Get Adobe Flash player

'อย่ารอใครมาล้างชั่วให้ชาติ' โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

ผมได้อ่านบทความของคุณ “เปลว สีเงิน” ใน นสพ.ไทยโพสต์ ข้างล่างนี้ พลันให้ระลึกถึงคำสอนของ ปรมาจารย์ที่ตรงกันในคุณค่าของชีวิตที่ต้องกระทำ นั่นคือ คำสอนของ

ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ ศาสตราจารย์เสนีย์ ปราโมช  ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช  และ ดร.ธวัช มกรพงศ์ ในประเด็นที่สำคัญยิ่ง กล่าวคือ

ในแต่ละต้นปีการศึกษา ให้คณะกรรมการที่บริหารการศึกษาแห่งชาติ คัดเลือกเด็กที่เรียนเก่ง และมีทัศนคติโดดเด่นต่อส่วนรวม ทั่วประเทศตามจำนวนที่กำหนดไว้ แล้วนำมาส่งให้สถาบันระดับสูงหที่ดำเนินการสอนวิชาการศึกษ า(เพื่อออกไปเป็นครู อาจารย์) ให้การศึกษา อบรม เน้นทางศีลธรรม จริยา จารีตประเพณี วัฒนธรรม กฎระเบียบของสังคม จิตวิทยาในเชิงบริหาร และย้ำถึงอุดมการณ์ของชีวิตเป็นสำคัญ เพราะพอเขาสำเร็จออกมาเขาจะต้องรับภาระสร้างคนให้ชาติเพื่อเป็นผู้นำ ผู้บริหารชาติ และคุ้มครองรักษาชาติให้มั่นคงทั้งในวันนี้ และในอนาคต เพราะถ้าสังคมมั่นคงในหลักดังกล่าว จะไม่มีอำนาจใดมาทำลายได้ เพราะคนในชาติทุกคนร่วมกันเป็นชาติเพียงหนึ่งเดียว

ปัจจุบันการสอบเพื่อเรียนอุดมศึกษาในเชิงวิชาการ คือเรียนครู กลับสอบคัดเลือกหลังสุด ได้คนที่สอบเข้าอะไรไม่ได้มาสอบครู ทุกสถาบันดูแคลนพวกเรียนครูฯ โดยลืมไปว่า ครูทำหน้าที่แทนพ่อ แทนแม่ในการสอนเพื่อการดำรงชีวิต

คิดแล้วน่าอนาถนัก

06 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 00:01 น.    

กรณี "น้องแบม".......... เหมือนหนอนตัวใหญ่ เจาะไชผิวหนังเรียบที่เรียก "ระบบราชการไทย" ออกมาทุกคนเห็น ร้อง อุ้ย...หนอน!ก็แค่นั้น

ทั้ง "ภาครัฐ-ภาคสังคม" ต่างก้มหน้า-ก้มตาหันไปสนใจแต่เรื่องรูตีน-รูมือ รายวันน้อยนักที่จะตระหนักคิด ขนาดหนอนเจาะผิวหนังออกมาให้เห็นอย่างนี้แล้ว "เนื้อใน".........มันไม่กลายเป็น "เนื้อร้าย" จมหนองเน่าเฟะไปทั้งตัวแล้วหรือนั่น?เรื่องนี้ จริงจังทางสาระ จะเกาะกระแสดรามาก็ยาก จะสวมหน้ากากโหนหากินอย่าง "มนุษย์ป้า" ก็ไม่ง่าย

"น.ส.ปณิดา ยศปัญญา" นิสิตปี ๔ สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.)เธอถูก "กลุ่มอธรรม" ยำแน่!ตอนนี้ เรื่องยังร้อน ไม่มีใครกล้าทำหรอก ต่อเมื่อเวลานานไปสังคมก็ลืม ทหารที่ดูแล เขาต้องกลับกรม-กองถึงตอนนั้น น้องแบมอยู่ในสภาพ "คนดีที่โลกลืม" แต่คนในระบบที่ถูกตรวจสอบ และบางอาจารย์ในมหาวิทยาลัเขาไม่ลืม.......และจ้อง "เอาคืน" อยู่!เพราะการเปิดโปงทุจริตในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ขอนแก่นของน้องแบมกับคุณณัฏกานต์ ครั้งนี้ แน่นอน ย่อมมีคนแค้น...........

แค้น เพราะ "น้อมแบม" กล้าหาญ เอาทั้งชีวิตและอนาคตเป็นเดิมพันที่คน "รุ่นเก่า-รุ่นใหม่" นับล้านๆ ไม่มีใครกล้าตอแย "อสัตย์ในระบบราชการ" เท่าเธอมันคือ "หนอน" ที่เธอเจาะผิวหนังให้เห็นมันคลานออกมาฟ้องว่า "เนื้อใน" เน่าหมดแล้ว!

ขณะนี้ ".........คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ" (ป.ป.ท.) ออกปูพรมทั่วทุกจังหวัดข่าวดีของสังคมชาติในข่าวร้ายของคนในระบบราชการ คือสุ่มลงไปตรงไหน เป็นเจอ "ตุกติก" เงินคนจน ตรงนั้น!มันเลยขีด "น่าวิตก" ไปถึงขั้น "สะพรั่นพรึง" ขืนปัดสวะการปฏิรูประบบราชการ

"รอรัฐบาลหน้า".......แล้ว "เช็ดหนอง" ตามอาการ เท่าที่ตาเห็นไปวันๆโดยไม่ผ่าตัด ไม่เค้นหัวฝี ไม่คว้านเนื้อร้าย ไม่รีดหนอง แล้วเอาผ้าก๊อซคลุกเกลือยัดใส่ รักษาเนื้อ-สมานแผล แล้วละก็บ้านเมืองไทย ที่ "ข้างนอกสุกใส-ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง" เวลานี้

พัฒนาด้วยเงินทุนมากเท่าไหร่.......ฉิบหายเร็ว มากเท่านั้น ด้วยกลไกระบบราชการผสมการเมือง "แดกนอก-แดกใน"แล้วดัดจริต "ปราบโกง"!ไม่ว่า "รัฐบาลเลือกตั้ง" หรือ "รัฐบาลเผด็จการ" ต่างกันซักเท่าไหร่ในเรื่องนี้ปากว่าปราบโกง แต่ตาขยิบ (พวกกู) โกง!จะโบ้ยรัฐบาลก่อนก็จนแต้ม เพราะเกิดในยุค "รัฐบาล คสช." นี่เอง

ในสมัย "พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว" เป็นรัฐมนตรี "กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์"แต่ไม่เห็นทุกข์ร้อนด้วยสำนึก "แก้โรคที่สมุฏฐาน" กันซักเท่าไหร่ แค่บำบัดอาการเฉพาะหน้า "เดาสุ่ม-ตรวจสอบ" กันไปเรื่อยๆด้วยทัศนคติ" เดี๋ยวสังคมก็ลืมกันไปเอง"............ลืมเหมือนอีกหลายๆ เรื่อง ที่เก็บไปดอง รวมทั้งเรื่องนาฬิกา เงิน ๓๐๐ ล้าน ยืมเพื่อน!

กระทั้งเรื่องรุกเขาค้อสร้างรีสอร์ตขึ้นต้นเป็นพระเอก หลอกเอาไลก์-เอาแชร์ ลงท้าย ไอ้แฮ่...หลายต่อหลาย ไม่ผิด..ไม่ฟ้อง!?จะปล่อยให้เรื่องโกงกินในระบบราชการเป็นเรื่อง "สามัญประจำชาติ" หรือไง?ที่ผู้บริหารประเทศ ไม่ว่าจากเลือกตั้งหรือเผด็จการ ไม่จริงใจถอนราก-ถอนโคนการทุเลาปัญหาตามอาการอย่างทุกวันนี้ ต้องการส่งสัญญาณให้ประชาชน "ทำใจ"..........ว่าทุจริต-คอร์รัปชัน มันเป็นวัฒนธรรมคู่ชาติ อย่างนั้นใช่มั้ย?เอากันให้ชัด.......คนทั้งชาติจะได้บรรลุ ว่าเรื่อง "ทหารปฏิวัติ" กับเรื่อง "เหลือบฝูงใหม่" เพียงต่างกาล-ต่างสมัยนื้อแท้ "นิทานอีสป" เรื่องเดียวกัน!

กรณีน้องแบม มันฟ้องระบบว่า เอาจริงกันแค่ไหนฟ้อง "ตรงไหน" อยากรู้ใช่มั้ย........อยากรู้ ก็อ่านประโยคที่ "น้องแบม" กลั่นรู้สึกออกมาเป็นคำพูด ที่ไทยโพสต์ลงเป็นข่าววานซืน ตอนหนึ่งว่า

"วันนี้ มีคนมองหนูในหลายมุม โดยเฉพาะใน มมส. ทั้งที่มองว่าเป็นต้นเหตุ จนมีเรื่องต่างๆ และมีผลกระทบกับคนเป็นวงกว้างแต่ส่วนใหญ่ให้กำลังใจว่า หนูนั้นทำถูกต้องแล้วและทำหน้าที่ในการเป็นนิสิต มมส.สถาบันการศึกษาที่หนูรักและผูกพันแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่เพราะสิ่งที่ไม่ถูกต้องและทำผิดกฎหมาย ผู้ที่ทำก็ควรที่จะได้รับโทษและที่สำคัญ การกระทำที่ผ่านมา หนูยืนหยัดชัดเจนในการปกป้องศักดิ์ศรีของ มมส.ปกป้องศักดิ์ศรีของคณาจารย์ ปกป้องศักดิ์ศรีของนิสิต มมส.ทุกคนเพราะเรื่องนี้ มีการให้ข้อมูลกับอาจารย์ที่ปรึกษาและรับรู้กันทั้งภาควิชาและคณะมนุษย์แต่กลับเป็นว่า นิสิตที่ฝึกงาน ๔ คน ถูกสั่งให้ทำผิด ต้องออกมารับผิดเสียเองโดยที่อาจารย์ของเรานั้น ไม่สนใจหรือใส่ใจ หรือรับฟังอะไรแม้แต่น้อย   

สำหรับเรื่องดังกล่าว มีการนำข้อมูลแจ้งกับอาจารย์แล้วตั้งแต่ที่เริ่มส่อไปในทางทุจริตและพบข้อมูลหรือการกระทำดังกล่าว

แต่อาจารย์บอกว่า.......'นิสิตที่ไปฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นนั้นเป็นเด็กเลี้ยงแกะ'

และเมื่อมีอาจารย์ได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ก็ไม่รับฟังนักศึกษา

สั่งให้เรากราบเท้าขอโทษเจ้าหน้าที่ที่ทำผิด และให้เรื่องจบลงไป

แต่ด้วยความเป็นนิสิตที่ร่ำเรียนมาตลอดทั้ง ๔ ปีได้รับการฝึกสอนจากคณาจารย์ที่ให้ยืนยันบนความถูกต้องและสู้เพื่อคนยากคนจนในการเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดี

เรื่องนี้ จึงส่งเรื่องร้องเรียนไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนนำมาสู่การสอบสวนดังกล่าว

เมื่อเจ้าหน้าที่จาก คสช.และ ป.ป.ท.เริ่มลงพื้นที่ และมาสอบปากคำนิสิตในมหาวิทยาลัย

หัวหน้าภาควิชาได้เรียกหนูเข้าไปในห้องเพื่อสอบถามว่า......

'ทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ถ้าจะร้องเรียนทำไมไม่ให้เรียนจบก่อน ทำแบบนี้ทำไมหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบทำอะไรไม่ได้หรอก'

จากนั้น หัวหน้าภาควิชายังได้ใช้มือทุบหลังหนู ๒ครั้งเหมือนจะระบายอารมณ์ ซึ่งหนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทุบตีหนูด้วยทั้งที่เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

ครับ............ผ่านมาจนถึงวันนี้แล้ว กระทรวงศึกษาธิการ ก็ดี ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็ดีบอกให้สังคมได้รู้มั้ย........

อาจารย์ที่ปรึกษาคนนั้น คือใคร?

หัวหน้าภาควิชาคนนั้น คือใคร?

นำสู่กระบวนการสอบสวนสู่จิตสำนึกในความเป็นอาจารย์เป็นจริง-เป็นจังกันขนาดไหน?ถึงขณะนี้ คล้ายระบบ "ปกป้อง-พิทักษ์" ต้นไม้พิษในดงพันธุ์การศึกษา ด้วยซื้อเวลาไปวันๆและ "ทิ้งขว้าง-หมางเมิน" เมล็ดพันธุ์แห่งความดีงาม ด้วยมองว่า เป็นงามประจานเผ่าพันธุ์ไม้พิษ!เป็นไปได้ในดงเพาะปัญญาชนเชียวหรือ...ที่ให้นิสิตที่พิทักษ์ธรรมไปกราบตีนขอโทษคนโกง?   คนปกป้องศักดิ์ศรีของมหาลัย.......ปกป้องศักดิ์ศรีของคณาจารย์ ปกป้องศักดิ์ศรีของนิสิต มมส.ทุกคนรางวัลที่ได้รับ คือ.......

"ถูกทุบ" โทษฐานทำให้มหาลัยวุ่นวาย มหาวิทยาลัยไม่ต้องการให้ทำดี!

อยากให้สังคมสนใจเรื่องนี้ อย่าปล่อยให้เวลากลืนเรื่อง อย่าปล่อยให้น้องแบมต้องสู้เดียวดายในเมื่อรัฐบาลเผด็จการไม่สนใจปฏิรูประบบราชการประชาชน โดย "ชนชาวโซเชียล" นี่แหละ.........

ต้องร่วมพลัง "ล้างชั่ว" ให้ชาติ