Get Adobe Flash player

ถีงยุคเสื่อมขีดสุด โดย ณาฒ สหัชชะ

Font Size:

ประเทศสยาม ก่อตั้งมาจากอำนาจรวมศูนย์ ผู้ใช้อำนาจหรือกุมอำนาจจึงต้องมีจุดยึดที่ให้คุณทั้งผู้ใช้อำนาจและผู้ที่อยู่ใต้อำนาจ ให้ผลร่วมกันบริบูรณ์ ได้แก่

ราชธรรม หรือ ทศพิธราชธรรม  คือ ธรรมสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน หรือผู้ปกครองแผ่นดินที่เป็นคุณสมบัติที่ดี สามารถปกครองแผ่นดินโดยธรรม และยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่ประชาชนจนเกิดความชื่นชมยินดี มี 10 ประการ คือ

1  ทาน คือการให้ทรัพย์สินสิ่งของ

2  ศีล ประพฤติดีงาม

3  ปริจจาคะ ความเสียสละ

4  อาชชวะ ความซื่อตรง

5  มัทวะ ความอ่อนโยน

6  ตบะ ความทรงเดชเผากิเลศตัณหาไม่หมกมุ่นในควาสุขสำราญเฉพาะตน

7  อักโกธะ ความไม่กริ้วโกรธด้วยอารมณ์

8  อวิหิงสา ความไม่ข่มเหงเบียดเบียน

9  ขันติ ความอดทนเข้มแข็งไม่ท้อถอย

10 อวิโรธนะ ความไม่คลาดจากแนวธรรม

พระเจ้าแผ่นดินไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย ที่ก่อตั้งประเทศเป็นต้นมานับพันปีเศษ ทุกองค์ อยู่ในแนวธรรมนี้ มีเพียงองค์เดียวที่ไม่ได้ครองธรรมดังกล่าว คือ พระเจ้าเอกทัศน์ หรือ พระที่นั่งสุริยามรินทร์ หรือ พระเจ้าขี้เรื้อน ทีทำตัวขัดราชธรรมดังกล่าวทุกข้อ หมกมุ่นในอิสสตรี ขอบฟังแต่คำประจบสอพลอ ไม่เคยเห็นค่าของทหารกล้า จนที่สุดก็เสียกรุงให้พม่าครั้งที่ 2 เมื่อ พศ 2310 และตนเองหนีภัยไปอดข้าวตายใต้ต้นจิกในทุ่งนาป่าแขวงเมืองสิงห์

องค์ที่ครองพระองพระองค์ครบบริบูรณ์ที่สุดสิบประการ คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช พระองค์เดียว ซึ่งโลกทั้งโลกได้รับรู้กันทั่ว ขนาดเสด็จสู่สวรรค์แล้วยังมีการจัดงานถวายสักการะกันอยู่ตามวาระสำคัญของชาติ

แต่ใจปัจจุบันการเมืองกำลังนำพาชาติเข้าสู่จุดวิบัติ เพราะนักการเมืองไม่อยู่กับร้องกับรอบ เอาแต่หวังชนะในการเลือกตั้งเท่านั้นสมดังพระราชปณิธานที่ทรงประกาศในวันเฉลิมราชย์ว่า

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ดีงนั้น ผู้นำประเทศในรูปแบบนี้ ก็ไม่แคล้วจาก เสือหิว เข้ามากินชาติดังที่เคยมีมาแล้ว ในระบบ ลดแลกแจกแถม ไงครับ

และในระบบศาสนา ภิกษุสงฆ์”เจ้ากู” ทั้งเล็กทั้งใหญ่กำลังทำลายศาสนากันอย่างสนุกมือในการแสวงหา รับ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นๆ อย่างเป็นกระบวนการ อย่างเปิดเผย แถมมีการแข่งขันกันในทีระหว่างภิกษุด้วยกัน ไม่ยังคิดกันเลย สมกับที่ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านได้เรียกบุคคลห่มเหลืองว่า “จิ้งเหลือง” เพราะศีลธรรมบกพร่อง และครองตัวไม่เป็น “ภิกษุ หรือภิกขุ” ซึ่งแปลว่า ผู้ขอ ขออะไรครับ

ขอ อัฐบริขาร ได้แก่ จีวร สังฆาฎิ สะบง ประคดเอว บาตร มีดโกน เข็มเบ็บผ้า กระบอกกรองน้ำ(จำเป็นเพราะภิกษุตามพุทธบัญญัตเกือบทั้งหมดเป็น ผู้ที่อยู่ในป่า)อรัญญวาสี) ไม่ใช่อยู่ตึกใหญ่มีแอร์คอนดิชั่น ดูทีวี 78 นิ้ว เตียงนอนอย่างดี มีมือถือและ เครื่องอำนวยความสุขสารพัด

แต่เพราะงไปยึดคำที่บัญญัติใหม่ที่มาจากคำศัพท์ “วร แปลว่าวิเศษ ผัน วร เป็น พร และเติมสระอะ แทน จึงต้องยึดสิ่งอำนวยความสุขสบายดังกล่าวมาแล้วเป็นหลักปฏิบัติ ซึ่งไม่เคยมีในไตรปิ ฏก

ทุกอย่างจึงถึงจุดวิบัติขีดสุดแล้ว เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ครับ

ส่งท่ายหนังสือพิมพื เสรีชัย ที่ยุติตัวลง อย่างสงบ และมีเกียรติ ครับ