Get Adobe Flash player

เด็กชายธง โดย..เชิงภู

Font Size:

ฝนปรอยท่ามกลางแดดอุ่นยามสาย แต่ไม่นานสายฝนที่เบาบางก็จางหายไปทิ้งให้แสงแดดโดดเด่นใสจ้าขึ้นเรื่อยๆ เด็กปั่นจักรยานแข่งกัน หลายคนซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ผู้ปกครองมุ่งสู่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน

วันเสาร์โดยปกติโรงเรียนจะเงียบเหงาเพราะเป็นวันหยุด แต่เสาร์นี้คึกคักไปด้วยเด็กนักเรียนและผู้ปกครองที่เดินทางมารวมตัวกันร่วมกันจัดกิจกรรมวันเด็กในปีนี้ ที่ลานสนามหญ้าโดยรอบถูกจับจองโดยพ่อค้าแม่ค้า ตรงกลางนั้นเป็นเวทีชั่วคราวสำหรับการแสดงของเด็กนักเรียน คุณครูฝ่ายกิจกรรมกำลังจัดเตรียมความพร้อมของเครื่องเสียง

บนอาคารเรียนหลังไม้ คุณครูผู้หญิงหลายท่านกำลังจัดเตรียมแต่งองค์ทรงเครื่องนักเรียนที่จะแสดงในแต่ละชุดอย่างขะมักเขม้น โดยการแสดงจะมีทุกระดับชั้นเรียน คุณครูประจำชั้นได้คัดเลือกเด็กนักเรียนและจัดเตรียมการแสดงไว้ มีทั้งเต้นประกอบเพลง รำไทย และแสดงละคร

หน้าประตูเข้าโรงเรียนสองยายหลานช่วยกันเข็นรถรุน (รถเข็นทำด้วยไม้ของคนปักษ์ใต้) ที่ในรถเต็มไปด้วยอุปกรณ์สำหรับขายของในวันนี้ ธงเด็กชายหน้านิ่งๆวัยสิบขวบอยู่ชั้นประถมปีที่สี่ของโรงเรียนที่นี่ สวมกางเกงนักเรียนสีกากีและเสื้อยืดสีดำตัวเก่า รองเท้าแตะที่พื้นหายไปเป็นรูโหว่ตรงส้นเท้าดีดดังปั๊บๆยามย่างเดิน

“ ถึงแล้วๆ ตรงนี้แหล่ะไอ้ธง จอดรถตะ (ซิ) แล้วเอาของลง ปูสาด (ปูเสื่อ) ก่อนเลย” ยายส้มบอกหลานชาย

เสื่อกระจูดสองผืนปูเรียงกันยายส้มจัดที่ทางสำหรับนั่งหยิบขนมจีนใส่จาน ข้างๆนั้นเป็นหม้อน้ำยาขนมจีนสองหม้อ ทั้งแกงเผ็ดและแกงกะทิ ส่วนตรงกลางเป็นถาดใหญ่ใส่ผักเหนาะ(ผักกินคู่กับขนมจีน) ขวดน้ำปลา จานใส่พริกทอด และขวดใส่พริกป่น  ถัดจากหม้อน้ำแกงขนมจีนเป็นกระติกใส่น้ำที่บรรจุน้ำแข็งก้อนเล็กไว้เรียบร้อยแล้ว ข้างกระติกเป็นตะกร้าที่แก้วน้ำพลาสติกถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ

ด้านหลังของยายส้ม มีกะละมังสีดำสามใบวางเรียงราย ธงที่เดินไปเดินกลับพร้อมกับถังน้ำสีดำขนน้ำมาเติมใส่ในกะละมังสองใบจนเต็ม

“ ว่าพรือล่ะยาย (ว่าอย่างไรล่ะยาย) วันนี้ขายหนมจีนกี่โล (กี่กิโล)?” ครูธวัชชัยคุณครูฝ่ายกิจกรรมที่จัดเวทีเรียบร้อยทุกอย่างแล้วเดินเข้ามาถาม

“ เอามาสิบห้าโลค่ะ” ยายส้มตอบพร้อมส่งยิ้มฟันหลอ

“ อย่าแช (อย่าช้า) สักชามถิ (สักชามหนึ่ง)” ครูธวัชชัยบอก

ขนมจีนเส้นขาวทับด้วยน้ำแกงเผ็ดและน้ำแกงกะทิ ช้อนเขียว (ช้อนสังกะสีมีสีเขียว ช้อนสมัยโบราณ) วางข้างชามส่งให้คุณครูหนุ่ม พอชามขนมจีนวางด้านหน้า ทุกอย่างตรงกลางถูกรวมอยู่ในชามนั้น คุณครูตักกินอย่างเอร็ดอร่อย

“ หรอยแรง (อร่อยจัง) เอม (อิ่ม) เลยผม” ครูธวัชชัยพูดก่อนมองชามที่เลอะน้ำแกงถูกล้างเรียบร้อยคว่ำไว้ในกะละมังอีกใบ

“ วันนี้ไม่แสดงกับเค้าเหอ (เหรอ) เด็กชายธง?” ครูธวัชชัยถามเด็กชายที่นั่งล้างจานอยู่ด้านหลังยายส้ม ก่อนรับเงินทอนที่ส่งมาให้

“ ฮายยย หมันหอนได้แสดงไอ้ไหร (ไม่เคยได้แสดงอะไร) คนแหลงไหรไม่เป็น (คนพูดอะไรไม่เป็น)” ยามส้มพูด

เสียงการแสดงของเด็กนักเรียนแบ่งเป็นช่วงๆ สลับการแจกขนมและของขวัญ ธงได้แต่ชะเง้อมอง แต่ไปดูไม่ได้เพราะมือนั้นล้างจานไม่ได้ว่างเว้น เพราะขนมจีนยายส้มนั้นขายดี  หลังคนซาลงไม่ได้ล้อมวงนั่งกินอย่างเมื่อชั่วโมงที่แล้ว ยายส้มส่งจานขนมจีนที่ราดน้ำแกงเผ็ดอย่างเดียวให้เด็กชายด้านหลัง ธงกินอย่างรวดเร็วก่อนล้างจานคว่ำไว้

การแสดงทั้งสนุก ขนมที่แจกก็มากมาย ธงชะเง้อแล้วชะเง้ออีก แต่สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจเพราะภาระหน้าที่คามือไปที่หน้าเวทีไม่ได้  กลิ่นข้าวเหนียวไก่ทอดลอยมาตามลมธงก็กลืนน้ำลายเอื๊อก ข้างสนามเต็มไปด้วยร้านค้าน้อยใหญ่ มีทั้งของกินและของเด็กเล่น และร้านหมวกสวยๆที่ธงชะเง้อมองหลายรอบแล้ว และร้านอื่นๆอีกมากมาย แต่สุดท้ายก็ได้แต่นั่งก้มหน้าล้างชามต่อไป

บ่ายคล้อยกิจกรรมจบลงพร้อมกับผู้ปกครองและเด็กนักเรียนที่สองมือเต็มไปด้วยถุงขนมพร้อมเดินทางกลับบ้านด้วยสีหน้าชื่นมื่น

“ เรียบร้อย หมดพอดีหนมจีนสิบห้าโล ไอ้ธงเหอเก็บของใส่รถรุนนะ ยายไปโน่นสักเดี๋ยว” ยายส้มสั่งหลานก่อนเดินหายไป

รถเข็นพร้อมเดินทางกลับ ธงเงยหน้าอีกทีก็เห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ข้าวเหนียวไก่ทอดห่อใหญ่ ขนมมากมายในถุง ยายส้มยิ้มให้เมื่อหลานชายรับไปก่อนบรรจงสวมหมวกแก๊ปยีนส์ให้หลาน และยื่นรองเท้าแตะคู่ใหม่ให้ ธงมองหน้ายายและไหว้ สองยายหลานเข็นรถกลับบ้านด้วยสีหน้าเป็นสุข

“ ชีวิตคนเรามันไม่เหมือนกันนะ จำไว้ ” ยายส้มสอนหลาน

“ ทั้งเด็กทั้งคนเติบ (โต) เรามีหน้าที่!! ต้องทำหน้าที่เราให้ดีที่สุด !! ”