Get Adobe Flash player

ทอดแหข้างเริน โดย..เชิงภู

Font Size:

บรรยากาศมืดครึ้มจนดูเหมือนจะเป็นย่ำค่ำมากกว่ากลางวันช่วงเวลาเที่ยง  ฟ้าคำรามและแลบแปลบปลาบคู่กันไปตลอดเวลา  ใต้ฟ้ายามนี้หลายครัวเรือนวุ่นวายกับการย้ายข้าวของหนีน้ำสู่ที่สูง ลุงล่ายและป้าแย้มพ่อกับแม่ของลูกปลาก็เช่นเดียวกัน เนื้อตัวเปียกชุ่มเพราะต้องตากฝนและลุยน้ำที่ท่วมเอ่อขึ้นเรื่อยๆ

อย่าแชๆ ไอ้ขามแขบแบกสอบข้าวมาไวๆ (อย่าช้าๆไอ้ขามรีบแบกกระสอบข้าวมาเร็วๆ)” ลุงล่ายที่เนื้อตัวมีแค่ผ้าข้าวม้าเปียกปอนพันกายตะโกนบอกหนุ่มน้อยที่มาช่วยเก็บข้าวของให้แบกกระสอบข้าวเปลือกขึ้นไปเก็บบนบ้านหลังสูงที่อยู่ติดกับบ้านปูนด้านหน้า ปกติแล้วบ้านน้อยหลังสูงนี้ไม่ค่อยได้ใช้งานสักเท่าไหร่ปิดตายไว้เพราะตัวบ้านสูงเอาไว้ใช้งานช่วงหน้าน้ำเท่านั้น แต่ละปีที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ใช่งานสักเท่าไหร่ เพิ่งจะมาปีนี้ที่น้ำท่วมหนัก ข้าวของต่างๆที่จำเป็นไม่ควรจะจมน้ำจึงได้โยกย้ายขึ้นไปเก็บไว้

เศษหญ้าขยะต่างๆที่ลอยตามน้ำและไหลเข้าซุกตัวในบ้านป้าแย้มคอยเขี่ยออกและส่งให้ไหลตามน้ำต่อไป

สามคนนั่งหอบอยู่บนตะแคร่ในตัวบ้าน ฟังเสียงฟ้าและเสียงฝนตกด้วยอาการเหนื่อยล้า เสียงตามสายประกาศก้องเป็นระยะๆ ให้ทุกบ้านคอยระวังน้ำที่จะท่วมเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะฝนจะยังไม่หยุดตกและเขื่อนที่อยู่ทางเหนือของจังหวัดได้เปิดน้ำทิ้งน้ำสองน้ำมาเจอกันปีนี้จึงเกิดน้ำท่วมหนักเกินกว่าจะคาดคิด

“เอ้ย!! ไอ้ไหรวะ (อะไรวะ) ? ” เสียงร้องตกใจพร้อมยกเท้าที่ห้อยอยู่ในน้ำขึ้นมาอย่างรวดเร็วของขามทำให้ป้าแย้มดึงเท้าขึ้นมาด้วย

สวิงที่ป้าแย้มใช้ตักขยะที่ลอยมาตามน้ำอยู่ในมือของขาม ก่อนจะจ้วงลงในน้ำใต้ตะแคร่อย่างแม่นยำ ปลาช่อนตัวใสดิ้นขลุกขลักอยู่ในนั้น

“อัยย๊ะหลักก๊ะ!! ได้แรงอกเว้ย (สะใจว่ะ) ฮ่าฮ่าฮ่า ปลาว่ายน้ำเข้ามาถึงในเริน(บ้าน) หนุกแล้ว (สนุกแล้ว) น้ำท่วมเที่ยวนี้ ไม่อดแล้วเรา” ขามพูดพลางหัวเราะชอบใจ ทำให้สองลุงป้าพลอยยิ้มไปด้วย

โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในถุงพลาสติกวางบนตะแคร่ส่งเสียงดัง ลุงล่ายล้วงออกรับสาย

“ไม่พรือ (ไม่เป็นไร) ไม่ต้องห่วงไหร (อะไร) พ่อกับแม่อยู่ได้ ไอ้ขามมาช่วยขนของ ” เสียงลุงเจ้าของบ้านพูดคุยกับลูกสาว คุยสักพักก่อนจะส่งให้ขามคุยต่อ

“น้าปลาไม่ต้องห่วงเลย บายหมดเหลือแต่ลำบาก (สบายหมดเหลือแต่ลำบาก)” ขามพูดหัวเราะชอบใจ “ แหลงจริง (พูดจริง) ไม่ต้องห่วงน้าปลาอยู่ที่หอพักนั่นแหล่ะดีแล้วไม่ต้องกลับมาบ้านหรอก ถนนรถไฟขาดแล้ว มาพรือล่ะ (มายังไงล่ะ) ? น้ำเพนิ(น้ำทั้งนั้น)” ขามบอกน้าสาวที่อยู่ในสายให้สบายใจและบอกว่าตัวเองจะอยู่ดูแลลุงกับป้าจนกว่าน้ำจะลด

ในตัวบ้านน้ำเลยเข่าไปแล้ว ส่วนข้างบ้านนั้นเกือบถึงระดับหน้าอก ตะแคร่ที่พักนั่งพักนอนน้ำไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆจนป้าแย้มกังวลว่าคืนนี้จะมีที่หลับที่นอนกันหรือเปล่า

“อย่าคิดมากครับผม..มันไม่มากไปหวานี้ (กว่านี้) แล้วแหล่ะ” ขามที่ยืนคลี่แหปลอบใจแบบทะเล้นๆ

ป้าแย้มลงจากตะแคร่ค่อยๆเดินลุยน้ำไปยังครัวชั่วคราวเพื่อจัดแจงทำมื้อเที่ยง ทั้งเตาแก๊ส เตาถ่านวางคู่กันแต่ป้าแย้มเลือกก่อไฟกับเตาถ่าน เพราะไม่อยากยุ่งกับไฟฟ้ามากนักในช่วงน้ำท่วมเลยตัดสินใจหุงข้าวด้วยเตาถ่าน หลังจากหม้อข้าวอยู่บนเตาเรียบร้อย เสียงตำเครื่องก็ดังขึ้น

“ไอ้ขามมันทำไหร (มันทำอะไร) เสียงตูมตาม” ป้าแย้มเอ่ยถามสามีที่เดินขึ้นบ้านมา

“ทอดแหอยู่ข้างเริน (เหวี่ยงแหอยู่ข้างบ้าน) ได้หลายตัวแล้ว” ลุงล่ายบอก

“ปลาหลุดบ่อ น้ำมาก คนบ่อปลาขาดทุนยับเลย ” ป้าแย้มพูดมือก็วุ่นงานครัว

แหที่น้ำหยดติ๋งๆ แขวนอยู่ข้างประตูบ้าน ขามที่เนื้อตัวเปียกปอนสวมแค่กางเกงนักเรียนสีกากีตัวเดียวสีหน้าสดใสย่างเดินลุยน้ำขึ้นบ้านพร้อมถังทรงสูงที่ข้างในมีทั้งปลานิลและปลาช่อน

“อัยยา..ได้หลายตัว ตัวเติบๆหล่าวโด (ตัวใหญ่นะเนี่ย) !!” ป้าแย้มที่ชะโงกหน้ามองในถังพูดเสียงตื่นเต้น “ไซรไม่ทอดแหเหลย หยุดไซร (ทำไมไม่เหวี่ยงแหต่อล่ะ หยุดทำไม)? ” ป้าแย้มถามหนุ่มน้อย

“ฝนตกแรง (หนัก) ป้าแกงปลาเลยสดๆ หรอยแรง (อร่อยมาก) ” ขามบอกแม่ครัว

เสียงฟ้าร้องดังมากจนบ้านสะเทือนขามทำหน้าแหยงๆ ก่อนลุยน้ำลงไปตรงตะแคร่ข้างหน้าต่าง ชะโงกหน้าเห็นลุงล่ายกำลังจัดเก็บข้าวของอยู่ที่ขนำหน้าบ้าน ซึ่งตอนนี้น้ำท่วมเลยพื้นขนำไปแล้ว สายฝนร่วงกลายเป็นสายน้ำเทลงจากชายคาลงกระแทกน้ำเบื้องล่าง

“ช่วยทีไอ้ขาม..ช่วยที (ช่วยด้วย) !!” เสียงลุงล่ายร้องบอก ขามเห็นกระเป๋ากระสอบปุ๋ยของลุงล่ายกับเปี้ยว (หมวกทรงแหลม) และถุงข้าวของลอยไปตามน้ำก็รีบลุยน้ำออกไปตรงประตูจับแหได้เหวี่ยงเป็นวง

“เรียบร้อย !!” ขามพูด

“เรียบร้อยพ่อมึงแหล่ะ..ลอยไปโน่นแล้ว !!”