Get Adobe Flash player

มันหกใส่กู !! โดย..เชิงภู

Font Size:

เสียงเพลงลูกทุ่งดังไปทั่วลานวัดและดังทะลุทะลวงออกไปยังที่ต่างๆด้วย ชาวบ้านชาวช่องสนุกครึกครื้นกับเสียงเพลงที่ลอยไปตามลม งานบุญในวัดจัดยาวห้าวันห้าคืนวันนี้เพิ่งย่างเข้าวันที่สาม แม้ตอนกลางวันคนเที่ยวงานจะไม่เยอะมากมายแต่ทั้งพ่อค้าแม่ขายก็ยังยิ้มได้เรื่อยๆเพราะทั้งคนในหมู่บ้านต่างหมู่บ้านก็ยังคงเดินทางมาทำบุญและอุดหนุนสินค้ากันไม่ขาด

ส่วนยามค่ำคืนนั้นไม่ต้องพูดถึง แสงสีเสียงมีทั้งมโนราห์หนังตะลุงประชันกัน แล้วแต่ใครจะเลือกดูเลือกชม  กิจกรรมล้วงไข่ ปาโป่ง สอยดาว และชิงช้าสวรรค์ก็หมุนไม่ได้หยุดหย่อน

คนที่ดูจะมีความสุขที่สุดคงหนีไม่พ้นตาพินเด็กวัดวัยสูงอายุที่บ้านช่องไม่เคยกลับ อาศัยอยู่ในวัดอย่างกับเป็นบ้านหลังที่สอง ปกติแกก็ทำโน่นทำนี่ช่วยงานวัดตามที่หลวงตาชัยไหว้วานบอกกล่าวให้ทำ บางครั้งงานที่บอกก็เสร็จลุล่วงบางทีก็ล่มกลางคันเพราะตาพินชิงหลับไปซะก่อน

กางเกงยีนส์ตูดปะเสื้อยืดคอย้วยจนดูสีไม่ออกอาภรณ์ที่ห่อร่างผู้ชายสูงวัยร่างกายผอมแกร็นที่ใครๆเห็นเป็นจำได้ และขวดเหล้าขาวที่ติดตัวไม่เคยขาด เดินไปใกล้ใครคนหนีกันกระเจิงเพราะกลิ่นตัวเหม็นหึ่ง โดนหลวงตาไล่ให้ไปอาบน้ำถึงจะได้ชำระร่างกายสักครั้งหนึ่ง

ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปว่าทำไมคนที่บ้านมีฐานะถึงได้กลายเป็นสภาพแบบนี้ ทิ้งบ้านทิ้งญาติพี่น้องมาอาศัยวัดได้เงินเล็กๆน้อยก็ลงขวดเหล้าขาวหมด

แล้วมีงานวัดแบบนี้ตาพินสุดจะเปรมปรีดิ์ดี้ด้า ซดเหล้าไปเต้นรำไปตามเสียงเพลงบรรเลงในวัด คนทั่วไปที่เห็นพากันส่ายหน้าแต่ตาพินจะสนใจใครเล่า เหมือนโลกทั้งใบนี้เป็นของแกคนเดียว!!

“ ยามเย็นเห็นสุริยา จากฟากฟ้าลงมา ลงมาดิน” เสียงเพลงอ้อแอ้จากปากตาพินที่ซดเหล้าขาวไปร้องเพลงไปเดินกลับที่พักกุฏิหลังโรงธรรม ก่อนจะเลี้ยวเข้ากุฏิตาพินเห็นอะไรแว๊บๆจากหน้าต่างโรงธรรม แกเดินโซซัดโซเซไปดูทันเห็นปลายขากางเกงของใครบางคนที่ทำลับๆล่อๆอยู่

“ เอ้ยยยย ทำไหรวะ เอ๋าไอ้ยืนเหอ มึงเข้าไปทำรายในโรงธรรมวะ” ตาพินส่งเสียงถามแต่ไม่ได้คำตอบ คนถูกถามรีบวิ่งออกไป ตาพินยืนมองจนมันหายลับก็เดินไปงับประตูโรงธรรมปิดไว้อย่างเดิม แล้วก็เดินจากไป

เสียงเพลงที่ลานวัดส่งเสียงต่อในวันที่สี่ เช้านี้ชาวบ้านที่มาช่วยงานวัดล้างถ้วยล้างชามก็ทำกันตามปกติ แต่สิ่งผิดปกติเกิดที่โรงธรรม  ตำรวจและหลวงตายืนคุยกันอยู่หน้าตาเครียดๆ ตาพินที่ตื่นแล้วเดินออกจากหลังกุฏิที่เป็นที่หลับที่นอนจับขันได้จ้วงตักน้ำในตุ่มล้างหน้าบ้วนปาก ก่อนก้มลงเอาน้ำรดหัวเอามือสลัดสะบัดหัวไล่น้ำเงยหน้าขึ้นก็เดินตรงไปโรงธรรม

“ ทำไหร (อะไร) กันล่ะหลวงตา?” ตาพินถามเสียงแหบๆ เอามือขยี้ตาเพ่งมองตำรวจ

“ อ้อ..โยมพินมาก็ดีแล้ว แรกคืน (เมื่อคืน) โจรเข้ามาลักเบี้ย (เงิน)ในตู้บริจาคในห้องที่อยู่ในโรงธรรม โยมเห็นใครแปลกๆมั่งม่าย(หรือเปล่า)” หลวงตาถาม

“ ผมเห็นคับ ผมกำลังเดินหลบ (กลับ) มานอน เห็นไอ้ยืนออกมาจากโรงธรรมคับ” ตาพินยืนไร้เรี่ยวแรงบอกหลวงตา

“ ไอ้ยืนลูกผู้ใหญ่ยงค์นั่นนะ” ตำรวจถามอย่างแปลกใจ ส่วนตาพินพยักหน้ายืนยัน

เสียงพูดลั่นโรงพักในตัวเมือง ชายหนุ่มชื่อยืนไม่ยอมรับหลังจากตำรวจเชิญตัวไปสอบสวน และยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ไปไหนเมื่อคืนนอนอยู่ที่บ้านตั้งแต่หัวค่ำยันเช้า

“ บ้าม่าย (บ้ารึเปล่า) เชื่อคนเมา พันนี้ผมกะตายแหล่ะ(อย่างนี้ผมก็ตายซิ)!!” ยืนหนุ่มลูกผู้ใหญ่บ้านยืดอกคุยโว “ มึงหกใส่ (ใส่ความ) กูแล้วนะไอ้ขี้เมา” หนุ่มกร่างด่าว่าตาพินที่นั่งคอตกจนตำรวจต้องบอกให้หยุดก้าวร้าวถึงได้เงียบลง

วันที่หกวัดเริ่มสงบลง ชาวบ้านช่วยกันเก็บกวาดลานวัด พ่อค้าแม่ขายทยอยเก็บร้านรวงเดินทางกลับ ท้องฟ้ามืดมิดชายสูงวัยนั่งเหม่อมองไปทางโรงธรรมก่อนยกเหล้าซดและมุดเข้ามุ้ง ไฟในกุฏิหลวงตาดับลง แต่ตาพินยังนอนลืมตาอยู่ วัดช่างเงียบเหลือเกิน!!

เสียงโหวกเหวกดังจากโรงธรรม ไฟในวัดพร้อมใจกันเปิดสว่าง ตาพินที่จวนจะหลับตกใจตื่นคว้าหมับขวดเหล้าเปิดมุ้งพุ่งออกไปที่โรงธรรม

“ สุดท้ายกะเป็นโยมยืนจริงๆ ทำไซร (ทำไม) ล่ะโยม?” โจรที่หมวกไอ้โม่งโดนถอดออก กับเงินที่ห่ออยู่ในผ้าขาวม้าที่ตกกระจายอยู่ข้างตัวถูกตำรวจจับใส่กุญแจมือ

“ หลอกล่อจนได้ผลคิดแล้วว่ามันต้องมาอีก ” ตำรวจพูดกับหลวงตา “ ตาพินแกเมาก็จริงแต่ประวัติของโจรนี่ไม่ธรรมดา” ตำรวจบอกต่อ

“ ผมบอกแล้วว่าไอ้ยืน แน่นอน!!” ตาพินพูดก่อนกระดกขวดเหล้าขาว แล้วเดินเข้าไปใกล้โจรวัยอ่อน “ กูเมากะจริงแต่กูไม่ลักใครกินโว้ย โดยเฉพาะมึงลักเบี้ยวัดบาปตายโหงเลย” ตาพินก้มลงพูดใกล้ๆ คนที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่

“ มันหกใส่กู มันหกใส่กู” คนที่นั่งคุกเข่ากับพื้นตะโกน “ กูไม่ได้หกใส่” ตาพินตะโกนใส่

“ เหล้ามันหกใส่กู !!”