Get Adobe Flash player

ท่วมทารุณ !! โดย..เชิงภู

Font Size:

ท่ามกลางฟ้ามืดในเวลารัตติกาลผสานกับฟ้าฝนที่รวมตัวกันมืดครึ้ม ส่งผลให้ฟ้าเบื้องบนดำทะมึนยิ่งขึ้น แสงสีสดแว๊บวับอยู่ปลายฟ้าเป็นเส้นแฉกยาวบ้างสั้นบ้าง ตามมาด้วยฟ้าคำรามดังสนั่นจนบ้านทั้งหลังสั่นไหว

ใกล้ดึกแล้วแต่สองผู้เฒ่าผัวเมียในบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้หลังเก่านั่งหน้าตาวิตก หวั่นใจ ทุกข์ใจกับภัยธรรมชาติที่กำลังเผชิญอยู่

“ ตกไม่หยุดมาสองวันสองคืนแล้ว ยำแล้วคันตกพันนี้ (แย่แล้วถ้าแบบนี้)” ตาแสงที่นั่งกอดอกอยู่ริมหน้าต่างบ่นให้เมียฟัง ก่อนเสียงฟ้าลั่นครืนๆตอบโต้คำพูดบ่น ยายผันได้แต่ถอนหายใจ ทั้งหนาวเหน็บทั้งห่วงสถานการณ์น้ำที่มีแต่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

“ อีผันมึงนอนไปก่อนเดี๋ยวกูจะนั่งเฝ้าน้ำอีกสักหน่อย” ตาแสงบอกเมีย

“ อิหลับลงพรือล่ะ (จะหลับได้อย่างไร) ฝนยังตกหนัก ฟ้าลั่นแรงพันนี้ หลับไม่ลง” ผู้เป็นเมียบอก

ด้านนอกบ้านที่แสงไฟจากหลอดนีออนส่องถึงมองไม่เห็นพื้นดินมีแต่ผืนน้ำ เม็ดฝนที่ยังตกกระหน่ำตกกระทบผืนน้ำเบื้องล่างคลื่นน้ำวงกลมเล็กกระเพื่อมออกตามแรงเม็ดฝน ตาแสงที่นุ่งผ้าขาวม้าใส่เสื้อยืดสีขาวตัวเก่าและผ้าขาวม้าผืนเก่าพาดบ่าสอดส่ายสายตาผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้คอยดูระดับความสูงของน้ำอยู่เรื่อยๆ

ในตัวบ้านตะแคร่ตัวใหญ่ที่อยู่ติดกับหน้าต่างอีกด้านน้ำกำลังปริ่มๆพื้นฟาก ส่วนตะแคร่ตัวที่สองผู้เฒ่านั่งอยู่นั่นความสูงมากกว่าน้ำจึงยังไม่ท่วม แต่ถ้าฝนยังตกกระหน่ำแบบนี้ น้ำไม่มีทีท่าจะลด ตะแคร่ตัวนี้ที่เหลือความสูงแค่ฟุตกว่าๆที่น้ำยังขึ้นไม่ถึง...ก็คงไม่เหลือเหมือนกัน..แล้วจะนั่งจะนอนกันยังไง? นี่คือสิ่งที่ผู้เฒ่าทั้งสองกังวลอย่างมาก

เสียงน้ำฝนไหลรินจากหลังคาลงกระทบผืนน้ำเบื้องล่าง ลมแรงเริ่มผสมรวมตัวคลุกเคล้ากับสายฝนพัดโบกจนเม็ดฝนสาดกระเซ็นเข้าหน้าต่างปะทะใบหน้าผู้เฒ่า ปอยผมสีขาวเทาไหวปลิวตามแรงลม ก่อนผู้เฒ่าจะยกมือสากลูบไอน้ำที่เกาะพราวเต็มใบหน้า

เสียงกรนเบาๆของคนที่นอนหลับอย่างเหนื่อยอ่อน ยายผันที่หัววางบนหมอนเก่าสีคล้ำนอนหลับสนิทเพราะใกล้ตีสองแล้ว แต่คนข้างๆแม้จะเอนตัวลงนอนแต่ยังข่มตาให้หลับไม่ได้

วันใหม่..แม้ไร้แสงตะวันแต่ก็ยังสว่างกว่ากลางคืน ฝนยังคงลงเม็ดอย่างไม่เบื่อหน่าย อีกแค่ครึ่งฟุตตะแคร่ที่นั่งอยู่ก็จะจมน้ำแล้ว สองผู้เฒ่ามองตรงไปข้างหน้าเห็นผืนน้ำสีขาวจรดฝั่งฟ้าทางโน้น มีภูเขาสองสามลูกที่เหมือนจะโผล่ขึ้นจากน้ำแซมไว้ดูแล้วสวยเหมือนรูปวาด ถ้าเป็นรูปวาดคงสวยน่าดู แต่นี่เป็นเหตุการณ์ที่หลายหลังคาเรือนเผชิญอยู่ เป็นสิ่งที่น่าทุกข์ใจไม่น้อย

“ ตาแสงยายผัน อยู่ม่าย (อยู่มั้ย)? ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน “ ไปเร็วไปรับของแจกกัน จังหวัดมาแจกของทั้งข้าวสารปลาป๋อง..อย่าแช (อย่าช้า) เอาบัตรประชาชนไปกัน (ด้วย)” เสียงคนบนถนนบอก

ถุงยังชีพสีเขียวขี้ม้าที่ข้างในมีทั้งข้าวสารปลากระป๋องและอาหารแห้งวางอยู่บนตะแคร่ ยายผันเดินขะย่องแขย่งบนสะพานไม้ที่พาดจากตะแคร่ที่นั่งนอนไปจนถึงครัวที่พื้นครัวก็เต็มไปด้วยน้ำ ยายเฒ่าเริ่มก่อไฟหุงหาอาหาร ไม่นานนักข้าวหม้อนั่นก็สุกหอม หลังจากนั้นกลิ่นหอมของเคยเจี้ยน (กะปิผัดน้ำมัน) ก็ฟุ้งไปทั่วบ้าน ยายผันห่อไหล่เพราะยืนแช่น้ำอยู่นานค่อยๆเดินไต่สะพานกลับตะแคร่พร้อมถ้วยเล็กในมือก่อนจะเปิดปลากระป๋องเทใส่ลงไป

“ ตาแสงเอ้ยมากินข้าว” ยายผันร้องบอกสามีที่ลอยคออยู่ข้างบ้านตรวจดูยุ้งข้าวที่น้ำท่วมถึงแล้ว 

“ ข้าวทุกสอบ (กระสอบ) จมน้ำไปถึงครึ่งสอบแล้ว ไม่โร้อิทำพรือแล้ว (ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว)” ตาแสงบ่นก่อนหยิบผ้าขาวม้าผืนแห้งบนตะแคร่ไปผลัดเปลี่ยน ยายผันได้แต่น้ำตาคลอไร้ความคิดเห็นใดๆ ก่อนก้มหน้าเปิบข้าวกับเคยเจี้ยนส่งเข้าปาก

“ ยายผันเหอยายผันอยู่ม่าย เค้าล้มวัวทำเนื้อวัวแจกที่บ้านผู้ใหญ่ไปเอากันนะ (ไปเอาด้วยนะ) ” เสียงตะโกนบอกจากบนถนน

“ เอามาให้ได้ม่ายละโหลก (ได้มั้ยละลูก) ยายลงน้ำไม่ไหวแล้ว เย็นเด้ ”ยายผันตะโกนตอบ

เนื้อวัวสดๆ อยู่บนเตาถ่าน ยายผันยืนแช่น้ำย่างเนื้อวัวไว้ พอเนื้อวัวแห้งสุกดีหายร้อนก็เก็บใส่ถุงพลาสติกห้อยไว้ที่ตะปูข้างฝา ก่อนจะเอากล้วยน้ำว้าสุกที่เหลืออยู่ครึ่งหวีมาย่างไฟ ย่างกล้วยยังไม่ทันจะสุกฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอีก หลังจากที่ลงเม็ดปรอยๆอยู่ได้พักใหญ่

“ ถ้าจมแคร่นี้กะปิดบ้านนั่งเรือไปบ้านหลวงไข่” ตาแสงบอกยายผัน

“ เออ ค่อยว่ากัน มากินกล้วยย่างก่อน ร้อนๆ ” ยายผันที่เดินถึงตะแคร่เอ่ยชวน

“นี่ถ้าในหลวง (รัชกาลที่9) ยังไม่สิ้น บางทีน้ำท่วมที่บ้านเราท่านคงแก้ไขให้แล้ว เหมือนแก้ไขที่น้ำท่วมหาดใหญ่ปีนั้น !!” ตาแสงพู

“ พื้นที่ทุกตารางนิ้วอยู่ในหัวพระองค์ท่านหมดเลย แก้ไขได้ทั้งเพ (ทั้งหมด)” ตาแสงพูดต่อ

“ ขอบารมีของพระองค์ท่านปกป้องเราด้วยเถ๊อะ !!”