Get Adobe Flash player

ว่ายน้ำในเล โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                ต้นไม้แข็งแรงยืนต้นสูงประมาณแปดเมตร ใบสีเขียวและดอกสีเหลืองอมขาวกระดิกเบาๆยามลมพัดผ่าน หนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นมือปัดเศษเปลือกไม้ที่ติดอยู่ตามเนื้อตัวออกหลังจากรูดตัวเองลงจากต้นไม้ต้นนั้น

                สุชาติ เงยดูต้นไม้มองอย่างหวงแหน ผ้าขาวม้าผืนเก่าที่วางแผ่อยู่บนพื้นดินเต็มไปด้วยใบไม้สีเขียว เขารวบผ้าขาวม้าได้ผูกมัดอย่างดีหิ้วเดินกลับบ้าน

                อาทิตย์ส่องแรงขึ้น น้ำค้างเหือดหาย สุชาติหนุ่มวัยยี่สิบห้า ร่างสูงโปร่งออกจะผอมแกร็น ผิวออกดำแดง สวมเสื้อแขนยาวแล้วคว้ากางเกงขายาวที่พาดไว้บนราวผ้าใต้ถุนบ้านสอดขานุ่งเสร็จดึงผ้าขาวม้าออกจากตัวไปพาดไว้กับราวผ้าเช่นเดิม

                ถังพลาสติกขนาดย่อมที่ในถังมีแกลลอนใส่น้ำดื่ม สุชาติจับหูถังหิ้วไปแขวนไว้บนแฮนด์รถควายเหล็กคันเล็ก และไม่ลืมห่อผ้าขาวม้าที่ข้างในคือใบไม้สีเขียวจับยัดลงไปในถังใบนั้นด้วย

                สุชาติก้มๆเงยอยู่ที่เครื่องยนต์รถไถ จับเหล็กสำหรับสตาร์ทรถไถได้ เอาเข้าประกบกับเครื่องยนต์ แกว่งแขนวนเป็นวงกลมอย่างรวดเร็วไม่นานเสียงรถไถก็ดังกระหึ่ม สองมือแข็งแรงจับแฮนด์รถไถ เมื่อปล่อยสายเบรกรถไถก็เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ หนุ่มชาวทุ่งและถังแกว่งไกวพร้อมใจกันออกสู่ทุ่งกว้าง

                สุชาติหยุดรถไถเอาถังวางไว้ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ข้างท้องนา แล้วทั้งคนและควายเหล็กคันน้อยเริ่มทำงาน วันนี้เขาตั้งใจจะไถนาให้เสร็จทั้งสามแปลง แต่เขาจะทำไม่ได้ถ้าไม่มีสิ่งนั้นเพิ่มพลังยามเที่ยงๆ

                ลมพัดแรงต้นไม้ใหญ่ใบไม้สะบัดว่อน รถไถนาคันเล็กจอดสนิทอยู่กลางทุ่งนา ใต้ร่มไม้สุชาติที่ตั้งแต่ปลายนิ้วเท้ายันหัวเข่าเต็มไปด้วยขี้โคลนนั่งยืดขาแขนค้ำพื้นไว้ด้านหลัง ใกล้เที่ยงเต็มทีแดดจ้ารุนแรง เขาเริ่มเหนื่อยล้า พลัน ! มุมปากก็กระตุกยิ้ม ไม่รอช้ามือคว้าห่อผ้าขาวม้าแกะออกอย่างรวดเร็ว ใบไม้สีเขียวถูกหยิบออกมาสามใบแล้วห่อกลับไว้เหมือนเดิม

                สุชาติรูดใบไม้สีเขียวส่งเข้าปากส่วนก้านใบเหวี่ยงทิ้งไป เขาบดเคี้ยวอย่างช้าๆ สลับกับเปิดแกลลอนดื่มน้ำ ไม่นานนักสุชาติก็นอนอมยิ้มให้ท้องฟ้าเบื้องบน กระปรี้กระเปร่าและสดชื่นหายเหนื่อย

                “ กินใบท่อมแหล่ะหล่าวเหอหลวงชาติ (กินใบกระท่อมอีกแล้วเหรอหลวงชาติ) อย่ากินมากแรง (อย่ากินมากไป) เดี๋ยวเสียสุขภาพ” ผู้หญิงวัยห้าสิบที่ในมือหิ้วปิ่นโตส่งเสียงทัก

                “ มาๆ มากินข้าวเที่ยงก่อน หนมหวานกะยังนะ (ขนมหวานก็มีนะ) เต็มชั้น (ปิ่นโต) เลย” เสียงบอกอีกครั้ง

“ ตั้งไว้ก่อนผมยังไม่เนือย (วางไว้ก่อนผมยังไม่หิว)” สุชาติบอกและยิ้มให้

ป้าเดินลับหายไป สุชาติลุกขึ้นปัดเนื้อตัวเดินลงท้องนา ลุยไถต่อ เขายิ้มไป ร้องเพลงไป ทำงานกลางแดดจ้าอย่างมีความสุข

บ่ายคล้อยรถไถหยุดอีกครั้ง สุชาติเดินลุยขี้โคลนสู่ต้นไม้ใหญ่ เขาเปิดแกลลอนเทน้ำล้างมือและจัดการกับอาหารในปิ่นโต กินได้นิดหน่อยก็ปิดเก็บไว้เหมือนเดิม หลังดื่มน้ำเขาเอนตัวลงนอนข้างถังพลาสติก

สายลมร้อนพัดกระทบผิวแต่ไม่ได้ทำให้หนุ่มที่บังคับควายเหล็กรู้สึกแต่อย่างใด แปลงนาสุดท้ายแล้วที่เขาเร่งมือไถและไม่เกินเย็นต้องไถเสร็จอย่างแน่นอน

เสียงร้องเพลงลูกทุ่งผิดๆถูกๆ ดังผสมกับเสียงรถไถ เมื่อรถไถเคลื่อนถึงมุมคันนา สุชาติบังคับรถไถให้วนถูกทางอย่างร่าเริง ยามเหวี่ยงตัวนกกระยางในทุ่งนาข้างๆ กระพือปีกบินหนี สุชาติหัวเราะชอบใจ

ใกล้เย็นสุชาติก็ไถนาเสร็จตามที่หวัง จู่ๆฟ้าครึ้มแดดหายไปอย่างรวดเร็ว สุชาติตกใจดับเครื่องรถไถวิ่งหน้าตื่นไปใต้ต้นไม้ใหญ่ เขานั่งกอดอกมองฟ้าอย่างหวาดๆ สายลมเย็นพัดแรง อาการหวาดกลัวของสุชาติยิ่งเพิ่มขึ้น แต่ไม่นานนักฟ้าครึ้มก็เริ่มจางแดดอ่อนๆยามเย็นก็สาดส่องเช่นเดิม มาพร้อมกับรอยยิ้มของสุชาติ ส่วนมือนั้นแกะผ้าข้าวม้าให้เปิดออก

เย็นย่ำแต่แดดยังไม่หาย ใต้ต้นไม้ใหญ่ปิ่นโตที่ข้างในอาหารยังเหลืออยู่มดเริ่มไต่ตอมเป็นแนวยาว แกลลอนนอนตะแคงน้ำหายไปเหลือก้นแกลลอน ห่อผ้าข้าวม้าถูกมัดผูกอย่างดีวางอยู่ในถังพลาสติก

“ หลวงชาติอยู่ไหนเนี่ย?” เสียงป้าคนเดิมตะโกนเรียกอยู่ใต้ต้นไม้

“ อยู่เด (อยู่นี่)!!” เสียงตะโกนตอบพร้อมเสียงหัวเราะสนุกสนานดังมาจากคันนาอีกฝั่ง

“ มาตะป้า มาว่ายน้ำเลกัน หนุกแรง (มาซิป้า มาว่ายน้ำทะเลกัน สนุกจัง)” เสียงตอบจากหลานชายที่ตัวนั้นเบียดอยู่ในช่องระบายน้ำของคันนาที่มีน้ำอยู่นิดหน่อยทำท่าว่ายน้ำไปด้วย

“ หนักแล้วหลานกู !! ”