Get Adobe Flash player

ปีใหม่...ไซรไม่หลบบ้าน !!? โดย..เชิงภู

Font Size:

ปลายขากางเกงสีเขียวเข้มที่มดแดงเอวคอดสองสามตัวไต่คล่องแคล่วขึ้นจากปลายเท้ากำลังป่ายปีนสู่ที่สูงขึ้น สุดท้ายพวกมันก็ทำสำเร็จ สองสามตัวไต่สูงขึ้นไปเกือบถึงหัวเข่าแล้วหยุดเหมือนทำสัญญาณให้พรรคพวกด้านล่างไต่ตามขึ้นมา

ลมพัดวูบใหญ่ฟ้าฝนเริ่มรวมตัวอีกครั้ง ปีใหม่ของปักษ์ใต้แตกต่างจากภาคอื่นๆ คือภาคอื่นจะอากาศหนาวเย็น แต่ปักษ์ใต้มีฝนกระหน่ำและน้ำท่วมกลางท้องนาเงียบสงบไร้ต้นข้าวมีแต่น้ำเต็มทุ่ง ฝนลงเปาะแปะกระทบหลังคาสังกะสีเก่าขนำน้อยนั้น ชายหนุ่มในชุดสีเข้มที่เอนนอนหลับตามือข้างขวาใช้หนุนหัว ขาข้างหนึ่งห้อยวางบนพื้นสะดุ้งเล็กน้อยเพราะรู้สึกแปล๊บๆตรงข้อเท้าด้านซ้าย เขาใช้มือตะปบอย่างรวดเร็วมดแดงหลายตัวตายติดมือบ้างร่วงหล่นบนพื้นบ้าง หลังจากลุกขึ้นนั่งก็ปัดมดแดงตรงขากางเกงออกจนหมด มดแดงที่รอดตายรีบไต่หนีขึ้นต้นมะม่วงข้างขนำ สายฝนลอยปลิวตามแรงลมเข้าในขนำหนุ่มหน้าเข้มกระถดเข้าชิดด้านใน ก่อนมองเหม่อดูสายฝนตกกระแทกต้นดอกหญ้าที่ดอกปุยสีขาวไม่มีเหลือแล้วเพราะแหลกร่วงลงดิน
“ อ๊อดเอ้ย...อยู่ไหนเนี่ย!!? ” เสียงเรียกดังแข่งกับเสียงฝนแต่ไม่ได้ทำให้หนุ่มในขนำสนใจแต่อย่างใด ยังคงนั่งมองเหม่อสายตาฝ่าสายฝนไปไกล
“ อยู่นี่เอง” ป้าสายหยุดที่กางร่มสีดำเดินเท้าเปล่าฝ่าสายฝนยืนถอนหายใจเมื่อตามหาลูกชายเจอ
“ หลบ (กลับ) มาบ้านเหนื่อยๆ ไซร (ทำไม) ไม่นอนพักที่เริน (บ้าน) ล่ะ มานั่งแล (ดู) ฝนอยู่ไซรที่หนำ (ขนำ) เรื่องนั้นอย่าไปคิดมาก ค่อยๆคิดแล้วค่อยว่ากัน” ป้าสายหยุดตบบ่าลูกชายให้กำลังใจ

ฝนเริ่มซาเม็ดชายหนุ่มวางเท้าลงพื้นแฉะชื้นด้านล่าง จำได้เมื่อเดือนเมษาหน้าสงกรานต์เขาและสาวเจ้ายังมานั่งเคียงคู่กันที่ขนำน้อยหลังนี้ ยามนั้นแสงแดดแผดกล้าแต่ในใจหนุ่มสาวกลับอบอุ่นเกินจะกล่าว “ น้องอ้อ..ไซร (ทำไม) ติดต่อไม่ได้นะ ” หนุ่มหน้าเข้มรำพึงเบาๆ ...เหมือนสายลมจะรับรู้ได้ผัดฉิวหวิวผ่านเหมือนซ้ำเติมให้หัวใจยิ่งช้ำหนัก ชายหนุ่มนั่งคอตกไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

อ๊อดและน้องอ้อหนุ่มสาววัยไล่เลี่ยกัน ชอบพอรักใคร่กันตั้งแต่ชั้นมอปลาย เพราะเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน เป็นเพื่อนเล่นกันมาตอนวัยเด็กแต่เมื่อเข้าเรียนชั้นมัธยมต้นน้องอ้อได้ไปอาศัยอยู่กับน้าเมื่อจบมัธยมต้นกลับมาอยู่กับพ่อแม่เหมือนเดิม และได้พบเจอกันกับอ๊อดจากความเป็นเพื่อนในสมัยเก่า แปรเปลี่ยนเป็นชอบพอกัน ด้วยพ่อแม่รู้จักกันเป็นอย่างดี และความรักอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายที่ไม่ได้ห้ามปรามแต่คอยตักเตือนถึงความเหมาะสม คนรอบข้างก็คิดว่าสองคนนี้จะต้องตกลงปลงใจกันเมื่อถึงวันเวลาที่เหมาะสม

หลังอ๊อดจบชั้นมัธยมปลายก็สอบเข้าเป็นนายสิบตำรวจ เขาทำงานไปพร้อมกับเรียนหนังสือเพื่อให้ได้ปริญญาเพื่อไต่เต้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น ส่วนน้องอ้อนั่นยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่หกหลังจากนั้นก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยในเมืองกรุงได้ เมื่อแยกย้ายกันไปต่างหน้าที่ ต่างที่เรียนความห่างกันเริ่มมีบ้างแต่ความรักก็ยังแน่นเหนียวไม่แปรเปลี่ยน ปีสุดท้ายของน้องอ้อ แต่เป็นปีที่อ๊อดได้เป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร ความห่างเหินเริ่มชัดเจน และปีใหม่นี้ ไร้วี่แววของสาวเจ้า..น้องอ้อกลับมาบ้าน

เสียงตะโกนวู้ๆจากหน้าบ้าน อ๊อดตื่นจากภวังค์การครุ่นคิด รับรู้ได้ว่านั่นเสียงเพื่อนรักตะโกนร้องหา ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนลุกขึ้นเดินย่ำพื้นแฉะชื้นกลับบ้าน
“ ว่าพรือ (ว่าอย่างไร) เพื่อนอ๊อด หน้าตาเครียดจัง ” สมเกียรติเพื่อนซี้ทักทาย “ ไม่ต้องคิดไหรมาก (ไม่ต้องคิดอะไรมาก) มันไม่มีปัญหาไหรหรอก (ไม่มีปัญหาอะไรหรอก)..แน่นอน..เชื่อตะ(เชื่อซิ)” พูดพลางก็ตบบ่าเพื่อนไปด้วย

สองคนนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยสมเกียรติรินน้ำสีเหลืองใส่แก้วให้เพื่อนที่หน้าเศร้าหงอย ก่อนรินใส่แก้วให้ตัวเอง อ๊อดนิ่งมองแก้วน้ำสีเหลืองก่อนยกขึ้นซด
กับข้าวกลางวงที่มีทั้งปลาช่อนต้มส้ม หมูต้มยอดชะมวง และคั่วกลิ้งรสเด็ดจากกับข้าวกลายเป็นกับแกล้มสำหรับสองหนุ่มไปเรียบร้อยแล้ว ขวดเบียร์ยืนตรงบ้างกลิ้งบ้างอยู่ด้านหลังสองหนุ่ม อีกคนสนุกสนานร้องรำทำเพลง ส่วนอีกคนก็พร่ำเพ้อระบายความในใจ
“ แม่ครับเดี๋ยวผมไปซื้อน้ำหวานเพิ่มนะครับ ” สมเกียรติที่พูดลิ้นพันกันหน่อยๆบอกป้าสายหยุดที่นั่งอยู่หน้าบ้าน “ ฝากไอ้อ๊อดกัน (ด้วย) นั่งพิงฝาอิหลับแล้วมึ๊ง (ใกล้จะหลับแล้ว)”
“ พอได้แล้วแหล่ะ!! ” ป้าสายหยุดเอ่ยท้วงไม่จริงจัง
สมเกียรติเดินฮัมเพลงตรงไปร้านชำที่อยู่ไม่ไกลมาก ทักทายคนนั้นคนนี้ที่เดินผ่าน
“ อ้อ..มาแล้วเหอ (มาแล้วเหรอ) ตามบายน้อง (ตามสบายน้อง)” สมเกียรติพูดยิ้มๆ
ในบ้านอ๊อดเมาได้ที่นั่งพิงฝาหลับตาแต่ปากพร่ำเพ้อไปเรื่อยเปื่อย..ก่อนตัวจะค่อยๆเอนลงนอนอย่างหมดแรง พร้อมกับเท้าคู่เล็กที่ทาเล็บเท้าสีชมพูสวยย่างเหยียบเข้าบ้าน
“ น้องอ้อ..ไซรไม่หลบบบ้านนนน...หลบมาตะน้อง…”