Get Adobe Flash player

หนูนาไปไหว้ก้อง โดย..เชิงภู

Font Size:

เบื้องหน้าคือภูเขาสูงตั้งตระหง่านอยู่กลางหมู่บ้าน ทุกวันเมื่ออาทิตย์ส่องภูลูกนี้ก็อยู่ตรงนั้นเสมอและมันดูปกติในสายตาของหนูนา แต่วันนี้ทำไมภูเขาสวยจัง อากาศก็ดีผู้คนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส หันมองไปทางไหนมีแต่คนใส่เสื้อผ้าสีสวยสด

“เสร็จแล้วม่ายล่ะหนูนา (เสร็จหรือยังล่ะหนูนา)?” แม่ที่เดินนำหน้าหันมาถาม หนูนาไม่ตอบแต่ลุกขึ้นยืนและส่งยิ้มให้ เพราะเดินลัดทุ่งมาหญ้าเจ้าชู้ติดขากางเกงเต็มไปหมด หนูนาเลยก้มลงเก็บทิ้ง ส่วนแม่นั้นตัวสูงและขยุ้มผ้าถุงให้สูงขึ้นเลยเดินได้สบาย

วันนี้เป็นวันไหว้ก้อง (ภาษาถิ่นใต้ไหว้ก้องหมายถึงกราบไหว้บรรพบุรุษ วันไหว้ก้องก็คือวันตรุษจีนของคนปักษ์ใต้)  ทุกคนในหมู่บ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นญาติๆกันทั้งนั้นจะเดินทางไปบ้านคุณตาอาวุโสท่านหนึ่งที่เป็นญาติผู้ใหญ่อายุเยอะที่สุดเท่าที่หนูนาเห็น ทุกคนจะไปรวมตัวกันเพื่อทำพิธีไหว้ก้องที่บ้านคุณตาท่านนั้น รวมทั้งญาติๆที่มาจากกรุงเทพฯ มาจากต่างจังหวัดก็หลั่งไหลกันมาจัดว่าเป็นงานรวมญาติงานใหญ่ทีเดียว และที่สำคัญของกินเยอะแยะมากมายถูกใจเด็กๆ อย่างหนูนาซะเหลือเกิน และยิ่งกว่านั้นเด็กๆก็ยังได้ซองสีแดงที่ข้างในใส่เงินไว้ด้วย แต่ละปีหนูนาได้ซองแดงไม่ต่ำกว่าสิบซอง วันไหว้ก้องจึงเป็นวันที่หนูนาเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบมีความสุขที่สุด

“มาแล้วเหอ (มาแล้วเหรอ) อีเนียม ไวๆเข้าครัวไปช่วยกันหุงข้าวนะ” เสียงจากคุณตาผู้อาวุโสทักทายผู้เป็นแม่ก่อนจะส่งยิ้มมาให้หนูน้อยหน้าแป้นแล้นด้านหลังที่ยกมือป้อมๆขึ้นทำความเคารพโดยผู้เป็นแม่ไม่ต้องบอกกล่าวเป็นภาพที่น่าเอ็นดูสำหรับคุณตาผู้อาวุโสเคราขาวท่านนั้นถึงกับยกมือขึ้นลูบหัวเด็กน้อยอย่างรักใคร่

ภายในครัวไม้กว้างขวางสาววัยกลางคนจนถึงสูงวัยต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือ หุงข้าวบ้าง ทำกับข้าวบ้าง ล้างจาน เช็ดสำรับสำหรับจัดวางของไหว้ก้อง อีกมุมหนึ่งของห้องครัวเต็มไปด้วยหัวหมู หมูสามชั้นและเป็ดไก่ต้มสุก ขนมเข่งขนมปุยฝ้ายขนมเทียน ผลไม้มากมายวางอยู่

น้ำจิ้มรสเด็ดกะละมังใหญ่และหอยแครงอีกหนึ่งเข่งใหญ่ลวกเรียบร้อยพร้อมรับประทาน

ผัดซีอิ้วกระทะบิ๊กเบิ้ม หม้อข้าว หม้อแกงควันลอยกรุ่น พร้อมแล้วทุกอย่าง หลังจากนั้นสาวๆต่างวัยในครัวก็รวมใจกันจัดของไหว้ใส่จานชามและทยอยเดินไปวางในห้องโถงด้านใน หัวหมู เนื้อหมู เป็ดไก่ ขนมผลไม้ ข้าวปลาอาหาร ถูกจัดเรียงอย่างสวยงามเกือบเต็มห้องโถงห้องใหญ่นั้น

“มายืนแอบอยู่ไซรล่ะ (มายืนแอบอยู่ทำไมล่ะ)? ไซร (ทำไม) ไม่ไปเล่นกับเพื่อนๆล่ะ โน่นเพื่อนลุยเสียแหม็ดเล่นอยู่หน้าถ๊น (เพื่อนมากมายเล่นอยู่หน้าถนน)” ผู้เป็นแม่พูดกับหนูนา  หนูนาได้แต่ยืนแอบข้างประตูนิ่งยิ้มน้อยๆ ไม่พูดอะไร ได้แต่แอบมองเพื่อนๆ เล่นกันแต่ไม่กล้าไปเล่นกับพวกเขาเพราะเป็นคนขี้อาย และเด็กๆที่เล่นอยู่กันนั้นส่วนใหญ่เป็นญาติๆที่มาจากกรุงเทพบ้างต่างจังหวัดบ้างทุกคนแต่งตัวดี มีของเล่นมาโชว์อวดกัน เธอจึงไม่กล้าเข้าไปหาได้แต่แอบมองอย่างอยากรู้อยากเห็นและพยายามอยู่ใกล้แม่ที่สุด

ผู้คนล้นออกจากห้องโถงใหญ่นั้นนั่งกันเรียบร้อยเพื่อร่วมกันทำพิธีกราบไหว้บรรพบุรุษ ควันธูปลอยกรุ่น  เด็กๆส่งเสียงสนุกสนานกันอยู่ข้างนอก ส่วนหนูนานั้นนั่งซุกอยู่ข้างแม่ข้างประตู ญาติๆแต่ละคนทักทายถามไถ่ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

เสียงประทัดดังระงมหน้าบ้านหลังใหญ่นั้น หลายคนถึงกับยกมือปิดหูเพราะประทัดพวงแล้วพวงเล่าที่ถูกจุดโดยไม่มีท่าทีว่าจะหมด เปลือกประทัดกองทับถมปลิวว่อนตามลม หนูนาเอามือปิดหูซุกตัวอยู่ข้างแม่

“เป็นไอ้ไหร (เป็นอะไร)?” แม่ถามเมื่อเห็นลูกสาวแลบลิ้นบ่อยๆ

“นุ้ยเผ็ดนิ (หนูเผ็ดค่ะ)” หนูนาตอบก่อนจะยกน้ำหวานสีแดงขึ้นซด แต่ยังไม่วายเอาช้อนส้อมจิ้มหอยแครงที่แม่แกะวางไว้ให้จิ้มในน้ำจิ้มรสเผ็ดส่งเข้าปาก หัวหมูเนื้อหมูเป็ดไก่ต้มที่หั่นเรียบร้อยเต็มจานใหญ่ ขนมและผลไม้อีกหนึ่งจานใหญ่อยู่ด้านหน้าแต่เด็กน้อยยังไม่แตะยังคงตั้งหน้าตั้งตากินหอยแครงลวกก่อนจะยอมถอดใจเพราะน้ำจิ้มเผ็ดมาก หันไปกินผัดซีอิ้วที่แม่เพิ่งตักมาวางไว้ เสียงจอแจดังอยู่รอบตัวญาติๆร่วมกันกินข้าวกันอย่างสนุกสนาน

หนูนาใช้มือเดียวหยิบจับอาหารส่งเข้าปาก ส่วนอีกมือกำซองสีแดงไว้แน่น

“แม่นุ้ย (หนู) อยากได้เป็ดไก่หัวหมูกลับบ้านได้ม่าย (ได้ไหม) ?” หนูนาถามแม่ทั้งหมูเต็มปาก

“เดี๋ยวตาเค้าแบ่งเองแหล่ะ ถ้าไม่ได้ก็ค่อยเอาหนมกลับแล้วกัน” แม่บอกอย่างไม่ค่อยสนใจ

“ได้แต่หนมกับผลไม้ นุ้ยอยากได้หัวหมู ได้ไก่” หนูนาบ่นไปกินไป

หนูนาที่ยังกำซองแดงไว้แน่นเดินกลับมาหาแม่ในห้องครัวอย่างหงอยๆ “หมดแล้วแม่เหอ หัวหมูเป็ดไก่ แรกเดียวยังลุยเสียแหม็ด (เมื่อกี้ยังมีเยอะอยู่เลย) แป๊บเดียวหายหมด” หนูนาบ่น

หลังเก็บกวาดล้างทุกอย่างเรียบร้อยญาติๆทยอยเดินทางกลับแม่ก็ชวนหนูนากลับบ้าน

“กลับแล้วเหอ มาเอานี้ก่อนมา ”ตาผู้อาวุโสเดินมากับซองแดงและบางอย่าง เด็กน้อยอารมณ์ดีเดินตามหลังแม่ “เย้ๆ นุ้ยได้เป็ด ได้ไก่ ได้หัวหมูแล้ว รักก้องจังเลย!!”