Get Adobe Flash player

สุขกันไป..ร้อนใจก็เท่านั้น โดย : ป. ปัญญาชน

Font Size:

                สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม อย่ามัวอาลัย คิดร้อนใจไปเปล่า เกิดมาเป็นคน อดทนเถอะเรา อย่ามัวซมเซา ทุกคนเราทนมัน..โลกคือละคร...อย่าอาวรณ์เลย...           เสียงเพลงสุขกันเถอะเรา...ดังกระหึ่มอย่างสนุกสนานในวงเหล้าที่จับกลุ่มของชาวบ้านในหมู่บ้านมีทั้งหญิงและชาย ช่วยกันร้องคนละคำสองคำตามแบบฉบับสุราพาไป

                ไม่สนใจใครจะเดินผ่านมาหรือต้องรับฟังเพลงที่ประสานกันคนละทิศคนละทาง โทนเสียงก็ตามใจชอบของแต่ละคน บางคนก็ลุกขึ้นเต้นสามช่าอย่างเมามันสนุกสนานตามจังหวะตบของมือและเสียงเคาะถ้วยชามที่อยู่บนโต๊ะยาว....

                เสียงชายคนหนึ่งในวงเหล้าตะโกนบอก

                "ถึงอย่างไรพวกเรามีความสุขกันอย่างสุดเหวี่ยงเนื่องในโอกาสปีใหม่สงกรานต์ไทย มาๆพวกเรามาดื่มให้หายเหนื่อย อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไปเถิด..สนุกกันดีกว่า"

                เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นเสมอๆในแถบนี้ จนเป็นที่ชินชาของชาวบ้านจนแทบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดามาก วันไหนหรืออาทิตย์ไหนไม่มีวงเหล้าถึงจะเป็นเรื่องผิดปกติ...

                คิดไปก็แปลกดี ชาวบ้านสามารถฉลองได้ในทุกโอกาส หรือ อีกนัยหนึ่งหาเรื่องกินเหล้าได้ทุกเทศกาล จนเข้าอันดับโลกทีเดียว

                "ตามสถิติคนไทยดื่มเหล้ามากเข้าอันดับ 5 ของโลก โอ้โฮ...ทำไมมากขนาดนั้น และยังไม่พอเข้าอันดับที่ 3 ของเอเชียด้วย น้องๆของชาวญี่ปุ่นและเกาหลีเท่านั้น

                เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันมากที่สุด รองลงมาเป็นสุราขาว หรือ สุราชุมชน เช่น กระแช่ อุ น้ำตาลเมา สาโท เป็นต้น

                ยิ่งในช่วงปีใหม่สงกรานต์ไทย อุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่ก็เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์  แล้วขับรถ เลยต้องมีรายการเตือนจากราชการเสมอๆ จนได้ชื่อว่าเดือนแห่งอันตรายบนท้องถนน

                ปีที่ผ่านๆมามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเกือบ 1000 ราย บาดเจ็บไป 976 ราย และเสียชีวิต 59 ราย นี่เป็นสถิติในปี 2013"

                ทองแดง หนึ่งในกลุ่มเอ่ยขัดขึ้น

                "โธ่ ลุงโกร่ง อย่ามัวแต่เทศนาอยู่เลย เราก็กินกันในหมู่เพื่อนฝูงของเราเอง ไม่ได้ไปขับรถขับราที่ไหน"

                ลุงโกร่งเป็นผู้ที่ยืนขึ้นแจ้งตัวเลขดังกล่าว และย้ำอีกว่า

                "ไม่ใช่อะไร ข้าเพียงแต่อยากให้พวกเราได้รู้เท่านั้นเอง หากใครเมาหรือไม่เมา หากดื่มสุราแล้วอย่าได้ขับรถ มันอันตราย"

                ทองแดง ยกแก้วขึ้นดื่มพร้อมกับพูดด้วยเสียงอันดังฟังชัดตามแบบฉบับของแกว่า

                "เฮ้อ..เห็นไอ้หมอนั่นไหม ชื่ออะไรไม่รู้ มันพยายามจะเข้ามาร่วมวงกับเรา"

                ลุงโกร่งหันไปมอง

                "อ๋อไอ้สมชายนั่นเอง มันอยู่ทาวเฮาส์ห้องที่สามทางขวามือก่อนเข้าซอยนี้ มันไม่กินเหล้า แต่อยากจะรู้จักพวกเราน่ะ"

                ทองแดงรีบพูดขัดขึ้นด้วยเสียงค่อนข้างจะจริงจัง ดุดัน

                "ไม่ได้นะ ลุงโกร่ง ใครไม่กินเหล้าห้ามเข้ามาร่วมวงกับเรา"

                ตามมาด้วยอีกหลายเสียงที่เห็นพ้องกับทองแดง

                "ใช่ ใช่ ใช่เลย..ลุงโกร่งอย่าให้เขามาร่วมในวงเหล้านี้เด็ดขาด"

                ลุงโกร่ง ไม่เข้าใจว่าไอ้ทองแดงมันหมายถึงอะไร ถึงได้รังเกียจเพื่อนบ้านที่ชื่อสมชายคนนั้น ทั้งๆที่เขาก็เป็นคนดีมีงานทำค่อนข้างดี

                "แล้วมันเรื่องอะไรกันวะ ถึงได้รังเกียจเขา"

                ทองแดง ลุกขึ้นอธิบายพร้อมกับทำมือทำไม้ราวกับกำลังอภิปรายในสภาฯ

                "พวกเราเคยได้ยินปรัชญาวงในเหล้าไหม..?

                คนกินเหล้าพูดมาจากใจ คนไม่กินเหล้ามันพูดออกมาจากสมอง"

                "มันเป็นอย่างไง ข้าเป็นงงว่ะ"

                "อ้ายลุงก็ คนกินเหล้าใช่ไหม คนกินเหล้าส่วนมากมีเรื่องในใจอะไรก็พูดออกมาอย่างนั้นไม่มีรายการปิดบัง บางทีก็เผลอพูดเรื่องส่วนตัวไปบ้าง ส่วนคนไม่กินเหล้าก่อนมันจะพูดจะจาอะไรมันต้องคิดก่อนถึงจะพูด แบบนั้นมันเอาเปรียบกันนี่หว่า"

                "แหม คิดมากจริงไอ้พวกนี้ แล้วมีอะไรอีก ข้าอยากรู้เหมือนกัน"

                เจ้าทองแดงกล่าวเพิ่มเติม

                "กติกายังมีอีกหลายอย่าง เช่น กินเหล้าด้วยกันในวง เขาห้ามพูดคุยในหลายเรื่องด้วยกัน เช่นห้ามคุยเรื่องการเมือง เรื่องเมียเพื่อน และ...และ..อะไรอีกว๊า..ไอ้เปี๊ยก"

                เปี๊ยก นึกออกก่อน

                "เรื่องศาสนา และ แม่ยาย..ฮา ฮา ฮา"

                เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกันจนดังไปทั่วซอย

                "เบาๆหน่อยได้ไหม เมียเจ้าเปี๊ยกซึ่งอยู่ทาวเฮาส์ตรงข้ามตะโกนจากหน้าต่าง"

                เปี๊ยก ตะโกนตอบ

                "แหม..วันนี้วันปีใหม่ แกอย่าพูดมาก พวกเรากำลังสนุก เออ..มีอะไรแกล้มเหล้าเหลืออีกไหม ช่วยยกมาให้หน่อยได้ไหม ที่ ร๊ า ก...."

                "บ้า...ให้เบาหน่อย แหม..จะให้ทำกับแกล้มเพิ่ม แกอย่าเมามากเดี๋ยวก็ไม่สบายอีก ข้าขี้เกียจไปนอนเฝ้าแกที่โรงพยาบาล"

                "โธ่..งั้นก็ไม่ต้องก็ได้วะ เดี๋ยวไปซื้อปลาหมึกปิ้งมาแทนก็ได้"

                ยังไม่ทันทีที่เจ้าเปี๊ยกจะพูดอะไรต่อ

                ทองแดงลุกขึ้น

                "กระผมขอประท้วงครับ ท่านประธาน.."

                ลุงโกร่งสั่นหัว

                "ไอ้นี่..ถ้าจะบ้าการเมืองไปหน่อย"

                "เปล่าบ้า ลุงโกร่งเอ๊ย"

                ก่อนที่จะต่อปากต่อคำกับเจ้าทองแดง ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นสมชายเพื่อนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่แถวปากซอยเดินเข้ามาใกล้

                "หยุดๆๆ พวกเรา ต้อนรับเพื่อนใหม่ก่อน"

                สมชายยกมือไหว้ลุงโกร่ง ผู้อาวุโสที่สุดในกลุ่มด้วยท่าทางเป็นมิตร

                "สวัสดีปีใหม่ ครับ และทุกๆคนด้วย ผมชื่อสมชายเพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้ไม่นานมานี่เอง พอดีที่บ้านมีแบล๊กเหลืออยู่ขวดนึงเลยหยิบมาฝากพวกเรา"

                เจ้าทองแดงทำตาโต "โห..เหล้านอกด้วย ขอบใจมากคุณสมชาย..."

                ลุงโกร่ง หัวเราะชอบใจ

                "ไอ้ทองแดง เอ็งนี่ยอดจริงๆ เรียกคุณสมชายเลย เจ๋งหว่า"

                ลุงโกร่งเชิญสมชายเข้าร่วมวงด้วย โดยเจ้าเปี๊ยกรีบเทเหล้าผสมน้ำแข็งแห้งให้ด้วยอาการเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ "ขอบใจ ผมเลิกดื่มแล้ว เมื่อก่อนก็เล่นหนักเหมือนกัน"

                ลุงโกร่ง ถามด้วยความอยากรู้ "ทำไมถึงได้เลิกล่ะ มีสาเหตุอะไรเหรอ หรือว่าไม่สบาย สุขภาพไม่ดี" "เปล่าดอกลุง ความจริงผมมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเคยร่วมก๊งกันมาตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อหนุ่มนี่แหละกินกันจนมีเรื่อง ไอ้เพื่อนคนนี้มันชื่อต้อย มันกินทีไรต้องเมาไปข้างหนึ่ง มันดื่มเพียวๆตบด้วยน้ำเปล่า ต้องกินจนคอพับหลับไปคาโต๊ะนั่นแหละถึงได้หยุดมันได้ !

                จากนั้นไม่นาน เราก็ห่างเหินกันไปสักพัก วันหนึ่งมันโทร.มาหา บอกว่ามันกำลังจะตายอยู่แล้ว คิดถึงขอฝากลูกเมียด้วย ผมก็คิดว่ามันพูดเล่น ถามมันเป็นอะไรมันก็ไม่บอก จากนั้นไม่นานมันก็ตายไปจริงๆ เพราะโรคตับแข็ง

                อีกอย่างตอนที่ใกล้เลิกดื่มนั้น วันหนึ่งผมนั่งดื่มอยู่แถวถนนธนิยะหลังพัฒนพงษ์ ดื่มไปร้องเพลงไปกับสาวๆในบาร์ญี่ปุ่น กว่าจะเลิกก็ดึกมากแล้ว จะกลับบ้าน เจ้าคนขับรถของผมมันไปไหนของมันก็ไม่รู้ ถามคนขับรถคันอื่นๆบอกว่ามันคงแอบไปเล่นไพ่อยู่ด้านในที่จอดรถ

                ด้วยความโมโหเลยเอากุญแจขับรถเองกลับบ้าน เชื่อไหมจากสีลมไปบ้านอยู่แถวบางเขน พอขึ้นรถได้ก็ขับไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้มีอุบัติเหตุใดๆเลย แต่..แล้ว..จู่ๆก็เจอด่านตำรวจมาตรวจรถ ถามว่า "จะไปไหน ในรถมีอะไรผิดกฎหมายหรือเปล่า"

                ตำรวจถามว่าบ้านอยู่ไหน ผมบอกว่า "อยู่บางเขน" ตำรวจหัวเราะ "นี่มันใกล้อยุธยาแล้ว บางเขนไปทางโน้น มันไปคนละทิศ....ผมนี่แทบหายเมา ต้องหันรถกลับ ตั้งแต่นั้นมาก็เลยเลิกดื่มเด็ดขาด ....

                ลุงโกร่งฟังด้วยความสนใจ "เฮ้อ..เมาเหล้าก็แบบนี้แหละมันอันตราย หากให้เหล้ามันกินเรา แต่..ก็ยังดีกว่าไอ้พวกเมาอีกจำพวกหนึ่งที่คนโบราณสอนเป็นสำนวนไทยไว้ว่า....

                "เมาตัวลืมตาย เมากายลืมแก่" ???

---------------