Get Adobe Flash player

พระประทีปดับแสง โดย..เชิงภู

Font Size:

แดดส่องรำไรท่ามกลางสายฝนแผ่วบางเหมือนพยายามฝืนตกก็ไม่ปาน ลูกปลานั่งอยู่ริมหน้าต่างบ้านมองผ่านแสงแดดกลางฝน ฝนตกแต่เช้าแล้วตกหนักเสียด้วย แต่พอสายหน่อยเริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ  สีของฟ้าจางออกแดดส่องลงเบื้องล่าง

วันนี้เป็นวันลอยกระทง แต่เป็นวันลอยกระทงที่เงียบเหงาที่สุดเท่าที่ลูกปลาจำความได้ เพราะลอยกระทงปีนี้อยู่ระหว่างการไว้ทุกข์ให้พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย ทางการประกาศให้จัดงานประเพณีลอยกระทงได้ตามปกติ แต่งดงานรื่นเริงต่างๆ คงไว้แค่ประเพณีธรรมเนียมปฏิบัติเท่านั้น

แม้ทางการจะไม่ประกาศออกมา ก็คงไม่มีคนไทยคนไหนสนุกลงในสถานการณ์ยามนี้ หันไปทางไหนทุกคนก็ยังคงพูดคุยถึงเรื่องนี้ สิ่งที่คนไทยต้องการจะทำและพูดกันคือการเดินทางไปเคารพพระบรมศพของพ่อหลวงท่านเท่านั้น

แต่เพราะเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมา อย่างไรก็ตามหมู่บ้านของลูกปลาก็ยังคงจัดงานลอยกระทงเหมือนเช่นเดิมแต่ไร้สิ่งบันเทิงใดๆ กรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านช่วยกันเก็บกวาดจัดสถานที่เตรียมไว้ให้ชาวบ้านได้ใช้เป็นที่ลอยกระทง ดังนั้นปีนี้สีสันในลำคลองคงไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านมา

“ นั่งทำไหรล่ะ (นั่งทำอะไร) ทำกระทงแล้วม่าย (หรือยัง) ?” พ่อที่เดินออกจากห้องครัวถามลูกปลาที่นั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่าง

“ คิดไอ้ไหร (อะไร) เรื่อยเปื่อย กระทงเตรียมของทำไว้แล้ว อีกสักพักค่อยทำ” ลูกปลาบอกพ่อ

“ ทำสองอันพอนะ ของเอ็งอันหนึ่ง ของพ่อกับแม่อันหนึ่ง ประหยัดไม่ต้องตัดต้นกล้วยมากหลายต้น หยวกกล้วยกับใบกล้วยที่เหลือบอกให้ไอ้ขามเอาไปแจกเพื่อนๆ ” พ่อบอกพร้อมยกผ้าขาวม้าที่พาดบ่าตวัดฟาดบ่าซ้ายทีขวาทีตามความเคยชิน

ฝนหยุดตกแดดส่องแรงขึ้น อากาศสบายๆยามสาย ลูกปลาตักน้ำจากโอ่งใส่ในกะละมังใบใหญ่ก่อนจะเอาหยวกกล้วยสองอันที่หั่นเป็นวงกลมหนาพอประมาณวางลงในกะละมังมองดูการลอยว่าได้ระดับตามที่ต้องการหรือเปล่า เห็นหยวกกล้วยลอยในน้ำได้ไม่เอียงก็ยกขึ้นวางบนตะแคร่เพื่อให้สะเด็ดน้ำ

บนเสื่อกระจูดอุปกรณ์ทำกระทงวางเรียงราย หยวกกล้วยทรงกลมสองอัน ใบกล้วยเขียวสด ก้านมะพร้าวที่เหลาใบออกจนหมดแล้ว ตัดสั้นๆเหมือนไม้จิ้มฟัน กรรไกรและมีดเล่มเล็ก เข็มกับด้ายสีเขียว พร้อมกับดอกดาวเรืองและดอกบานไม่รู้โรยสีชมพู

ลูกปลาพับใบตองจนกลายเป็นกลีบดอกบัวก่อนจะใช้เข็มร้อยด้ายเย็บเรียบร้อยกลายเป็นกลีบดอกบัวสีเขียวสวยงามวางเรียงรายอยู่ข้างตัว เมื่อทำได้พอสมควรเธอหยิบหยวกกล้วยกลมมาวางด้านหน้าก่อนจะใช้ใบตองสีเขียวพันรอบและเสียบด้วยไม้ก้านมะพร้าวยึดใบตองติดไว้กับหยวกกล้วยนั้นและวางใบกล้วยที่ตัดเป็นทรงกลมไว้ด้านบน หยวกกล้วยอันนั้นเลยดูเป็นสีเขียวทั้งอัน หลังจากนั้นใช้กลีบดอกบัวที่ทำไว้วางคว่ำลงทับรอบหยวกกล้วยที่พันด้วยใบกล้วยก่อนหน้านี้ ก่อนจะแทงไม้ก้านมะพร้าวลงไปทำแบบนั้นจนรอบหยวกกล้วยกลม

พ่อนั่งมองอยู่ข้างๆ ถึงกับเอ่ยปากชม เมื่อเห็นผลงานการทำกระทงที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างของลูกสาวที่นั่งทำอย่างตั้งใจ

“ สวยพรือ (สวยยังไง) ก็สวยสู้พระประทีป (กระทง) ของในหลวงไม่ได้หรอก ทุกปีพระประทีปของในหลวงท่านสวยงาม และผู้คนก็รอชมพระประทีปนั้น...แต่ปีนี้คงไม่มีแล้ว!!” ลูกปลาพูดเสียงเบาๆ ส่วนมือก็จับกลีบดอกบัวเขียววางทับกลีบดอกบัวคว่ำหันหน้าเข้าด้านในหยวกกล้วยเมื่อทำเสร็จรอบหยวกกล้วย ก็กลายเป็นกระทงใบตองสีเขียวสด

“พระประทีปของในหลวงท่านสวยงาม อย่างของปีที่แล้วปี 2558 ท่านประชวรอยู่ที่โรงบาลศิริราช ในหลวงท่านก็ลอยพระประทีปเหมือนเดิม ให้เลขาธิการพระราชวังเป็นผู้เชิญพระประทีปของพระองค์ท่านไปลอยที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา” ลูกปลาเล่าให้พ่อฟัง

.....พระประทีปทำด้วยดอกไม้สดจากกาบต้นพลับพลึงสีขาวทำเป็นรูปดอกบัวหงายคว่ำเรียงกัน 6 ชั้น ด้านในเป็นเครื่องทองน้อย (เป็นเครื่องบูชาชนิดหนึ่งสําหรับพระเจ้าแผ่นดินทรงใช้บูชาเฉพาะวัตถุ เช่นพระบรมอัฐิ มีเชิงเทียน ๑ เชิง เชิงธูป ๑ เชิง กรวยปักดอกไม้ ๓ กรวย ตั้งในพานทองลงยาราชาวดี เรียกเต็มว่า เครื่องนมัสการทองน้อย) 3 พุ่มสีเหลือง มีธูปเทียนสีเหลืองและดอกไม้ประดับสวยงาม เครื่องทองน้อยของในหลวงเป็นสีเหลืองเพราะพระองค์พระราชสมภพตรงกับวันจันทร์....  ลูกปลายังคงเล่าต่อส่วนมือนั้นจับดอกดาวเรืองและบานไม่รู้โรยใส่ลงในกระทงตรงกลางจนเต็ม แลดูสวยงาม

“ ปีนี้ลอยกระทงจะอธิษฐานว่าพรือ (ยังไง) ?” ลูกปลาถามพ่อเมื่อปักธูปเทียนในกระทงเสร็จ

“ เชื่อว่าทุกคนจะอธิษฐานให้พ่อหลวงอยู่บนสวรรค์อย่างเป็นสุข” พ่อตอบลูกปลา

“ ต่อเช้า (พรุ่งนี้) ต้องไปช่วยกันเก็บกระทงขึ้นจากคลอง อย่าให้ขังอยู่ในคลอง เดี๋ยวน้ำจะเสีย ในหลวงท่านห่วงใยมากมากเรื่องน้ำเนี่ย!!” พ่อพูดต่อ

  “ แม้พระประทีปของพระองค์ท่านจะดับไป..แต่คำสอนให้อยู่ในใจคนไทยทุกคน!!”