว้เหนือชีวิต”
       
สุดซาบซึ้ง พระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานอาหาร เรียนฟรี 

“บ้านน้ำผึ้งก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณตั้งแต่สมัยที่บ้านพัง จากปั้นจั่นล้มทับ ตอนที่น้ำผึ้งอายุ 9 ขวบ ก็ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ พระเมตตาของพระองค์ท่าน รู้ว่าเราลำบาก รู้ว่าเราเป็นทุกข์ ตอนนั้นบ้านพังทั้งหลังพระองค์ ท่านพระราชทานอาหารมาให้ที่บ้านทุกมื้อจนถึงปัจจุบันนี้เราก็ยังได้รับประทานอาหารของพระองค์ท่านอยู่ ได้เรียนที่โรงเรียนจิตรลดา จำได้ว่าจ่ายแค่ค่าหนังสือเรียน ข้าวที่โรงเรียนก็ไม่เคยไปหาซื้อ กินข้าววังมาตลอด ข้าวหลวงมาตลอด ตั้งแต่วันที่พระองค์ท่านทรงอุ้มจนมาถึงทุกวันนี้เพราะพระองค์ท่านทุกอย่าง พระบารมีของพระองค์ท่านทุกอย่าง
      
ข้าวแดงแกงร้อนทุกมื้อทุกเม็ด อาหารทุกจาน ก็ของพระองค์ท่านที่พระองค์ท่านทรงพระเมตตาให้พวกเราได้ทาน นอกจากนี้ อาหารทุกเม็ดที่เราทาน เราจะเก็บไว้ในส่วนที่เราทานพออิ่ม และแบ่งอีกส่วนให้ชาวบ้านที่อยู่แถวเทเวศร์ คนจนๆ เขาก็รับไปทานต่อ เท่ากับว่าอาหารของพระองค์ท่าน ที่พระองค์ท่านให้เรา เราก็แบ่งปันให้คนอื่นต่ออีก แล้วคนที่เขามารับคือเป็นคนจนๆทั้งนั้น เขาไม่มีเงินไปซื้อข้าวกิน พระบารมีแผ่ไปตลอดเวลา ทั้งอาหาร การเรียน ทุกอย่าง ชีวิตเราได้จากพระองค์ท่านมาทุกอย่าง”