Get Adobe Flash player

ถวายชีวิตเหนือหัว! “คุณน้ำผึ้ง - ม.ล.สราลี” เด็กซนที่ “พ่อหลวง”ทรงอุ้ม (จบ) โดย ผู้จัดการรายวัน 25 พฤศจิกายน 2559

Font Size:

ขอเป็นกระบอกเสียง...สืบสานพระปณิธาน
ด้วยความที่คุณน้ำผึ้งทำงานในวงการบันเทิง ทั้งเป็นนักแสดง และพิธีกร ทำรายการเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ มีโอกาสได้สัมผัสชาวบ้านในพื้นที่ จึงทำให้ทราบว่า พระองค์ทรงลำบากเพียงใดในการที่จะไปในเส้นทางแต่ละแห่งที่สุดทุรกันดารหลายสิบปีก่อน แต่พระองค์ทรงเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านให้กินดีอยู่ดีขึ้นในทุกที่ที่ยากต่อการเข้าถึง

“น้ำผึ้งทำงานในวงการบันเทิง เป็นนักแสดง ทำรายการทีวี ซึ่งเป็นความตั้งใจของน้ำผึ้งที่อยากจะเป็นสื่อกลางในการที่จะเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงเพื่อเข้าถึงประชาชน หรือชุมชน ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิต และอยากให้ประชาชนซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงเป็นห่วงประชาชน อยากจะให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี บางพื้นที่พระองค์ท่านอาจจะยังไปไม่ถึง เราเป็นข้าพระบาทพระองค์ท่าน อะไรที่เราทำได้เราก็อยากจะทำเพื่อต่อยอดในสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำต่อชุมชนที่เป็นฐานรากในพื้นที่ที่พระองค์ท่านยังไปไม่ถึงพระองค์ ท่านเสด็จไปทุกที่ พระองค์ท่านจะเสด็จโดยเครื่องบินพระที่นั่ง รถไฟ รถพระที่นั่ง รถพังรถเสีย กว่าจะเสด็จไปถึงเชียงใหม่รถเสียกี่ครั้ง

รายการเที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ ตามรอยพระบาทไปหลายที่ ล่าสุด ไปที่ท่าเสด็จ จ.หนองคาย พระองค์ท่านเสด็จมาเพื่อเปิดส่งกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนอุบลรัตน์ที่ จ.ขอนแก่น ให้กับประเทศลาว โดยที่ทางประเทศลาวสามารถนำกระแสไฟฟ้าของประเทศไทยได้ พระองค์ท่านไม่ได้ทรงห่วงใยแค่ประเทศไทยอย่างเดียว ประเทศเพื่อนบ้านพระองค์ท่านก็ช่วยด้วย ทำให้เรียกที่ตรงนั้นว่าท่าเสด็จ มาจากที่พระองค์ท่านได้เสด็จมานั่นเอง” 

ด้วยน้ำพระทัยดุจสายธารพระเมตตาที่ทรงมีต่ออาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ คุณน้ำผึ้งเล่าว่า ได้มีโอกาสไปถ่ายรายการในพื้นที่ห้วยทราย จ.เพชรบุรี ที่เมื่อก่อนเป็นดินดานเพราะปลูกแต่สับปะรด ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด แต่เมื่อพระองค์ทรงเสด็จไปไม่นานนักพื้นที่แห่งนี้เปี่ยมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ทรงพัฒนาผืนดินที่ทำการเกษตรแทบไม่ได้เพราะเป็นดินดาน ด้วยการปลูก “หญ้าแฝก” นอกจากนี้พระองค์ท่านยังพระราชทานที่ทำกินให้ราษฎร และพื้นที่สร้างมัสยิด โดยเฉพาะสมัยก่อนโจรหรือเสือ ซึ่งจะมาคอยระรานชาวบ้านก็หายไปด้วย เพราะพระบารมีพระองค์ท่าน 

“ลุงยูซบ ที่บ้านห้วยทราย จะเรียกในหลวง ร.๙ ว่า พระราชา ลุงยูซบ และชาวบ้านแถวนั้น หากเราไปพูดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้เลยนะ ร้องไห้เลย ลุงยูซบย้อนเล่าเรื่องในอดีตว่า ตอนนั้นเขาทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จมายังพื้นที่ตรงนี้ เขาจึงวิ่งขวางทางรถพระที่นั่ง เจ้าหน้าที่ไล่ให้ออกไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งให้ลุงยูซบมาเข้าเฝ้า ลุงยูซบก็บอกในหลวง ร.๙ ว่า ประชาชนที่นี่ลำบาก เพราะ 1.ไม่มีมัสยิด 2.ถูกเสือ(โจร)มารังควาน จนไม่มีที่ทำกิน 3.พื้นดินทำกินไม่ได้เลย เพราะเป็นดินดาน ท่านก็รับสั่งว่า อีก 3 วัน เดี๋ยวฉันจะมา ลุงยูซบพอได้ยินปุ้บก็ดีใจ ไปบอกชาวบ้านว่า พระราชาจะมาอีก 3 วัน ทุกคนบอกว่าแกฝันเฟื่องไปแล้ว พระราชาก็พูดไปอย่างนั่นแหละว่าจะมา ท่านจะมาทำไม ท่านมีงานเยอะแยะเราก็เป็นชาวบ้านตัวเล็กๆ ท่านคงไม่มาหรอก
       
3 วันผ่านไปพระองค์ท่านเสด็จมาจริงๆ พระองค์ทรงสร้างมัสยิด ทรงออกแบบ วางผัง วางแปลนเองด้วยนะ เชื่อไหม เมื่อเข้าไปในมัสยิดลมเย็น เข้าทุกทาง ร่มเย็นมาก นี่คือเรื่องแรกที่พระองค์ทรงแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน
       
ส่วนเรื่องเสือมารังควานทำให้ไม่มีที่ทำกิน ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องที่ 2 นั้น ลุงยูซบเล่าว่า เสือมักจะมาขู่ชาวบ้านว่า ที่ตรงที่พวกเอ็งปลูกสับปะรดอยู่เนี้ยมันเป็นที่ของข้า พวกแกไม่มีสิทธิ จากนั้นเอาปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า ใครเข้ามา กูจะจัดการ ชาวบ้านก็กลัว ไม่มีที่ทำกิน ปรากฏพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แก้ปัญหาด้วยการพระราชทานที่ดินให้ชาวบ้านทุกคน คนละ 2 ไร่ แต่ห้ามซื้อห้ามขาย ให้อยู่และทำกินตลอดชีวิตชั่วรุ่นลูกรุ่นหลาน พระมหากษัตริย์ให้ประชาชนอยู่ และทำกินอย่างยั่งยืน พอเสือเข้ามาขู่อีก ลุงยูซบไม่กลัวเดินดุ่มๆไปพูดเลยบอกว่า กูไม่กลัวพวกมึงอีกต่อไปแล้ว เพราะที่ตรงนี้พระราชายกให้กูและชาวบ้านทุกคนอยู่และทำกินแล้ว เสือได้ยินดังนั้น ก็กลับกันไปเลยและไม่มาแตะชาวบ้านอีก พระบารมีคุ้มเกล้าคุ้มกระหม่อมชาวบ้านทุกคน 

ส่วนเรื่องสุดท้าย ประชาชนบอกดินดานปลูกอะไรไม่ได้ พระองค์รับสั่งถามตอนนี้ปลูกอะไรกัน ประชาชนบอกปลูกสับปะรด พระองค์บอกสับปะรดทำให้หน้าดินเสีย ต้องพลิกหน้าดินใหม่แล้วต้องปลูกหญ้าแฝก ลุงยูซบปลูกสับปะรดอยู่เอารถมาไถสับปะรดออกหมดเลย ชาวบ้านก็ด่าว่า แกโง่ แกก็บอกว่า ผมไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าพระราชาท่านมา ท่านให้แต่สิ่งที่ดีกับประชาชน ฉะนั้นพระราชาบอกอะไรผมทำแบบนั้น ปลูกหญ้าแฝกอย่างเดียว หลังจากนั้นดินก็ดีขึ้น สามารถปลูกพืชผสมผสาน อาจจะใช้เวลาหน่อย แต่ยั่งยืน ความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้นเพาะปลูกอะไรก็ได้เพราะดินดีมาจนถึงทุกวันนี้"
       
King of Kings 
“ครั้งหนึ่งน้ำผึ้งไปถ่ายทำรายการที่ภูฏาน ไปเจอราษฎรภูฏานสองคน เขาเข้ามาถามน้ำผึ้งว่าเป็นคนประเทศอะไร เราก็บอกว่า เป็นคนไทย ก็ทักทายกัน สักพักเราก็บอกเขาว่า กษัตริย์ของคุณ กษัตริย์จิกมีคนไทยรักนะ เขาพูดขึ้นมาเลย
       
“กษัตริย์ของคุณ ที่สุดแล้ว เหนือกษัตริย์อื่นๆ ยิ่งใหญ่ และเป็นกษัตริย์ที่ดีมาก"

       
ทั้งๆที่เขาก็มีกษัตริย์และเขาก็รู้ว่ากษัตริย์ของเขาดี แต่เขาก็ยังยอมรับกษัตริย์ของเรา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น King of Kings แท้จริง เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต ชาวภูฏานก็ไว้อาลัยถวายพระองค์ท่าน รวมทั้งกษัตริย์จิกมี พระองค์ก็ไว้อาลัยถวายพระองค์ท่าน เราเห็นได้ชัดเลยว่า ทรงเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ กษัตริย์ยังยอมรับกษัตริย์ 

นอกจากนี้ ท่านยังมีพระอัจฉริยะรอบด้าน รู้ลึก รู้จริง พระองค์ท่านทรงศึกษาทุกอย่าง แม้พระองค์ท่านจะทรงมีพระชนมายุเยอะแล้ว แต่คอมพิวเตอร์ที่พวกคุณใช้กัน พระองค์ท่านใช้เป็นหมดนะ เทคโนโลยีทุกอย่างพระองค์ท่านเป็นหมดเลย อะไรมาใหม่พระองค์ท่านศึกษาทุกอย่าง เก่งกว่าเราๆด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นพระองค์ท่านจะมองในสิ่งที่เราคิดไม่ถึงเหรอ ในเรื่องของการทำฝนเทียม โครงการแก้มลิง กังหันชัยพัฒนา หญ้าแฝก พระองค์ท่านมองการณ์ไกล พระองค์ท่านศึกษาหมด เพราะพื้นดินของประเทศไทยในแต่ละพื้นที่มันมีความแตกต่างกัน บางพื้นที่ก็คือดินเค็ม บางพื้นที่ก็ดินเปรี้ยว บางพื้นที่ก็ดินดาน พระองค์ท่านทำยังไง พระองค์ท่านก็ต้องมาศึกษาทดลองในบ้านของพระองค์ท่านเอง นั่นก็คือ “สวนจิตรลดา”

สำหรับน้ำผึ้ง จะชื่นชอบรู้สึกทึ่งในพระอัจฉริยภาพของพระองค์ คือ โครงการฝนหลวง ของพระองค์ท่านมาก พระองค์ท่านคิดได้ยังไง แล้วน้ำเป็นอะไรที่เป็นปัจจัย 4 บางพื้นที่เขาไม่มีน้ำ ชีวิตเขาจะแย่แล้วพืชสวนไร่นาเขาจะไปหมดแล้ว แต่ฝนหลวง ดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ พระองค์ท่านสร้างความร่มเย็น ไกลแค่ไหนพระองค์ท่านก็ไปถึง แผ่พระบารมีความชุ่มช่ำไปให้มีน้ำของพระราชหฤทัยไปถึงให้ชาวบ้านได้มีน้ำในการที่จะทำการเพาะปลูก มีน้ำกิน น้ำใช้ และยังเผยแผ่ไปถึงนานาประเทศที่ซื้อสิทธิบัตรไป ไม่ใช่แค่ในประเทศแต่ไปถึงต่างประเทศ เขายอมรับในสิ่งที่พระองค์ท่านทำเพื่อนำไปใช้ในประเทศเขาเอง”
       
ดังนั้นนอกจากพระองค์ท่านจะทรงเป็น King of Kings แล้ว ตลอดระยะเวลาการครองราชย์กว่า 70 ปี พระบารมีและพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังขจรขจายไปทั่วโลกยิ่งใหญ่สมกับเป็น “King of The Word” 

 

โดย : ผู้จัดการ Lite
เรื่อง : สวิชญา ชมพูพัชร
ภาพ : วรวิทย์ พานิชนันท์
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก: เพจเฟซบุ๊ก คุณน้ำผึ้ง-ม.ล.สราลี กิติยากร