Get Adobe Flash player

บ้านเรา..ไม่เหงาหรอก !! โดย..เชิงภู

Font Size:

แดดอ่อนลงยามบ่าย หน้าต่างบานน้อยถูกเปิดออกด้วยมือของสาวเจ้าตาคมผมยาว ต้นมะม่วงริมหน้าต่างที่ต้นเล็กแต่ลูกดกจนบางกิ่งเกือบจะหักอยู่รอมร่อเพราะทนแรงดึงรั้งของพวงลูกมะม่วงไม่ไหว มดแดงน้อยไต่กันเป็นพรวนวกไปวนมาขึ้นบ้างลงบ้างใต้โคนต้นมีแต่มดแดง ต้นมะม่วงต้นนี้จึงเหมือนที่ทำการของกองทัพมดแดง

ใบข้าวนั่งลงที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง เท้าคางมองมดเอวคอดไต่วนไปมา บางตัวไต่ขึ้นมาทักทายถึงปลายใบมะม่วงที่ชูชิดเกือบติดหน้าต่างมันจ้องหน้าผงกหัวขึ้นลงส่ายก้นไปมาเหมือนกำลังสื่อสารอะไรบางอย่างกับเธอ..สาวตาคม  ใบข้าวได้แต่นั่งอมยิ้มจ้องดูพวกมันทำสิ่งซ้ำๆเดิมๆ

ต้นมะม่วงต้นนี้ลูกดกมากไม่ใช่แค่มดแดงแอบแฝงพวงมะม่วงเท่านั้นแต่นี่มันยึดต้นมะม่วงเลยแหล่ะ ทำให้สมาชิกในบ้านไม่ค่อยอยากมาเด็ดมาเก็บลูกไปกิน เสียงเพลงดังจากมือถือใกล้ตัวทำให้สาวเจ้าหลุดจากอารมณ์สบายๆกับเจ้ามดแดง ก่อนจะหยิบมือถือลากปื้ดเสียงพูดคุยก็ดังขึ้น

“แก..ตอใด (เมื่อไหร่) จะมาหาล่ะ คิดถึงมากเลย” เสียงพูดแบบคนเหงาๆ ดังจากมือถือเครื่องนั้น

“เหงาก็หลบ (กลับ) มาแหล่ะ (มาซิ) หาม่าย (ไม่มี) ใครว่าหรอก” ใบข้าวตอบกลับอมยิ้มหน่อยๆ “ เนี่ยมะม่วงออกเต็มต้นเลย แกชอบกินมะม่วงจิ้มเคย (กะปิ) จำได้อยู่นะ”

ใบข้าวพูดคุยอยู่พักใหญ่ก็กดปิดปุ่มจบการสนทนา ก่อนจะนั่งเหม่อมองท้องทุ่งหน้าบ้านที่เคยวิ่งเล่นกับเพื่อนซี้ที่เพิ่งคุยกับจบ  ส้มโอเพื่อนรักตั้งแต่วัยอนุบาลจนเกือบจะเรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยกันอยู่แล้วแต่กลับจบได้แค่คนเดียวคือเธอ ส่วนส้มโอนั้นเลือกทางเดินที่คิดว่าดีสำหรับตัวเองแล้ว ณ ตอนนั้น แต่ตอนนี้เริ่มชักไม่แน่ใจ!!

ใบข้าวและส้มโอเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็กๆ ส้มโอเป็นคนคุยเก่ง ผิวขาว หน้าตาสวยตั้งแต่เล็กจนโต เป็นสาวยิ่งฉายแววการเป็นคนสวยมากขึ้น แตกต่างจากใบข้าวที่เป็นคนพูดน้อยและเป็นคนผิวคล้ำแต่หน้าตาคมขำงามน่ารักไปอีกแบบ

ทั้งสองคนเรียนโรงเรียนเดียวกันอยู่ห้องเดียวกันจนจบมัธยมปลาย เข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนวิชาเอกเดียวกันมุ่งมั่นที่จะออกมาเป็นครูสอนที่โรงเรียนในหมู่บ้าน แต่สุดท้ายใบข้าวทำสำเร็จส่วนส้มโอนั้นเรียนได้แค่ปีสองก็เลือกที่จะมีคนมาดูแลชีวิต และเลือกชีวิตหรูหราสะดวกสบาย หนีหายออกจากบ้านไปอยู่เมืองไกล ณ กรุงเทพฯ ไม่เคยติดต่อกับใครที่บ้านเกิด จนกระทั่งสองปีผ่านใบข้าวถึงได้ข่าวคราวของเพื่อน

ส้มโอไม่ชอบทุกอย่างที่บ้านตัวเอง ไม่ชอบความอัตคัด ไม่ชอบความไม่สบาย ไม่ชอบบ้านไม้ที่เก่าๆ ฟูกและเสื่อเก่าๆ ห้องน้ำที่มีตุ่มน้ำและต้องจ้วงตักอาบ เธอดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าตั้งแต่เริ่มเป็นสาว หวังเพื่อให้ดูเองดูดีและคิดว่านี่คือใบเบิกทางสู่สิ่งที่ต้องการ

บ้านหลังไม่ใหญ่มากแต่รั้วรอบบ้านดูสวยงามรวมทั้งบ้านกะทัดรัดที่บ่งบอกถึงความสะดวกสบายยามอยู่อาศัยอย่างแน่นอน ใบข้าวที่แต่งตัวลำลองยืนอยู่หน้าบ้านพินิจพิเคราะห์รอบอาณาบริเวณก่อนกดออดหน้าบ้าน ไม่นานนักสาวสวยไฉไลก็เดินออกมา

“ดีใจจังที่ใบข้าวมาหาเรา” ส้มโอกอดเพื่อนรักก่อนสะอื้นไห้ สาวจากบ้านนาได้แต่กอดปลอบใจ

“อย่าร้องซิ เพื่อนมาแล้ว มีอะไรกินบ้างล่ะ เนือย (หิว)” ใบข้าวพูด ก่อนถามยิ้มๆ

ถ้วยโถโอชามดูสะอาดสะอ้านแก้วน้ำดูดีมีราคา กับข้าวกับปลาสั่งตรงจากร้านร้อนๆ สองสาวนั่งกินด้วยกัน

“แกนอนห้องนี้นะ” ส้มโอผลักประตูเข้าไปใบข้าวถึงกับตะลึงกับห้องสวย เธอผลักประตูห้องน้ำเข้าไป ดูสะดวกสบายอย่างกับในละครทีวี  ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ เตียงนอนใหญ่อย่างนุ่ม ใบข้าวได้แต่อมยิ้มกับภาพตรงหน้า

“แล้วสามีแกล่ะ” ใบข้าวถาม

“ไปบ้านใหญ่สองเดือนแล้วไม่มาหา เค้าบอกว่าชั้นจะเอายังไงกับชีวิตก็ให้ตัดสินใจเอาเอง” ส้มโอสาวสวยสีหน้าไม่มีความสุขบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงเหงาๆ

เสียงหัวเราะดังจากห้องน้ำในบ้าน สาวสองนางที่นุ่งผ้าถุงกระโจมอกอาบน้ำ แย่งกันตักน้ำในตุ่มตักราดตัว เนื้อตัวเปียกปอน  “ไม่ได้อาบน้ำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว น้ำเย็นดีจัง” ส้มโอพูดก่อนตักน้ำราดตัวฟอกสบู่และตักน้ำสาดใส่ใบข้าวที่ยืนแปรงฟันอยู่ เสียงหัวเราะวี้ดว้ายดังเป็นระยะ

“เปรี้ยว.. สะใจ!!” ส้มโอร้องบอก มะม่วงฝานบางและกะปิเต็มถ้วยอยู่ด้านหน้า

ใบข้าวมองหน้าเพื่อนรักรู้สึกดีใจที่เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดเวลา เธอปรารถนาให้

เพื่อนสัมผัสได้ถึงความสุขที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งของนอกกาย “บายใจใช่ม่าย (สบายใจใช่ไหม)?” 

“สุดๆเลย” ส้มโอพูดทั้งมะม่วงเต็มปาก

“ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราหรอก ถึงจะเป็นบ้านไม่หรูหรา ไม่สะดวกสบาย แต่เราก็ใช้ชีวิตอยู่ได้ ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ!!” ใบข้าวพูด

“ว่าแต่ห้องน้ำบ้านแกเป็นชักโครกป่าว?”

“เอ้ออออ!!” สาวตาคมมองบน (เซ็ง)