Get Adobe Flash player

กูดักดูเดียม !! โดย..เชิงภู

Font Size:

ต้นโพธิ์ใหญ่ใบร่มรื่นแผ่กิ่งก้านสาขาโอบคลุมลานที่นั่งใต้ต้นไว้อย่างดีเยี่ยม  โต๊ะม้าหินอ่อนวางอยู่รายรอบต้นเต็มไปด้วยผู้คนที่เข้าวัดทำบุญฟังเทศน์ในวันนี้ เพราะเป็นวันพระวัดจึงครึกครื้น มีพ่อค้าแม่ขายมาจับจองที่ขายของหลายเจ้าเหมือนกัน

เลยสิบเอ็ดโมงเช้าแล้วพระท่านฉันข้าวเสร็จให้ศีลให้พรเรียบร้อย ญาติโยมต่างหยิบฉวยปิ่นโตของตนเดินแยกย้ายออกจากโรงฉันมารวมตัวพบปะพูดคุยกันใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ ยายชูก็เช่นกันเดินตัวปลิวลิ่วไปจับจองที่เดิมที่ประจำนั่งพักก่อนหลานชายจะมารับ

บางโต๊ะเปิดปิ่นโตนั่งรวมกันทานมื้อเที่ยง ยายชูนั่งรอหลานอยู่นานไม่เห็นมารับขยับปิ่นโตเถาเก่าสีขาวเปิดฝาได้กลิ่นแกงส้มโชยฟุ้ง น้ำพริกมะม่วงและปลาช่อนแห้งย่าง ไม่รอช้าคว้าช้อนในตะกร้าข้างตัวจ้วงตักข้าวบิปลาช่อนส่งเข้าปาก

“เนือยจังเหอแม่แก่ (หิวมากเหรอยาย) กินไม่สนใจใครเลย” เสียงเด็กชายทักทายก่อนดับเครื่องรถมอเตอร์ไซด์คันเก่า

“ไปไหนมาไอ้หัวครก กูคร่าว (รอ) ตั้งนาน” ยายชูถามปากก็เคี้ยวข้าวไป

“แม่ผมโหลกสาวเตินนั่นแหล่ะ (แม่ผมลูกสาวคุณนั่นแหล่ะ) ใช้ให้ไปซื้อปลาที่หลาดสด(ตลาดสด) กะเลยมาแช (ช้า)” หัวครกเด็กชายชั้นมัธยมปีที่หนึ่งบอกพร้อมกับยายชูค้อนหลายชายไปหนึ่งครั้ง

“มาๆ อย่าแช ผมแขบ (ผมรีบ) แม่ใช้ให้ไปซื้อน้ำบูดูหล่าวโด (แม่ใช้ให้ไปซื้อน้ำบูดูอีก)” หัวครกบอก ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบตะกร้าเพื่อมาแขวนที่แฮนด์รถแต่มือดันไปโดนแขนยายชู ยายชูถึงกับสะดุ้ง

“อย่าตูตี้กู กูดักดูเดียม หมั๊ก (สำลัก) ข้าวตาย บาปนะมึง!!” ยายชูว่าหลาน

“แล้วทำเป็นสะดีดสะดิ้ง แรงหวาสาวๆหล่าว (ยิ่งกว่าสาวๆอีก) ผมไม่ได้ทำไหรที(ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย) ตกลงหลบม่ายบ้าน (ตกลงจะกลับบ้านมั้ย)?” หัวครกถามเสียงขู่

“แล้วมึงเห็นแล้วม่ายว่ากูกินข้าวอยู่ อิไปไหนกะไป กูเดินหลบเอง” ยายชูบอกเสียงสะบัดๆ ข้าวเต็มปาก ก่อนตักน้ำแกงส้มซดเสียงดัง

“ถ้าพันนั้นกะแล้วแต่ ผมไปซื้อบูดูก่อนนะ” หัวครกพูดพลางสตาร์ทรถขับออกไปอย่างเร็ว

หญิงสูงอายุผมขาวแซมดำนิดหน่อยนุ่งผ้าถุงโจงกระเบนลายดอกหมาก เสื้อเชิ้ตสีขาวและผ้าพาดบ่าสีฟ้าอ่อน มือขวาหิ้วปิ่นโตส่วนมือซ้ายจับตะกร้าใส่หมากพลู เดินคล่องแคล่วออกจากประตูวัด ยายชูนั่นเองแม้วัยจะล่วงเลยแตะเจ็ดสิบขวบแล้วแต่เรื่องแข็งแรงไม่มีใครเกิน เท้าก้าวไปข้างหน้าส่วนปากนั้นเคี้ยวหมากจั๊บๆ เดินพลางก็ถ่มน้ำหมากไปพลางถ่มเสร็จก็จับปลายผ้าที่พาดบ่าเช็ดมุมปากซ้ายขวา

เสียงไก่ร้องกุ๊กๆ เขี่ยจิกเม็ดข้าวแข็งอยู่ข้างตุ่มน้ำ ยายชูที่เพิ่งเก็บใบพลูจากต้นเสร็จถอดเสื้อคอกระเช้าตากไว้กับราวไม้ไผ่ข้างบ้านก่อนเดินตรงไปยังตุ่มน้ำ เนื้อตัวด้านบนเปลือยเปล่า

“อ้าว..แม่แก่ยังไม่เสร็จทีเหอ (ยายยังไม่เสร็จเหรอ) ไปไม่ทันหมอนัดอย่ามาว่าผมนะ” เสียงดังจากหนุ่มน้อยบนมอเตอร์ไซด์ที่จอดอยู่หน้าบ้านตะโกนมา ก่อนดับเครื่องรถแล้วเดินตรงเข้าบ้าน

“คล่าวเดียวจัยตะ (รอสักเดี๋ยว) กูรดท่อนอยู่ (รดท่อนคือการอาบน้ำที่รดอาบเฉพาะลำตัวด้านบนส่วนมากคนแก่มักจะทำกัน)” ยายชูบอกหลาน

“เอาที่บายใจ ขอขันที (ขอขันหน่อย)” หัวครกดึงขันจากมือยาย ก่อนใช้นิ้วชี้จิ้มที่สีข้างผู้เป็นยาย

“ฉ๊ากหัวพ่อมึง บอกว่าอย่าทำ ไอ้เบล๋อ (ไอ้บ้า)!!” ยายชูสะดุ้งและด่าลั่นก่อนปัดมือหลานชายวุ่นวายไปหมด ส่วนหัวครกนั้นได้แต่ขำก๊ากสนุกกับการได้แกล้งยาย

สถานีอนามัยอยู่ไม่ไกลสักเท่าไหร่แล้ว แต่ถนนนั้นแย่สุดๆ ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ขับรถต้องคอยระวังอย่างมากโดยเฉพาะคนนั่งซ้อนท้ายเป็นคนแก่แล้วต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่หัวครกขับมาส่งยายบ่อยๆเมื่อถึงวันหมอนัดตรวจเช็คร่างกายจึงค่อนข้างชำนาญทางและรู้จักหวะหลบหลีกรถคันอื่นได้ดี

“อัยยา..ทางชาดเหมือนรางหนมครก (ทางเหมือนรางทำขนมครก)” เสียงยายชูบ่นอยู่ด้านหลัง “ ไม่โร้ตอใด (ไม่รู้เมื่อไหร่) สร้างเสร็จ พอถิ!!”

“อย่าบ่นตะ (ซิ) ยาย นั่งอย่างเดียวนิเติน นั่งให้ชับ (นั่งให้ดี)” หัวครกบอกยาย

กำลังจะเลี้ยวเข้าสถานีอนามัยรถยนต์คันใหญ่ขับสวนมา รถมอเตอร์ไซด์ของหัวครกตกหลุมพอดีทำให้เสียหลักรถแฉลบเซไปมา คนที่นั่งอยู่ในสถานีอนามัยเห็นเหตุการณ์ก็วิ่งกรูกันออกมา “ กอดไว้ๆแม่แก่เหอ กอดแน่นๆ” หัวครกบอกยายก่อนค่อยๆประคองรถลงทุ่งนาข้างทาง

ยายชูยืนบิดตัวไปมาข้างพงหญ้า คุณหมอหนุ่มวิ่งตรงเข้าไปหาด้วยความตกใจ

“อย่ายุ่งๆ กูดักดูเดียม!!” ยายชูพูดพลางบิดเนื้อตัวให้พ้นจากพงต้นหญ้า

“หนูๆ ยายเป็นอะไร สงสัยจะเจ็บ” คุณหมอหันไปถามหัวครก

“ไม่ได้เจ็บอะไรคับ หญ้ามันตูตี้ (แหย่) แกดักดูเดียม (จั๊กจี้) คับ” หัวครกบอก

“!!!??”