Get Adobe Flash player

จดหมายน้อยของลุงบ๊อบ โดย : ป. ปัญญาชน

Font Size:

               วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ เผลอนิดเดียวนี่ก็เข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่อีกแล้ว มันอาจเป็นวันแห่งครอบครัว วันแห่งความสุข วันแห่งของขวัญที่เด็กๆและวันแห่งการรอคอยการกลับบ้านของคนในครอบครัวที่ห่างไกลกลับมาเยี่ยมเยียน อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมกันอีกครั้ง ฉลองกันใหญ่โต จนไม่มีที่ว่างสำหรับเจ้าของวันเกิด !...

               เสียงเพลงคริสต์มาสเริ่มได้ยินตามสถานีวิทยุต่างๆตลอด 24 ชั่วโมง ร้านค้าต่างประโคมข่าวหรือโฆษณาขายสินค้ากันอย่างคึกคัก บ้างก็ลดราคากันหั่นแหลก เพื่อเสริมการขายหลังจากซบเซามาตลอดปี บ้างก็ว่าเป็นการโล๊ะสินค้าที่เหลือจากสต๊อก หรือบางคนก็บอกเพื่อจะได้เงินสดมาหมุนเวียนในช่วงต้นปี

               จะเป็นอะไรก็ช่างเถอะ ที่แน่ๆคือมันสามารถสร้างบรรยากาศแห่งความสุขได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้คนต่างก็แย่งชิงกันซื้อของขวัญกันอย่างเอาเป็นเอาตาย บางรายมีการลดราคาเพื่อเรียกความสนใจ ส่วนมากก็ได้ผล ผู้คนก็ไปรอเข้าแถวตั้งแต่มืดค่ำถึงเช้าเพื่อจะได้เข้าไปซื้อเป็นคนแรกๆ คิดไปก็แปลก ทำไมต้องลำบากลำบนกันขนาดนั้น แต่..จะทำอย่างไรได้เมื่อมันกลายเป็นประเพณีไปแล้ว ว่าพอสิ้นปีต้องซื้อของขวัญแจกกันอย่างสะบั้นหั่นแหลก

               และอีกจำนวนไม่น้อยหลังจากจับจ่ายใช้สอยกันจนเพลิน พอต้นปีก็หน้าเหี่ยวไปตามๆกัน เพราะรูดการ์ดกันจนเกินความพอดี แทนที่จะเป็น การให้ทำให้มีความสุข กลับกลายเป็นความทุกข์เพราะเป็นหนี้ท่วมหัว....

               "ลุงบ๊อบๆ คิดอะไรอยู่"

               ลุงบ๊อบวัยชราวัย 93 ปี หันหน้ามามองจากรถวิลแชร์ตัวโปรด

               "อ๋อ..คิดมันไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละบอยเอ๊ย"

               "ลุงอย่าคิดมากเลยนะ เดี๋ยววันนี้มีพวกเด็กๆเขาจะมาเลี้ยงอาหารและร้องเพลงคริสต์มาสให้พวกเราฟังในบ้านพักที่นี่ ลุงเตรียมตัวไว้แล้วกัน ถึงเวลาแล้วผมจะมาเข็นรถพาลุงไปร่วมสนุกสนานกับพวกเราทั้งหมดที่ห้องโถงใหญ่หน้าตึก"

               "ดีจัง อย่างน้อยก็ยังมีคนคิดถึงคนแก่บ้าง อุตส่าห์มาร้องเพลงเลี้ยงอาหารคนชราถึงบ้านพักของเรา แต่..ลุงก็อดคิดถึงลูกๆไม่ได้ ทำไมป่านนี้ยังไม่เห็นมา"

               บอยปลอบใจลุงต่อ

               "พรุ่งนี้คงมาถึงน่ะ ลุงไม่ต้องคิดมากนะ"

               "ไม่คิดได้อย่างไร พรุ่งนี้ก็เป็นวันคริสต์มาสแล้ว แล้วมันทั้งสองคนหายหัวไปไหน ทุกปีมันก็พากันมาเยี่ยมลุงก่อนหนึ่งหรือสองวันเสมอๆ"

               บอยพยาบาลหนุ่มทำหน้าแปลกๆ

               "ผมคิดว่า ปีนี้อากาศมันแปรปรวน เห็นทางทีวี อากาศทางแถบอีสมันหนาวมาก หิมะตกหนักจนหลายแห่งรถราไม่สามารถสัญจรไปไหนมาไหนได้ แม้แต่เครื่องบินก็ไม่สามารถขึ้นบินได้ อาจเป็นเหตุนี้ก็ได้นะ ทำใจดีๆไว้ พรุ่งนี้คงมาถึง"

               ความจริงบอยพยาบาลหนุ่มผู้อยู่ใกล้ชิดลุงบ๊อบ เข้าใจลุงได้อย่างดี เพราะลุงให้ความสนิทสนมรักใคร่เป็นอย่างมาก มีอะไรลุงบ๊อบมักจะพูดคุยให้ฟังเสมอๆ

               ลุงบ๊อบเข้ามาอยู่ที่บ้านพักคนชราหลายปีมาแล้ว จำได้ว่าลุงเคยเล่าให้ฟังว่า ท่านมีลูกสองคนผู้ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ตอนหนุ่มๆนั้นตนเองยากจนมาก แถมเมียรักก็มาจากไปตั้งแต่คลอดลูกคนที่สอง ลุงบ๊อบต้องทำตัวเป็นทั้งพ่อและแม่ คอยเลี้ยงดูลูกทั้งสองด้วยความยากลำบากเหลือเกิน ท่านทุ่มเทความรักความเอาใจใส่อย่างดีเสมอมา

               จนกระทั่งลูกทั้งสองเติบโตมีครอบครัวกันไปหมดแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน ลูกๆทั้งสองถูกย้ายไปทำงานต่างรัฐและต่างก็บอกว่ามีครอบครัวแล้ว ไม่สามารถนำพ่อไปอยู่ด้วยได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะคู่สมรสไม่ชอบ และที่สำคัญมักจะเป็นที่รังเกียจของคนในบ้านเสมอๆ

               ลุงยังเคยเล่าให้ฟังอีกว่า ระหว่างลูกๆยังเป็นเด็กเล็กๆนั้น ท่านต้องทำงานถึงสอง     จ๊อบ กลางวันก็ทำงานเป็นคนงานก่อสร้างแบกหามอย่างหนัก หลังเลิกงานก็ไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารอีกแห่งหนึ่งเพื่อเสริมรายได้เพื่อนำมาเลี้ยงดูลูกทั้งสอง

               เวลาไปทำงานก็ฝากลูกให้คนข้างบ้านช่วยเลี้ยง โดยจ่ายค่าดูแลให้ซึ่งก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากเพื่อนบ้าน จนกระทั่งเด็กๆเติบโตแล้วแยกย้ายกันไปตามวัย เหมือนลูกนกที่พอหัดบินได้ก็บินไปสร้างรังของมันเอง

               ลุงบ๊อบมัวยุ่งอยู่กับงานและเลี้ยงลูกทั้งสองอย่างทะนุถนอม ไม่มีสิ่งใดบกพร่อง จนไม่มีเวลาหาภรรยาใหม่แต่ประการใด

               เมื่อลูกเติบโตออกไปทำงานหารายได้เอง ลุงบ๊อบก็อยู่คนเดียวมาตลอดเป็นเวลาช้านานจนกระทั่งอายุมากเข้าสู่วัยชรา ไม่สามารถทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ก็ไปอาศัยอยู่กับลูกๆบ้าง แต่มันก็มีปัญหาไม่สะดวกใจ จึงได้มาขออยู่ที่นี่ซึ่งเป็นที่พักคนชราของรัฐบาล ตราบจนทุกวันนี้

               ส่วนลูกๆนั้น เท่าที่เห็นนานๆถึงจะมาเยี่ยมเยียนสักครั้ง ทุกครั้งลุงบ๊อบก็ดีใจมากมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที บางครั้งถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความปลาบปลื้มใจ ที่ลูกๆยังคิดถึงท่านอยู่ ลุงบอกว่า

               "โลกนี้ถึงอย่างไรก็ไม่ถึงกับโหดร้ายกับท่านจนเกินไป อย่างน้อยก็ยังมีลูกๆมาเยี่ยมเยียน"

แต่เป็นระยะสั้นๆเท่านั้น แค่วันสองวันก็ต้องกลับไปทำงานต่อ

               เหตุการณ์ก็เป็นอย่างนี้ตลอดมา เท่าที่เห็นลุงบ๊อบก็บ่นบ้างแต่ก็น้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับคนอื่นๆที่พักในตึกนี้ บางคนบ่นเช้าบ่นเย็นจนน่าสงสาร

               คิดๆไป...ประเพณี วัฒนธรรม ของทางตะวันออกหรือชาวเอเชียดีกว่าทางตะวันตกอย่างแน่นอน เคยเห็นลูกๆเอาใจใส่เลี้ยงดูพ่อแม่ของตนอย่างดีและสามารถอยู่ในบ้านเดียวกันได้ มีหลานๆอ่อนน้อมคอยเป็นเพื่อน ทำให้ไม่เหงา เดียวดาย....

               ก่อนที่บอยจะเดินกลับไป ลุงบ๊อบเอ่ยขึ้น

               "มีโทรศัพท์ถึงลุงไหม"

               "ไม่มีครับ หากมีผมจะแจ้งให้ลุงทราบทันทีเลย ลุงไม่ต้องเป็นห่วง"

               "ไม่ห่วงได้อย่างไร ในเมื่อพวกมันก็มาหาเฉพาะวันคริสต์มาสเท่านั้นแหละ หลังจากนั้นก็ยากนักที่จะเห็นหน้ามัน"

               "เออ..แล้วลุงมีญาติมิตรอื่นๆอีกไหม"

               ลุงบ๊อบนิ่งเงียบไปสักครู่

               "ไม่มีดอก ลุงเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ และพ่อแม่ก็จากไปนานแล้ว ทั้งหมดก็มีลูกสองคนนี้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เหงา โดดเดี่ยว เศร้าเหลือเกิน หากคริสต์มาสนี้มันไม่มาเยี่ยม ไม่มาร่วมทานอาหารด้วยกัน"

               บอยถามลุงอีกครั้งก่อนที่จะต้องไปเยี่ยมดูแลห้องอื่น

               "ลุงต้องการอะไรอีกไหม ผมต้องไปทำงานดูแลความเรียบร้อยห้องอื่นแล้ว"

               "เออ...มีอย่างเดียวเท่านั้น หากลูกของลุงมาหรือโทรมาก็ต้องมาบอกด่วนเลยนะ ลุงกำลังคอย และต้องการเห็นมันอีกครั้ง"

               บอยเข็นเจ้ารถวิลแชร์ไปริมหน้าต่าง คลี่ผ้าม่านออกให้เห็นต้นไม้ด้านนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ลุงบ๊อบอยู่คนเดียวในห้องเหมือนทุกวันที่ผ่านมา

               และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ทีมงานจากผู้อารีย์ เตรียมอาหารมาเลี้ยงอย่างมากมาย พร้อมด้วยคณะนักร้องประสานเสียงรวมแล้วประมาณสิบกว่าคน และนำเครื่องดนตรีอีกหลายชิ้นมาด้วย ยกเว้นเปียโนซึ่งที่นี่มีอยู่แล้วที่ห้องโถงรับแขก

               พยาบาลและผู้ช่วยต่างพาผู้สูงอายุออกมารวมกันที่ห้องโถงเพื่อเตรียมฉลองคริสต์มาสกับคณะผู้มาเยี่ยมในโอกาสพิเศษเช่นนี้

               หัวหน้าทีมเริ่มร้องเพลงอย่างไพเราะจนทำให้หลายคนถึงกับน้ำตาซึม บ้างก็ตบมือตบไม้อย่างมีความสุขตามวัย บอยมองไปรอบๆพลางนึกขึ้นมาได้ว่า ลุงบ๊อบหายไปไหน มองไปรอบๆก็ไม่เห็น จึงหันไปถามเพื่อนร่วมงาน แต่ไม่มีใครเห็น

               เมื่อเห็นเช่นนั้นบอยก็รีบเข้าไปดูลุงบ๊อบที่ห้องพัก พลางนึกใจใจว่า "เอ...ทำไมลูกของท่านถึงยังไม่มา หรือว่าเกิดอะไรขึ้น" บอยรีบเดินไปที่ห้องพัก พอเข้าไปในห้องก็เห็นลุงบ๊อบยังนั่งอยู่บนวิลแชร์ที่ตนเคยเข็นท่านไปไว้ริมหน้าต่างที่เดิม พอเดินเข้าไปใกล้ก็ต้องตกใจอย่างมาก

               เพราะลุงนั่งคอตกเอียงไปข้างหนึ่ง หมดลมหายไปใจแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อวานยังคุยกับลุงบ๊อบอยู่เลย ทันใดนั้นก็เห็นจดหมายน้อยของลุงบ๊อบในมือ บอยจึงหยิบมาอ่านดู

               "เมื่อลูกๆยังเล็กๆ พ่อลำบากยากจนมาก แต่พ่อไม่เคยส่งพวกเจ้าไปให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเลี้ยงแทนข้า แต่เมื่อข้าแก่..ทำไมลูกๆถึงให้พ่อมาอยู่บ้านพักคนชรา...??"