Get Adobe Flash player

วันของพ่อ...ตลอดไป !! โดย..เชิงภู

Font Size:

ตึกสามชั้นหลังเก่าดูสงบนิ่ง ด้านหน้าตึกคือสนามหญ้าไม่กว้างมากนักใต้ต้นมะขามใหญ่มีม้านั่งหินอ่อนเรียงราย นักศึกษาชายหญิงนั่งพูดคุยกันบ้าง ดูตำรับตำรากันบ้างตามอัธยาศัยหลังเลิกเรียน

หลังตึกเก่าที่เรียงรายไปด้วยต้นตะแบก ม้าหินอ่อนก็วางเรียงรายเช่นเดียวกัน ถัดจากต้นตะแบกคือก้อนหินขรุขระน้อยใหญ่ที่วางลดหลั่นตามธรรมชาติมุ่งหน้าสู่ภูเขาที่ยืนเคียงคู่ตึกเก่าหลังนี้มานานแล้ว สองเพื่อนซี้นั่งคุยกันที่ม้าหินอ่อน ตามองตรงสู่ภูเขาเขียวเบื้องหน้า ใบตะแบกหมดอายุแห้งสีน้ำตาลร่วงหล่นลงตักบ้าง ค้างบนเส้นผมบ้างแต่สองสาวดูไม่ค่อยใส่ใจมากนักปล่อยให้มันไหลลื่นร่วงลงดินไปเอง

“ขามเป็นไงบ้าง? ที่โดนงูกัดน่ะ” แก้มถามเพื่อน

“เกือบหายดีแล้วแหล่ะ ไม่น่าเชื่อว่ายาโบราณของพ่อจะดีจริง” ลูกปลาบอก

“เรียนรู้ไว้ก็ดีนะ คนสมัยนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว รู้ไว้ใช่ว่า” แก้มพูดต่อ

“ทั้งจำทั้งจดเลยแหล่ะ” ลูกปลาบอกยิ้มๆ

ลมพัดวูบใหญ่ใบตะแบกพร้อมใจกันร่วงลอยลิ่วดิ่งลงพื้น สองสาวนั่งนิ่งมองไปทางภูเขา ที่ตรงนี้เป็นที่ประจำของเธอทั้งสองคนหลังเลิกเรียนก่อนกลับหอพักจะมานั่งเล่นพูดคุยกัน

“วันพ่อปีนี้เงียบมากเลยนะ” แก้มเปิดฉากพูดก่อนจะถอนหายใจ

“ก็ธรรมดาแหล่ะ พ่อหลวงสวรรคตคนไทยก็เศร้า ไม่ได้ฉลองวันพ่อแล้วแต่เป็นวันไว้อาลัยแทน” ลูกปลาพูดน้ำเสียงเช่นเดียวกัน

“ยังจำได้ปีที่แล้วแกกับชั้นต้องเตรียมเทียนไว้จุดในช่วงร้องเพลงสดุดีมหาราชา เราต้อง เตรียมเทียนกันมากมายเลยนะ เตรียมเทียนเสร็จหุ้มด้วยกระดาษไขกันน้ำตาเทียนพอตกค่ำก็เดินแจกให้ทุกคนที่เข้าร่วมงาน ” แก้มเล่าความทรงจำ

“จำได้ซิที่หน้าศาลากลางจังหวัด ประมาณหนึ่งทุ่มเสียงเพลงสดุดีมหาราชาก้องไปทั่ว หลังจากนั้นพลุต่างๆ ถูกระดมจุดสวยงามทั่วไทยแล้วก็ทั่วโลกเลยแหล่ะ” ลูกปลาเล่าบ้าง

“จำได้ตอนเด็กๆ อยู่ที่บ้านไม่ได้ไปเข้าร่วมงานร้องเพลงกับเค้าหรอก แต่ดูที่ทีวีถ่ายทอดสด คืนวันที่ 5 ธันวาของทุกปี พอจบเพลง เสียงพลุดังสนั่นทั้งเมืองเลย ” แก้มยังคงพูดต่อ

ลมหยุดนิ่งไป ใบตะแบกหยุดร่วง เหมือนสิ่งรอบกายจะเฝ้ารอฟังสิ่งที่สองสาวเล่า  ต้นกระถินที่กระจุกกันอยู่ตรงทางขึ้นภูเขายืนนิ่งตรงไม่ไหวติง

“ส่วนที่บ้านของชั้นช่วงที่พ่อหลวงออกมาตรัสแล้วทีวีถ่ายทอดสดให้ดู ชั้นต้อง เตรียมปากกาไว้จดในสิ่งที่พ่อหลวงตรัส พ่อชั้นบอกให้จดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ พ่อบอกให้ทำแบบนี้ทุกปี ตอนเด็กๆ ชั้นก็เบื่อไม่อยากจด แต่พอโตขึ้นถึงได้รู้ว่าทำไมพ่อถึงให้จด เพราะนั่นคือคำสอน คำห่วงใยประชาชนที่ส่งตรงจากพ่อหลวง ” ลูกปลาเล่าบ้าง....เสียงลมพัดวูบเหมือนรับรู้คำของเธอ

เสียงรายการโทรทัศน์เล็ดลอดออกจากห้องพักของอาจารย์ที่อยู่ด้านหลังตึก ท่านนายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์ประกาศให้ประชาชนคนไทยทั้งในประเทศแ

ละต่างประเทศและบุคคลทั่วโลกได้รับทราบว่าประเทศไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่เป็นพระรัชทายาทที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาไว้และพระองค์จะทรงเป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติเจริญรอยตามพระยุคลบาทสมเด็จพระบรมราชบุพการี

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10 ทรงพระเจริญ” เสียงของแก้มเอ่ยขึ้น

“เออ..นี่แกยังจำวันพ่อเมื่อปีก่อนได้มั้ยที่แกกับชั้นแจกเทียนให้คนที่มาร่วมงานจนหมด พอนึกได้เราไม่มีเทียนที่ห่อด้วยกระดาษไขแล้วมีแต่เทียนเปล่าๆ แล้วข้างๆเราก็มีแต่ทหารทั้งนั้นจะแทรกออกมาเอากระดาษไขก็ไม่ได้ ชั้นกับแกเลยต้องใช้เทียนอันนั้น ร้องเพลงสดุดีมหาราชาไป น้ำตาเทียนก็หยดใส่มือไป แต่ตอนนั้นทำไมไม่รู้สึกเจ็บนะ ” ลูกปลาเอ่ยถึงความหลังยิ้มๆ

“ก็เสียงเพลงสดุดีมหาราชาร้องกันจนก้องลานหน้าศาลากลาง มันลืมทุกอย่างเลย มารู้สึกเจ็บอีกทีตอนที่ทุกอย่างจบแล้วมีแต่พลุสวยๆ บนท้องฟ้า ” แก้มพูดยิ้มๆ

“แล้วทุกคนที่มาร่วมงานก็น่ารักมากเลยนะ ช่วยกันดูแลความเรียบร้อย เสร็จพิธีการต่างๆ ก็นำเทียนมาใส่ตามภาชนะที่ได้บอกไว้ ขยะสักชิ้นก็ไม่เห็นทุกคนช่วยกันเก็บกวาด เสร็จสิ้นงานทุกคนกลับบ้านด้วยความสุขใจ” ลูกปลาพูด

“นั่นนะซิ!! คิดถึงนะ..ปีนี้ไม่มีแล้ว” แก้มพูดเสียงเศร้าๆ

“บางทีก็รู้สึกเหมือนฝันนะแก แล้วก็คิดว่าคนไทยคงคิดว่าเป็นความฝันเหมือนกัน ยังไม่อยากเชื่อว่าพ่อหลวงได้จากไปแล้ว” ลูกปลาบอกความรู้สึก

“ว่าแต่ พ่อหลวงเสด็จสวรรคตแล้ว วันที่ 5 ธันวา จะเป็นวันอะไรล่ะ?” แก้มถามด้วยความอยากรู้

“องค์การสหประชาชาติได้ยกให้วันที่ 5 ธันวาคมเป็นวันดินโลก เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

“ยังไงก็แล้วแต่ วันที่ 5 ธันวาคม ก็คือวันพ่อของคนไทย..ตลอดไป!!”