Get Adobe Flash player

ตำนานพญาครุฑ ตอนที่ 2 โดยผู้จัดการรายวัน

Font Size:

ด้วยเหตุนี้ ครุฑจึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า "สุบรรณ" ซึ่งหมายถึง "ขนวิเศษ" และนั่นจึงเป็นที่มาของคำถามที่ว่า ทำไมพระนารายณ์ทรงสุบรรณ
       
เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อมอบน้ำอมฤตไปให้พญานาคแล้ว พระนารายณ์ทรงเน้นย้ำให้รีบฉวยนำกลับมา อย่าให้พวกพญานาคได้ เพราะถ้าได้ดื่มกินแล้วจะยิ่งเหิมเกริม ไม่เกรงกลัวใคร ดังนั้น เมื่อพญานาคไถ่ความเป็นทาสให้แม่ได้แล้ว พระอินทร์จึงขโมยกลับไป พวกพญานาครู้ว่าไม่มีน้ำอมฤตแล้ว มีแต่หยดน้ำค้างตามหญ้าคาจึงใช้ลิ้นเลียกระทัั่งถูกบาดเป็นลิ้นสองแฉก ทำให้ครุฑกับนาคจึงกลายเป็นศัตรูต่อกันตลอดกาล"
       
ทั้งนี้ ตำนานดังกล่าว "ครูมืด" เผยให้ฟังด้วยว่า ครุฑยังมีความเกี่ยวข้องกับคนไทยอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะการถือว่าครุฑเป็นสัญลักษณ์สำคัญเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ของไทยก็มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ด้วยว่าไทยเราได้รับลัทธิเทวราชของอินเดียที่ถือว่าพระมหากษัตริย์คืออวตารของพระนารายณ์
       
ดังนั้น ครุฑซึ่งเป็นผู้มีฤทธิ์มากและเป็นพาหนะของพระนารายณ์จึงนำมาใช้เป็นตราแผ่นดินเรียกว่า "ตราพระครุฑพ่าห์" ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสมัยอยุธยาและสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ส่วนในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ครุฑถูกนำมาใช้เป็นเครื่องหมายประดับบนธงเรียกว่า "ธงมหาราช" ซึ่งจะถูกชักขึ้น ณ ที่ที่พระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับ
       
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ใช้ตราอาร์มแทนตราแผ่นดินในระยะหนึ่ง ต่อมาทรงดำริว่าตราอาร์มมีความเป็นตะวันตกมากเกินไป จึงโปรดเกล้าให้เปลี่ยนมาใช้พระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์อีกครั้งหนึ่ง และมีราชประสงค์ให้ใช้พระครุฑพ่าห์นี้เป็นตราแผ่นดินสืบไป

พระครุฑพ่าห์ยังถูกใช้เป็นตราประจำสถานที่ราชการต่างๆ ของรัฐบาลไทย ใช้พิมพ์บนหัวหนังสือเอกสารทางราชการต่างๆ และเป็นตราประทับของหนังสือที่ออกโดยกรมกองต่างๆ ทั้งนี้บริษัท หรือห้างร้านที่จดทะเบียนตามกฎหมาย เคยติดต่อกับราชสำนัก ประกอบการค้าโดยสุจริต มีความมั่งคง และน่าเชื่อถือ ก็อาจได้รับพระบรมราชานุญาตตราตั้ง หรือตราครุฑพระราชทานประดับไว้ที่ห้างร้านของตนตามแต่จะทรงพระกรุณาเห็นสมควร

หากใครอยากตามรอยพญาครุฑ และพญานาค ระยะทางเพียง 30 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ก็จะถึงนิคมอุตสาหกรรรมบางปู จ.สมุทรปราการ อันเป็นทีตั้งของศูนย์ฝึกอบรมธนาคารธนชาต และ "พิพิธภัณฑ์ครุฑ" ซึ่งนับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกและแห่งเดียวในโลก จัดสร้างขึ้นจากแนวความคิดของผู้บริหารธนาคารธนชาตที่ต้องการส่งผ่านความเคารพและความรู้ในองค์ครุฑที่มีความสำคัญปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งพระเจ้าแผ่นดิน และตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อ ความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อองค์ครุฑ

ปัจจุบันได้รวบรวมองค์ครุฑจากสาขาของธนาคารนครหลวงไทยทั่วประเทศ ซึ่งพบองค์ครุฑเก่าแก่ที่แกะสลักจากไม้สักทั้งสิ้น 40 องค์ องค์แรกคือองค์ที่ประดิษฐานอยู่ที่สาขาราชดำเนิน เป็นองค์ที่แกะสลักจากไม้สักอายุเก่าแก่ ซึ่งยังมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ในปัจจุบันองค์ครุฑจะทำจากไฟเบอร์ ซึ่งมีทั้งเก่าและใหม่ผสมกัน และมีด้วยกันหลากหลายแบบ สะท้อนถึงศิลปะตามพื้นที่ อย่างเช่นองค์ที่เยาวราชก็จะมีหน้าตาที่แสดงถึงความเป็นจีน