Get Adobe Flash player

ผมคือคิวสะปิ๊ด !! โดย..เชิงภู

Font Size:

ลมเช้าพัดใบไผ่ที่ชายคลองปลิวว่อนลงดินบ้าง นอนแน่นิ่งที่พื้นน้ำบ้าง เรือไม้เก่าลำเล็กที่ผูกติดไว้กับต้นไผ่ลำใหญ่พยายามพาตัวเองเคลื่อนไปตามน้ำที่ไหลอยู่นั้น แต่เพราะถูกพันธนาการไว้เลยได้แค่ดึงรั้งลำไผ่ที่แข็งขืนยืนนิ่ง

บ้านไม้ชายคลองหลังน้อยดูโดดเดี่ยว แต่แสนสบายด้วยธรรมชาติที่น้อยคนนักจะได้พักอาศัย  ข้างบ้านเต็มไปด้วยฟางข้าวที่ยังใหม่ๆอยู่ บนฟางข้าวเม็ดข้าวยังหลงเหลือพอให้ไก่ที่เลี้ยงไว้ได้คุ้ยเขี่ยจิกกิน  ลูกเจี๊ยบน้อยสีเหลืองอ่อนหลายตัวส่งเสียงร้องอยู่รอบๆตัวแม่ไก่ที่ขุดคุ้ยอย่างขะมักเขม้น ดูลูกเจี๊ยบน้อยตื่นเต้นกับการเรียนรู้ในสิ่งที่แม่ไก่ทำให้ดูอยู่

หม้อข้าวใบน้อยลอยละลิ่วจากหน้าต่างบ้านไม้ตรงกลางวงฝูงไก่ข้างบ้าน พวกมันร้องเซ็งแซ่ทั้งลูกเจี๊ยบและแม่ไก่แตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง พร้อมเสียงด่าทอระงมในบ้านหลังน้อย

“ปาใดแล้วอีแก่ (เวลาเท่าไหร่แล้วอีแก่) มึงไม่แล (ดู) เวลา หม้อข้าวยังไม่ได้ล้าง ข้าวยังไม่ได้หุง บ้าม่ายมึง (บ้าหรือเปล่ามึง) ?” เสียงด่าจากในบ้านดังลั่นปลุกให้เก้งเด็กชายเก้าขวบลุกจากที่นอนอย่างงัวเงีย

“ก่อนหลับกะรบกัน พอเตินกะด่ากันหล่าว ยำแล้วโป้กับย่า(ก่อนหลับก็ทะเลาะกัน พอตื่นก็ด่ากัน แย่แล้วปูกับย่า)” เก้งบ่นพึมพำนั่งคอตก

“รบไหรหล่าวล่ะโป้ (ทะเลาะเรื่องอะไรอีกล่ะปู่)” เก้งเปิดประตูห้องนอนออกมาเห็นย่านั่งล้างจานไม่พูดไม่จา ส่วนปู่ยืนเท้าสะเอวหน้าตาบึ้งตึง

“กูด่าย่ามึง เช้าอีตายแล้ว (เช้ามากแล้ว) ยังไม่หุงข้าว ทำไหรอยู่ (ทำอะไรอยู่) ?” ปู่หันมาตอบ

“ย่าเจ็บพุงตั้งแต่แรกคืนแล้ว (ย่าปวดท้องตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว) มาผมหุงเอง หุงกับหม้อไฟฟ้านี่แหล่ะเร็วดี” เก้งพูดเสร็จเดินไปตักน้ำล้างหน้าบ้วนปากข้างตุ่มน้ำก่อนไปจัดแจงหุงข้าวด้วยหม้อข้าวไฟฟ้าเสียบปลั๊กเสร็จเรียบร้อยก็ลงไปเก็บหม้อข้าวที่ปู่ขว้างทิ้งข้างบ้านขึ้นมาให้ผู้เป็นย่าล้าง

ตั้งแต่จำความได้เก้งก็เห็นปู่กับย่าทะเลาะกันแบบนี้ประจำ บางครั้งย่าก็มีสวนกลับบ้าง แต่ส่วนมากแล้วย่าจะนิ่งแล้วปู่ก็ค่อยๆสงบไปเอง การทะเลาะไม่ถึงกับร้ายแรงแต่มีให้เห็นทุกวี่วัน เก้งเห็นเป็นประจำจนชินตา แต่ถึงยังไงก็ยังมีรอยยิ้มให้เห็นเหมือนกันเพราะปู่กับย่าเหมือนคนแปลกๆ

เดี๋ยวทะเลาะกันเดี๋ยวดีกัน จนบางครั้งเก้งก็ปวดหัวงงกับพฤติกรรมของสองเฒ่า บางครั้งเก้งก็แอบคิดอยากให้ปู่กับย่ารักกันมีแต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม

“ผมไปโรงเรียนก่อนนะ” เก้งบอกปู่กับย่าก่อนยกมือไหว้ สองเฒ่าพยักหน้ารับรู้ผู้เป็นปู่แอบเหลือบมองหน้าย่าอย่างหยั่งเชิง ส่วนผู้เป็นย่าทำหน้าเชิดๆมีอาการงอนยังไม่หาย เก้งเห็นแล้วก็ขำ ก่อนจะปั่นจักรยานตรงไปโรงเรียนที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก

“วันนี้วันอะไรคะ?” เสียงคุณครูประจำชั้นถามเด็กๆในชั้นเรียน  “วันวาเลนไทน์ค่ะ/ครับ..วันแห่งความรักค่ะ/ครับ” เสียงเด็กนักเรียนตอบ

....วันวาเลนไทน์ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันแห่งความรักที่ทั่วโลกทราบกันดี และสัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์คือคิวปิด.......เก้งนั่งเท้าคางฟังคุณครูเล่าไปเรื่อยๆอย่างสนใจใคร่รู้.....ตามตำนานคิวปิดคือลูกชายของเทพเจ้าแห่งสงครามและเทพเจ้าแห่งความสวยงามวีนัส  วีนัสนั้นอิจฉาที่นางไชกีมีรูปโฉมสวยงามจึงส่งลูกชายคือคิวปิดไปทำให้นางไชกีหลงรักแต่กลายเป็นว่าคิวปิดหลงรักนางไชกีเสียเอง เมื่อนางไชกีรู้ว่าคิวปิดเป็นใครคิวปิดก็หนีไปหานางวีนัส นางไซกีก็ตามไปเลยถูกนางวีนัสกลั่นแกล้งแต่สุดท้ายนางไซกีกับคิวปิดก็ได้แต่งงานกัน  ชาวโรมันจึงปั้นรูปคิวปิดเป็นเด็กชายตัวน้อยไม่ใส่เสื้อผ้า มีปีกมีรอยยิ้มเป็นเด็กซนมือถือคันธนูคอยยิงใส่คนนั้นคนนี้เมื่อใครถูกคิวปิดยิงใส่ทั้งสองคนนั้นจะรักกัน คิวปิดเลยกลายเป็นสัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์ ..... เมื่อคุณครูเล่าจบเสียงปรบมือก็ดังลั่นห้อง

จักรยานคันเล็กเลี้ยวเข้าบ้าน เก้งลงจากจักรยานจูงไปพิงไว้ข้างกอไผ่ เห็นปู่นั่งเหลาไม้ไผ่ทำคันเบ็ดอยู่บนตะแคร่ริมคลองส่วนย่านั้นกำลังโปรยข้าวสารให้ลูกเจี๊ยบและแม่ไก่อยู่อีกมุมหนึ่ง เก้งถอดรองเท้าเสร็จเดินขึ้นบ้านวางกระเป๋านักเรียนได้วิ่งเข้าห้องไปเปลี่ยนชุดและวกกลับมาเปิดกระเป๋านักเรียนหยิบสมุดการบ้านขึ้นมาทำอย่างเร่งรีบ“ เขบไปไหน (รีบไปไหน) ทุกวันไม่เห็นเขบพันนี้ (ทุกวันไม่เห็นรีบแบบนี้)” ย่าที่ขึ้นบ้านมาถามเก้ง แต่เก้งไม่ตอบรีบก้มหน้าก้มตาทำการบ้าน

เสียงมีดเฉือนกระดาษลังดังแคว๊กๆ เก้งนั่นเองที่ทำบางอย่างกับกระดาษนั่น หลังจากประดิดประดอยเสร็จก็แอบวางไว้ รีบวิ่งไปจับจักรยานปั่นไปอย่างรวดเร็วจนย่าที่ยืนมองอยู่นั่นขมวดคิ้วแปลกใจกับพฤติกรรมของหลานชายในวันนี้

เก้งกลับมาพร้อมคันธนูเด็กเล่นที่ไปซื้อมาจากร้านชำแล้วเอากระดาษลังที่ตัดเป็นปีกร้อย ร้อยเชือกไว้มาใส่หลัง

“โอ้ย!! ไอ้ไหรวะ (อะไรวะ) !!?” เสียงปู่และย่าร้องขึ้นไล่เลี่ยกันก่อนหันมาดูด้านหลัง

“มึงเป็นไหรไอ้เก้ง?” ปู่ถามเสียงดังมือลูบก้นที่โดนยิง

ผมคือคิวสะปิ๊ด!!

“คิวสาปิ๊ดพ่อมึงเหอ !!”