Get Adobe Flash player

ลักไซรล่ะ!! โดย..เชิงภู

Font Size:

แดดร่มลมตกอากาศเริ่มคลายความร้อนเพราะใกล้สี่โมงเย็นแล้ว  ยายปุกหญิงสูงอายุวัยหกสิบปีกำลังก้มๆเงยๆสอยผลไม้บางอย่างอย่างตั้งใจ รอบบ้านด้านขวามือเรียงรายด้วยต้นไม้ลูกสีเขียวเป็นพวงที่ถูกเฝ้าระวังโดยมดแดงเต็มต้น ต้นไม้เหล่านี้แม้จะต้นไม่สูงมากนัก แต่ออกลูกดกทุกต้น ยายปุกดึงไม้สอยลงมาจับกะละมังเล็กตะแคงดูเมื่อเห็นได้พอสมควรก็โยนไม้สอยทิ้งถือกะละมังเดินกลับเข้าบ้าน

ควันไฟในเตาเริ่มลอยกรุ่นเมื่อยายปุกแหย่ไม้ฟืนเข้าไปเพิ่ม ไม่นานนักเปลวไฟสีแดงก็ลุกโชน หม้อที่ก้นดำปี๋ถูกวางลงบนเตาตามด้วยน้ำสะอาดพอสมควร ยายปุกหยิบฝาหม้อบุบบี้ครอบลงไปเพื่อเร่งให้น้ำเดือดเร็วขึ้น

มะม่วงเบา (มะม่วงพันธุ์พื้นเมืองลูกเล็กทางปักษ์ใต้รสชาติเปรี้ยวแหลม เมื่อสุกหวานอมเปรี้ยวทำอาหารได้หลากหลายเมนู) ยายปุกเทลงในถังน้ำล้างอย่างดีหั่นขวางแล้วเอาลงแช่ในน้ำเกลือ ขยำๆเล็กน้อยก็ปล่อยทิ้งไว้

น้ำในหม้อเดือดได้ที่ยายปุกเปิดฝาหม้อออก ก่อนจะหยิบจวักตักกะปิในกระปุกใส่ลงในครกหินที่เครื่องแกงส้ม (แกงเหลือง) ตำแหลกแล้วใช้สากกะเบือบี้บดจนเครื่องแกงและกะปิผสมกันก่อนจ้วงตักน้ำเดือดในหม้อใส่ลงในครกคนๆจนเครื่องแกงละลายดีก็ตักลงใส่หม้อจนหมด ไม่นานนักน้ำแกงเดือดส่งกลิ่นหอมฟุ้งเครื่องเทศปักษ์ใต้

“ยายปุกคับๆ” เสียงเรียกอยู่ข้างบ้าน ยายปุกลุกขึ้นไปชะเง้อดูที่ประตู

“แม่บอกให้มาขอม่วงเบาสักชุก (ขอมะม่วงเบาสักพวง) แม่อยากกินแกงส้มม่วงเบา” เด็กชายโจ๊กลูกของเพื่อนบ้านพูดเสร็จยิ้มแฉ่ง

“ยายแกงส้มพอดี เดี๋ยวยายตักไปให้ ไม่ต้องทำหรอก ไปบอกแม่มึงไป” ยายปุกบอกก่อนจะเดินเข้าไปทำแกงต่อ

น้ำแกงเดือดได้ที่ ยายปุกหย่อนปลาช่อนที่ตัดเป็นชิ้นๆล้างเรียบร้อยไร้กลิ่นคาวใส่ลงไปก่อนและปิดฝาหม้อทันทีไม่รอคน  ผ่านไปพักใหญ่เมื่อฝาหม้อถูกเปิดออกกลิ่นเครื่องแกงก็ลอยฟุ้ง ปลาช่อนเนื้อสีขาวที่กลายเป็นสีเหลืองลอยตุ๊บป่องขึ้นลงดำผุดดำว่ายอย่างร่าเริง ยายปุกใช้จวักคนและตักขึ้นชิมรสชาติ ชิมเสร็จสายตาบอกว่าพอใจก็เลื่อนกะละมังที่แช่มะม่วงเบาเข้าใกล้ตัวขยำๆเบาๆ

ก่อนรินน้ำทิ้งและล้างน้ำอีกรอบและใส่มะม่วงทั้งหมดลงในหม้อปิดฝาเสร็จก็จัดแจงล้างครกถ้วยชาม เก็บทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วเดินมาเปิดฝาหม้อกลิ่นเปรี้ยวจากมะม่วงและเครื่องแกงผสมกันหอมชวนน้ำลายสอ ยายปุกใช้จวักคนๆยกขึ้นชิมก่อนเติมเกลือและน้ำตาลทรายนิดหน่อยปล่อยให้น้ำแกงเดือดเล่นอีกไม่นานก็ยกหม้อแกงลงจากเตา

“ไอ้โจ๊กๆ มาเอาแกง” ยายปุกที่มือประคองถ้วยแกงส่งเสียงเรียกอยู่หน้าบันไดบ้าน โจ๊กวิ่งลงมารับถ้วยก่อนจะกล่าวขอบคุณ

“แล้วแม่มึงไปไหนล่ะ บ้านเงียบเชียบ” ยายปุกถามก่อนกลับ

“อาบน้ำอยู่หลังบ้านคับผม” โจ๊กบอก

“อยากได้โหลกม่วง (ลูกมะม่วง) ไปฉอย (สอย) เอาได้เลยนะ แต่วังๆ (ระวัง) มดแดงนะ ...อ้อ!! ที่สำคัญอย่าเที่ยวลัก (ขโมย) นะ ยายเอาไว้ขายมั่ง” ยายปุกบอกยิ้มๆ

“อัยยา!! ผมไม่ลักของยายหรอก (ผมไม่ขโมยของยายหรอก)” โจ๊กบอกยายปุกก่อนเดินเข้าบ้าน

ยายปุกเดินกลับเข้าบ้านก่อนตักข้าวใส่จานราดด้วยแกงส้มมะม่วง น้ำพริกและปลาเค็มย่างที่เหลือจากตอนเที่ยงออกมานั่งกินรับลมที่ชานบ้าน

ฤดูนี้เป็นฤดูมะม่วงเบาหลายบ้านมีกันทั่วไปแต่ไม่มีบ้านไหนดกและเยอะเท่าบ้านยายปุก ตั้งแต่เขียวเต็มต้นยายปุกก็ได้เงินจากมะม่วงเบาหลายต้นนี้หลายบาทแล้ว ส่วนใหญ่แล้วมีอะไรยายปุกจะแบ่งปันให้บ้านของโจ๊กเพราะยายปุกตัวคนเดียวลูกหลานอยู่ไกล เมื่อแบ่งปันน้ำใจให้เพื่อนบ้านยามเจ็บป่วยไม่สบายก็มีเพื่อนบ้านนี่แหล่ะคอยสอดส่องดูแล

เช้าวันใหม่แม้เพิ่งจะเช้าแต่ยายปุกกลับเหงื่อโชกเพราะวุ่นวายกับมะม่วงเบาลูกเขียวที่ตอนนี้เต็มเข่งรอลูกค้ามารับ เสียงรถจอดหน้าบ้านยายปุกเงยหน้าปาดเหงื่อชะเง้อมอง ผ่านไปพักใหญ่ หญิงสูงวัยนั่งหย่อนกายอยู่กับพื้นหยิบเงินจากกระเป๋าเสื้อคอกระเช้าออกมานับก่อนจะใช้ยางเส้นรัดไว้แล้วยัดกลับลงกระเป๋าตามเดิม

“ยายปุกวันนี้ฉอย (สอย) ลูกม่วงเสร็จแล้วเหอ (เหรอ)?” โจ๊กที่เดินเข้ามาทักทายและเดินรั้งท้ายคือเพื่อนซี้ไอ้โถนั่นเอง “ อัยยา..โหลก (ลูก) ม่วงบ้านยายลุยเสียแหม็ด (เยอะไปหมด) เอาจิ้มเคย(กะปิ)น่าหรอย” โถพูด แต่ยายปุกไม่ได้สนใจ “เรียบร้อยแล้วเค้ามารับไปแล้ว” ยายปุกบอกโจ๊ก

โจ๊กเก็บกวาดบ้านให้ยายปุกอย่างขะมักเขม้น ส่วนยายปุกเก็บถ้วยชาม เสียงดังตุบจากหลังบ้าน  สองคนเดินออกไปดู “มึงทำไหร (อะไร) ไอ้โถ ลักโหลกม่วงเหอ (ขโมยมะม่วงเหรอ)?” ยายปุกถามคนที่ยืนเท้าสะเอวแหงนมองต้นมะม่วงเบา เสื้อยืดที่ใส่ชายไว้ในกางเกงที่หน้าท้องโป่งพอง

“ไม่ได้ลัก ลักไซรล่ะ (ขโมยทำไมล่ะ) ?” โถพูด

“กะแล้วไปแหล่ะ (ก็แล้วไป)” ยายปุกปลายตามองที่คอเสื้อยืดของไอ้โถที่มดแดงเริ่มไต่ออกมาหลายตัว ก่อนอมยิ้มเดินเข้าบ้าน