Get Adobe Flash player

ข้าวฟื้น..กระดูกสันหลัง (ของชาติ) แข็งแรง โดย..เชิงภู

Font Size:

                    กลางท้องนาตอซังข้าวเขียวอมเหลืองชูชี้ไม่เป็นระเบียบหลังรวงข้าวถูกตัดกลืนหายเข้าไปในท่อของรถเกี่ยวข้าวคันใหญ่ ไม่นานนักเม็ดข้าวก็ร่วงหล่นลงในที่รองรับหลุมลึกกลางรถ และฟางข้าวสดใหม่ถูกพ่นทิ้งอย่างไม่ใยดี

                บนถนนข้างทุ่งนารถบรรทุกคันใหญ่จอดรอท่า ใกล้เวลาเย็นกระสอบป่านที่ใส่ข้าวเปลือกจนตุงแน่นถูกลำเลียงขึ้นรถบรรทุก พ่อค้าชายวัยกลางคนที่แต่งตัวดีหนีบกระเป๋าลูกย่อมไว้ที่รักแร้คอยกำกับการขนย้าย

                พลบค่ำทั้งรถบรรทุกกระสอบข้าวเปลือกและรถบรรทุกรถเกี่ยวข้าวแล่นหายจากไป เหลือไว้แต่เจ้าของนาที่ยืนคอตกซึ่งเป็นท่าทีที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นสำหรับคนที่ได้กำเงินค่าข้าวไว้ในมือ

                    “ ไซรที่ยืนหมดแรงพันนั้นล่ะยาย (ทำไมยืนหมดแรงแบบนั้นล่ะยาย)?” ป้าแย้มแม่ของลูกปลาส่งเสียงทัก

                    “ แล้วไม่ให้หมดแรงพรือล่ะ (ไม่ให้หมดแรงได้อย่างไร) ข้าวขายได้เกวียนละห้าพัน ตายๆๆ ขาดทุน ไม่พอค่าปุ๋ย ค่าตัดข้าวนะเนี่ย อัยยา!!  ไซรปีนี้ข้าวโถกแรง (ทำไมปีนี้ข้าวถูกจังเลย)” ยายมีบ่นคอตกแล้วเดินจากไป

                หน้าศาลากลางจังหวัดคึกคักไปด้วยผู้คนทั้งพ่อค้าแม่ค้าขายข้าวและลูกค้าที่หลั่งไหลกันมาหาซื้อข้าวสาร ซึ่งมีทั้งคนในตัวจังหวัดแต่ละอำเภอที่เดินทางกันมาทั้งมาจำหน่ายและหาซื้อกลับบ้าน รวมทั้งคนจังหวัดใกล้เคียงที่รู้ข่าวการจำหน่ายข้าวสารได้เดินทางมาหาซื้อเช่นกัน

                “ โดแลตะ!! ข้าวสารกะลักกะลุยราคากะไม่แพง (โน่นดูซิ!! ข้าวสารเยอะแยะราคาก็ไม่แพง)” ยายมีที่เดินอยู่กับป้าแย้มและลูกปลาเอ่ยน้ำเสียงตื่นเต้น

                “ กูไม่น่าแขบ (รีบ) ขายข้าวเลย คล่าว (รอ) สักเดียวเอาไปขายให้โรงสีชุมชน หรือม่ายกะ(หรือไม่ก็) เอาไปให้โรงสีชุมชนสีเป็นข้าวสารให้แล้วเอามาใส่ถุงขายเอง น่าว่าได้กิโลล่ะหลายบาท(น่าจะได้กิโลละหลายบาท) ไม่ใช่โลห้าหกบาทเหมือนที่กูขาย เหมือนขายทุ่ม (ทิ้ง) เลย ดายของ (เสียดาย) อย่างแรง” ยายมียังคงบ่นต่อ

                “ อย่าคิดมาก ถือว่าเราไม่รู้ ไว้เที่ยวหน้า ” ป้าแย้มปลอบใจ

                หน้าศาลากลางคึกคักไปด้วยผู้คน เสียงประกาศเชิญชวนให้ไปเลือกซื้อข้าวสารดังไม่ขาดระยะ หลังจากข้าวราคาตกทางจังหวัดได้จัดให้หน้าศาลากลางเป็นสถานที่ขายข้าวสารในทุกวันหยุด เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้ขายข้าวได้ราคามากขึ้น พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น

                “ แม่ ซื้อข้าวสังข์หยดสักห้าโล (กิโล) นะ” ลูกปลาสะกิดบอกแม่ (ข้าวสังข์หยดข้าวพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดพัทลุงข้าวสารมีสีแดงมีประโยชน์มากและหายาก)

                “ ยายเอากัน (ยายซื้อด้วย) เอาไปหุงผสมกับข้าวสารข้าวขาว กินได้หลายวัน ปลาเค็มย่างร้อนๆ กินกับข้าวสังข์หยดหอมๆ หรอยแรง (อร่อยมาก) ” ยายมีพูดก่อนเดินตรงเข้าเต็นท์ที่ขายข้าวสารสังข์หยด

                สามคนเดินออกจากลานหน้าศาลากลางจังหวัดสองมือหอบหิ้วข้าวสารที่หาซื้อ สองตาสอดส่ายมองหารถโดยสารเพื่อเดินทางกลับบ้าน

                “ ว่าแต่โรงสีชุมชนเนี่ย มันคือไอ้ไหร (อะไร)? หมู่บ้านอื่นเค้ายังแล้ว (มีแล้ว) สีข้าวเองขายเอง คนในหมู่บ้านขายข้าวได้ราคา ไซรหมู่บ้านเราหาม่ายล่ะ(ทำไมหมู่บ้านเราไม่มีล่ะ)?” ยายมีถามขึ้นหลังจากขึ้นนั่งเรียบร้อยในตัวรถโดยสาร

                “ ....โรงสีข้าวชุมชนเกิดจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพ่อหลวง ร.9 ของเรานั่นแหล่ะ พระองค์ต้องการให้ชาวนาช่วยเหลือและดูแลตัวเองได้ ให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการตั้งโรงสีข้าวขนาดเล็กในชุมชนเพื่อสีข้าวไว้กินในครัวเรือนที่เหลือก็เอาไปขายด้วยตัวเอง  ถ้าชาวนาขายข้าวสารได้แทนการขายข้าวเปลือก ชาวนาก็มีรายได้มากขึ้น ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ไม่ต้องถูกกดราคา และที่สำคัญโรงสีข้าวชุมชนแก้ปัญหาโรงสีข้าวเอกชนเอาเปรียบชาวนาได้อีกทางหนึ่ง  เกิดโรงสีข้าวชุมชนขึ้นมามีแต่ส่งผลดีให้กับชาวนา ชาวนาอยู่สบายขึ้น แก้ปัญหาข้าวตกต่ำ ไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากรัฐบาล ไม่ต้องรอเรื่องการจำนำข้าว เพราะทำเอง สีเอง ขายเอง ชาวนามีความสุข ชุมชนก็ยั่งยืนพึ่งตัวเองได้   ” ลูกปลาอธิบาย

                     “ น่าว่าจริง เห็นม่าย (เห็นไหม) ข้าวสารที่เค้าเอามาขายโลละยี่บห้าบาท (ยี่สิบห้าบาท) กูขายข้าวเปลือกได้โลห้าบาท คนละเรื่องเลย” ยายมีเห็นด้วยและคล้อยตาม

                “ หมู่บ้านเราเอาข้าวไปขายโรงสีชุมชนหมู่บ้านใกล้เคียง เค้าก็รับซื้อราคาเดียวกับคนในพื้นที่ของเค้า ไม่นานหมู่บ้านเรามีโรงสีชุมชนเอง ก็บาย (สบาย) แล้ว” ลูกปลาพูด

                “ ดีๆ ถ้าพันนั้น (ถ้าอย่างนั้น) หยามหน้า (ฤดูทำนาครั้งต่อไป) กูจะทำหมดเลยนายี่สิบบิ้ง(ไร่)” ยายมีพูดเสียงกระตือรือร้น

                “ เต็มที่เลยยาย” ลูกปลาสนับสนุน

                “ พ่อหลวงเราทรงดีจริงทำทุกอย่างไว้ให้คนลำบากอย่างเราสุขสบาย” ป้าแย้มพูด

                “ ข้าวมีค่า..คนทำนาก็แข็งแรง!!”