Get Adobe Flash player

แก๊งค์รถขวดน้ำ โดย..เชิงภู

Font Size:

กลางเปลวแดดที่แผดแรงขึ้นเรื่อยๆ แลเห็นจักรยานเก่าคันเล็กสามคันปั่นเรียงรายกันบนถนนหลายหลักของหมู่บ้าน ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ชาวบ้านมักจะเห็นภาพนี้จนชินตา เด็กชายสามคนกับจักรยานเก่าคนละคัน พร้อมกระสอบปุ๋ยร้อยเชือกที่ปากกระสอบแขวนที่แฮนด์รถจักรยานทั้งสามคัน ภายในกระสอบเป็นขวดน้ำที่เจ้าของรถจักรยานช่วยกันเก็บจากข้างทางถนน

คล้า ไข่และรงค์ สามเพื่อนรักวัยเดียวกัน เมื่อรวมอายุกันได้สามสิบปีพอดี ทุกเสาร์อาทิตย์เด็กทั้งสามคนจะรวมตัวกันออกปั่นจักรยานตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเก็บขวดพลาสติก ขวดต่างๆที่พอจะมารวมกันแล้วเอาไปขายเป็นรายได้เสริมของยายได้  เช้านี้ก็เช่นกันทั้งสามหนุ่มน้อยเริ่มตระเวนปั่นจักรยานเลียบทางถนนรถไฟ ก่อนจะวกกลับขึ้นสู่ถนนสายหลักของหมู่บ้าน และปั่นมุ่งตรงกลับบ้าน

“ไอ้ไข่ ไอ้รงค์ หลบ(กลับ)บ้านได้แล้ว วันนี้ได้ลุย (มาก) แล้ว แค่เต็มสอบทั้งสามสอบ (ใกล้เต็มกระสอบทั้งสามกระสอบแล้ว) แล้วอีกอย่างกูเนือย (หิว) แล้ว” คล้าชักชวนเพื่อนกลับบ้าน

สามหนุ่มน้อยปั่นจักรยานหยอกล้อลงสู่ถนนดินแดงสายเล็กตรงกลับบ้าน สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าข้าวเหลืองกรอบพร้อมเก็บเกี่ยว ยามใกล้เที่ยงวันดวงอาทิตย์ส่อง กระทบต้นข้าวดูพวกมันอ่อนล้าเหมือนจะสิ้นแรง พยายามแกว่งไกวรวงยามลมพัดผ่าน

จักรยานไร้ขาค้ำถูกผลักล้มลงนอนอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนสามหนุ่มในชุดมอมแมมลากกระสอบของตัวเองไปเทไว้ข้างบ้าน ขวดพลาสติกและขวดต่างๆกลิ้งหลุนๆลงพื้นกองรวมกับขวดต่างๆ ที่ยังไม่ได้แยกให้เป็นระเบียบข้างกอคล้าน้ำ

“ไปล้างมือกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยมาทำกัน” คล้าเอ่ยชวนเพื่อนๆ

ข้าวสวยที่เย็นชืดราดด้วยน้ำพริกปลาแห้งและไข่คั่วอยู่ในจานสังกะสีสีเขียวสามใบ สามหนุ่มน้อยกินกันไปหยอกล้อกันไป

“ยายแสนไปไหน?” ไข่ถามเจ้าของบ้าน

“ไปช่วยล้างถ้วยงานศพในวัด เค้าจ้าง” คล้าบอกเพื่อน

ขวดน้ำพลาสติกสามขวดใหญ่วางอยู่ด้านหน้าทั้งสามคน ข้างๆตัวนั้นมีทั้งซากรองเท้าฟองน้ำเก่า ซี่ไม้ไผ่ และเชือกฟางเส้นยาว

“ขวดมันเติบไปม่าย (ใหญ่ไปมั้ย) ?” รงค์เอ่ยขึ้น

“ไม่เติบหรอก กำลังดีเลย ได้รถคันใหญ่” ไข่ยืนยัน

“ถ้าพันนั้นคล่าวไหรล่ะ (ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรล่ะ) มาแต่งกันเลย” คล้าพูดเสียงดัง

ใกล้กอคล้าน้ำใต้หลังคาบ้าน สามหนุ่มน้อยจดจ่ออยู่กับขวดน้ำตรงหน้า ลมพัดเย็นสบาย ดอกคล้าสีขาวที่ออกดอกประปรายเรียงรายดูสวยงาม บางดอกเริ่มเหี่ยวค่อยๆร่วงลงพื้น มีดอกหนึ่งร่วงลงบนตักของรงค์ เขาหยิบดูก่อนอมยิ้มแล้วขว้างทิ้งไปทางด้านหลัง ต้นคล้าเหล่านี้ปลูกไว้ตั้งแต่ก่อนคล้าจะเกิด พอคล้าเกิดพ่อแม่ทิ้งไปทำงานที่กรุงเทพ ยายแสนผู้เป็นยายก็นั่งเลี้ยงเด็กน้อยข้างกอคล้านี่แหล่ะ เลยกลายเป็นชื่อเล่นของหลานเจ้าของบ้านไปเลย

“อัยยา!! มึงทำไวจัง” ไข่ชมคล้า

“กูมืออาชีพโว้ย!!” คล้ายักคิ้วพูดโม้เสียงดัง

ขวดน้ำสามอันถูกบิดฝาที่ปากขวดออก ก่อนจะวางฝาหงายขึ้นเอาตะปูตอกลงไปจนเป็นรูแล้วร้อยเชือกฟางไว้สำหรับลากจูง

ขวดน้ำถูกมีดปาดออกครึ่งขวด ก่อนมือเล็กๆทั้งสามคนจะค่อยๆเจาะรูใต้ขวดน้ำเป็นสี่รูใหญ่ๆ รองเท้าฟองน้ำเก่าถูกตัดแบ่งก่อนจะตัดแต่งเป็นรูปทรงกลม ไม้ไผ่ถูกเหลาจนกลมพอดีเสียบเข้ากับฟองน้ำกลมหนึ่งข้างก่อนจะนำไปแหย่ใส่ในรูขวดพลาสติกแล้วเอาฟองน้ำกลมอีกอันมาเสียบเข้าไปกลายเป็นล้อรถด้านหน้า ไม่นานนักล้อด้านหลังก็เสร็จเรียบร้อย  ก่อนจะนำฝาขวดที่ร้อยเชือกไว้มาปิดเข้าไปตามเดิม

“เรียบร้อยแล้ว รถเท่ห์ๆของกู อ้อ..แต่กูต้องตกแต่งเพิ่มสักหิดก่อน (ตกแต่งเพิ่มสักนิดหน่อย)” คล้าพูดเสียงภูมิใจก่อนมือจะสาละวนปาดตรงนั้น ตัดตรงนี้ เหลาตรงโน้น

“ของกูกะแค่เสร็จแล้ว (ของกูก็ใกล้เสร็จแล้ว) รับรองฮามหวา (งามกว่า) ของมึงแน่นอน” รงค์คุยทับ

“อย่าโบ้ตะสูสองคน (อย่าโม้เลยเอ็งสองคน) ของกูนี่แหล่ะ...สุดยอด!! คอยท่าแล (คอยดู)” ไข่พูดอย่างไม่ยอม

สามหนุ่มน้อยจูงรถของตัวเองออกสู่ลานหน้าบ้าน รถขวดน้ำทั้งสามคันดูน่ารัก สีหน้าของทั้งสามคนดูภูมิใจในตัวเองกับผลงานที่จูงอยู่

“รถกูยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว ของมึงยี่ห้อไหร (อะไร)? ” รงค์ถามไข่

“โฟล์กสวาเกนเว้ย!!  ของมึงล่ะไอ้คล้า?” ไข่ถามบ้าง

“ของกูทั้งหรูทั้งดังโว้ย...ลัมโบร์กินี !!”