Get Adobe Flash player

ชาติขี้หก !! โดย..เชิงภู

Font Size:

ท้องฟ้าครึ้มเริ่มจางใส เสียงนกร้องอย่างดีใจ ไผ่สีกอไหวโยกเบาๆเหมือนจะรับรู้ความแจ่มใสของอากาศในวันนี้ นกเขาคู่ร่อนลงดินเคียงคู่หยอกเหย้าเดินแยกบ้างชิดบ้าง แต่เมื่อเสียงตะโกนดังลั่นบ้านนกเขาคู่ถึงกับเตลิดไปคนละทิศละทาง

“ ไอ้ไผ่ ไอ้เบร๋อ (ไอ้บ้า) มึงขี้หกกูแหล่ะหล่าว (โกหกกูอีกแล้ว ) ชาติขี้หกจริงมึง (ชอบโกหกจริงนะมึง/สันดานโกหก)” เสียงตาน้อมด่าหลานชาย  “ ไอ้ไหรหล่าวล่ะ (อะไรอีกล่ะ)? ผมขี้หกไหร(ผมโกหกอะไร)?” ไผ่ที่นั่งอยู่นอกชานบ้านถามสีหน้างงๆ

“กูบอกให้ล้างตะกง (ภาชนะใส่น้ำยางพาราเพื่อทำแผ่นยางรูปสีเหลี่ยมผืนผ้า) ไซร(ทำไม)มึงไม่ล้าง? ”ตาน้อมใส่เป็นชุด

“ เอ๋า!! บอกเบอใด (บอกเมื่อไหร่) บอกให้รองน้ำใส่ตุ่มไม่ใช่เหอ (ไม่ใช่เหรอ)? ผมทำให้แล้ว” ไผ่เถียงหน้าตาเฉย “ เออ..กูเถียงไม่เคยนะ (ชนะ) แล้วแต่มึง กูล้างเองกะได้” ตาน้อมพูดเสียงงอนๆ

สวนยางสี่ไร่อยู่ข้างๆทุ่งนาที่ตอนนี้ไร้ต้นข้าว ตรงนี้เป็นที่ดินของตาน้อม สวนยางสี่ไร่และแปลงนาสี่ไร่ทอดยาวเคียงคู่กัน เมื่อก่อนนั้นก็เป็นแปลงนาทั้งแปดไร่แต่หลายปีก่อนตาน้อมลองปรับเปลี่ยนพื้นที่ลงยางพาราปลูกไปสี่ไร่ปรากฏว่าต้นยางพาราเติบโตดีและเริ่มกรีดน้ำยางมาเกือบปีแล้ว

ทุกเช้ามืดตาน้อมลุกขึ้นเพื่อออกไปกรีดยาง ส่วนไผ่หลานชายวันสิบสองปีนั้นปล่อยให้นอนหลับอยู่ที่บ้าน แต่เมื่อสว่างเด็กชายก็จะออกไปช่วยเก็บน้ำยางเพื่อเอามาทำเป็นแผ่นยางพารา เช้านี้ก็เช่นกัน หนุ่มน้อยในชุดเก็บน้ำยางเดินเก็บน้ำยางแต่ละถ้วยแต่ละต้นเทรวมลงในถังหิ้วใบใหญ่ เมื่อถังเต็มไปด้วยน้ำยางก็นำไปวางไว้ข้างรถเข็น เอาถังต่อไปเก็บน้ำยางต่อ

“ ประโน่น (ทางโน่น) เก็บน้ำยางแล้วม่าย (หรือยัง) ” ตาน้อมตะโกนถาม

“ เรียบร้อยคับผม” ไผ่ตอบอารมณ์ดี

“ ให้มันจริงเถอะ อย่าขี้หก วันก่อนไม่เก็บสองแถวต้นยาง” ตาน้อมบ่นใส่

“ อัยยา!! อันนั้นเค้าไม่เรียกว่าขี้หก เค้าเรียกว่าลืม เข้าใจม่ายล่ะ (เข้าใจหรือเปล่า)”ไผ่แก้ตัว

จริงๆ แล้วไผ่ไม่ใช่คนที่ชอบโกหก แต่เป็นเพราะตาน้อมคอยจ้ำจี้จ้ำไชจนบางครั้งไผ่ก็เบื่อหน่ายเลยพูดปัดๆส่งๆไป หรือไม่ก็ทำแบบขอไปที แต่เนื้อแท้แล้วเป็นคนรับผิดชอบและรักผู้เป็นตา

อยู่เหมือนกัน เพราะตาน้อมคอยดูแลเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก เด็กชายรู้ดีว่าคำด่าว่าของตาคือการสอนสั่งให้รับผิดชอบและรู้หน้าที่

“ กงล้างแล้วม่าย? ” ตาน้อมถามอีก

“ เรียบร้อยแล้วคับผม ไม่ต้องห่วงวันนี้พร้อมแหม็ดแล้ว(พร้อมหมดแล้ว)” ไผ่ตอบยิ้มๆ

สองตาหลานช่วยกันเข็นรถเข็นที่ในรถนั้นเต็มไปด้วยถังบรรจุน้ำยาง เพราะหนทางราบเรียบจึงเข็นง่ายน้ำยางในถังไม่กระฉอกออกมา เข็นถึงหลังบ้านที่เป็นโรงทำแผ่นยางสองตาหลานช่วยกันยกถังน้ำยางเทน้ำยางลงในถังใหญ่  ที่บนถังใหญ่มีตะแกรงอันใหญ่ไว้กรองน้ำยาง เมื่อน้ำยางรวมอยู่ด้วยกันแล้ว ตาน้อมเติมน้ำสะอาดลงไปอย่างชำนาญ ตะกงมากมายวางเรียงเรียบร้อยโดยฝีมือหนุ่มน้อย ตาน้อมตักน้ำยางในถังใหญ่ใส่ตะกงส่วนไผ่นั้นทำหน้าที่เติมน้ำกรดตามจำนวนช้อนที่ทำอยู่ทุกวันและคนๆจนน้ำยางเข้ากันดี

“ ใส่ให้หมดทุกกงนะ น้ำกรด อย่าลืมหล่าว (อย่าลืมอีก)” ตาน้อมยังไม่วายกำชับ

“ อานั่นแหล่ะ (อ้าวนั่นไง) รู้แล้วใช่ม่าย (ใช่มั้ย) ว่ามันเกี่ยวกับการลืม ไม่ใช่ขี้หก” ไผ่สวนกลับทันที ส่วนตาน้อมได้แต่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

ตะกงถูกคว่ำลงเมื่อน้ำยางเริ่มแข็งตัว แผ่นยางพาราสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลุดออกมาสองหนุ่มต่างวัยช่วยกันคว่ำแล้วใช้เท้าเหยียบนวดจนแผ่นยางที่หนานั้นยืดเป็นเป็นบาง ก่อนเอาเข้าเครื่องรีด (เครื่องจักรเล็กใช้มือหมุนเพื่อให้แผ่นยางพาราแบนเรียบ) เมื่อแผ่นยางพาราเป็นแผ่นบางตามต้องการ นำไปจ้วงลงตุ่มล้างน้ำก่อนนำไปตากที่ราวไม้ไผ่ด้านข้าง

น้ำค้างที่ค้างปลายต้นหญ้าสองข้างทางปัดป่ายกระเด็นใส่ขาของสองหนุ่มที่ช่วยกันเข็นรถใส่ถังน้ำยางกลับบ้านเช่นเดิมในเช้านี้

“ พบตาน้อมพอดี แล้วรู้ข่าวยายดวงที่นอนอยู่โรงบาล อาการแกพันพรือมั่ง (อาการเป็นยังไงบ้าง)? ” เพื่อนบ้านที่เดินสวนทางมาสอบถาม “ ไม่พรือหรอก (ไม่เป็นไรหรอก) อยู่แค่หมอ (อยู่ใกล้หมอ) บายใจได้ (สบายใจได้)” ตาน้อมตอบพร้อมส่งยิ้มให้

“ เอ๋า!! ขี้หกไซรล่ะตา (โกหกทำไมล่ะตา) ไปแล (เยี่ยม) ยายดวงแรกวา (เมื่อวาน) หมอ บอกว่าไม่ค่อยดีไม่ใช่เหอ (ไม่ใช่เหรอ)? ขี้หกเหมือนกันนิ!!” ไผ่ใส่ทันทีเมื่อเพื่อนบ้านผ่านไป

“ อันนี้เค้าเรียกว่าขี้หกขาว แหลง (พูด) ในด้านบวก” ตาน้อมอธิบาย

“ ฮึ!! ขึ้นชื่อว่าขี้หกกะขี้หกทั้งเพแหล่ะ ไม่ต้องบอกว่าหกขาวหกแดงหร๊อก” ไผ่ว่าให้

“ มึงนิ!! ไม่เข้าใจ หาเรื่องแล้ว” ผู้เป็นตาว่าก่อนจะเข็นรถเข็นเร็วขึ้นแรงขึ้น

“ ฮ่าฮ่าฮ่า มีอารมณ์” ไผ่หัวเราะชอบใจ “ เอ๋าๆ หกแล้วๆ” ไผ่พูดเสียงดัง

“ กูขี้หกไหรมึงล่ะ (กูโกหกอะไรมึงล่ะ)!!?” ตาน้อมตะคอกใส่หลาน

 “ น้ำยางนั้น..อิ (จะ) หกแล้ว หกแล้ว วังตะ (ระวังซิ) !!”