Get Adobe Flash player

สลัดพลัดถิ่น โดย..เชิงภู

Font Size:

บนถนนเสียงแตรรถดังสนั่นหวั่นไหวขับไหลตามกันไปแทบจะชนท้ายกันอยู่แล้ว ท่ามกลางฝุ่นควันจากร้านค้ารถเข็นขายอาหารข้างทางผู้คนเดินเบียดเสียดไร้รอยยิ้มทุกคนดูมุ่งมั่นสู่เป้าหมายตัวเอง ยามเย็นในเมืองหลวงดูชุลมุนวุ่นวายแม้จะห้าโมงเย็นกว่าแล้วแต่ความร้อนอบอ้าวไม่ได้ลดลงเลย

สองสาวในชุดฟอร์มของบริษัทสีฟ้าขาวเดินเลี้ยวเข้าตรอกตึกที่เป็นพื้นที่ขายพืชผักและอาหารยามเย็น ที่นี่สองสาวเป็นลูกค้าประจำเพราะราคาไม่แพงมากนักและอยู่ใกล้กับห้องพักอีกด้วย

“ วันนี้กูต้องได้กิน อยากอยู่หลายวันแล้ว คล่าวหลบ (รอกลับ) สงกรานต์ไม่ไหวแล้ว กูต้องได้กินวันนี้ อยากแรง (อยากกินเหลือเกิน)” สมใจพูดพลางเลือกผักที่ต้องการไปด้วย

“ แล้วใครว่าไหรมึงล่ะ (แล้วใครว่าอะไรมึงล่ะ)” พรสาวตัวเล็กกว่าผิวคล้ำแต่หน้าหวานตอบกลับ “ ทำให้กูกินกันนะ (ทำให้กูกินด้วยนะ)” เธอพูดต่อ

สองสาวสนทนากันเป็นภาษาท้องถิ่นปักษ์ใต้ไม่ได้สนใจคนรอบข้างมากนัก เส้นหมี่ขาว ไข่ไก่ ถั่วงอกผักบุ้งแตงกวา เต้าหู้ กุ้งนิดหน่อย เนื้ออกไก่ เมื่อได้วัตถุดิบตามต้องการแล้วก็ชวนกันเดินกลับห้อง

“ วันนี้กูเบื่อแรง (เบื่อมาก) ลูกค้าฝาหรั่งมันจับตูดกู แต่ดีนะที่มันซื้อของไม่งั้นกูจะด่ามันเป็นภาษาปะกิต” สมใจพูดใส่อารมณ์

“ ฮ่าฮ่าฮ่า คนตูดใหญ่กะพันนี้แหล่ะ (ก็อย่างนี้แหล่ะ) หรั่งชอบ (ฝรั่งชอบ)” พรพูดไปขำไปส่วนเพื่อนข้างๆได้แต่ค้อนปะหลับปะเหลือก

สองสาวจากแดนสะตอที่เป็นเพื่อนซี้กันตั้งแต่วัยประถมพอจบมัธยมก็ตั้งใจเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และต้อง

การแบ่งเบาภาระทางบ้านจึงเช่าห้องอยู่ด้วยกันเรียนไปด้วยทำงานเป็นพนักงานห้างไปด้วย แม้จะเหนื่อยล้าเพราะต้องการให้จบในเวลาสี่ปี่และต้องหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนด้วยแต่ทั้งสองคนก็ทำได้ดีและเป็นกำลังใจให้กันและกัน สองปีผ่านทั้งการเรียนและการทำงานไปได้สวยทั้งคู่ถึงจะเหน็ดเหนื่อยอยู่สักหน่อยก็ตาม

หน้าห้องเช่าที่มีพื้นที่แค่นิดหน่อยถูกดัดแปลงเป็นครัวชั่วคราวซึ่งปกติก็ทำกันแบบนี้อยู่แล้ว

อุปกรณ์ครัวก็มีอยู่แค่กระทะไฟฟ้าที่ทำอาหารได้หลากหลายเมนูแล้วแต่อยากจะทำ สองสาวที่เปลี่ยนชุดเป็นใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นแล้วง่วนอยู่กับเมนูที่จะทำ

“ แล้วไอ้นิดเลิกงานตอนไหนวะ” สมโอถามถึงเพื่อนต่างห้องที่มาจากที่ราบสูงชัยภูมิซิตี้ เพราะห้องพักอยู่ใกล้และวัยไล่เลี่ยจึงสนิทกันมานานแล้ว

“ เดี๋ยวก็มา” พรตอบ

เส้นหมี่ขาวถูกลวกสุกเรียบร้อย ไข่ต้มเสร็จลงแช่ในน้ำเย็นสักพักปอกเปลือกออกผ่าเป็นสองซีกไข่แดงเป็นยางมะตูมดูน่ากิน ถั่วงอกและผักบุ้งลวกเสร็จแช่น้ำเย็นก่อนเทน้ำออกแล้วหั่นผักบุ้งเป็นแว่นเล็กๆ แตงกวาหั่นบาง ส่วนเต้าหู้ทอดจนหอมพอเย็นก็หั่นเป็นชิ้นบางๆ อกไก่ลอกหนังออกหั่นบางๆ ลงลวกน้ำเดือด กุ้งตัวโตชุบแป้งทอดกรอบดูเหลืองน่ากิน

“ เรียบร้อยแล้วพี่น้องเหอ” สมใจพูดเสียงสุขใจ “ ต่อไปทำน้ำจิ้ม”

กระทะที่เสร็จภารกิจก่อนหน้านี้ถูกล้างและเช็ดจนแห้ง ก่อนจะนำมาเสียบปลั๊กไฟเหมือนเดิม สมใจใส่น้ำลงในกระทะตามด้วยพริกโขลกละเอียด กระเทียมซอย น้ำตาลปี๊บน้ำส้มสายชู ก่อนคนจนละลายเข้ากันก็เติมเกลือน้ำปลานิดหน่อย เคี่ยวจนข้นและกลิ่นหอมโชยก็ปิดปลั๊กไฟ สมใจยังคงนั่งคนต่อไปเรื่อยๆ จนน้ำจิ้มเริ่มเย็นตัวใส่ถั่วลิสงบุบลงไป

“ อัยยา!! กูนิเก่งแรง (กูเก่งจังเลย) ว่าม่ายเพื่อน (ว่ามั้ยเพื่อน) ? ” สมใจถามเพื่อนซี้

“ ฮ่าฮ่าฮ่า เอาที่สบายใจเพื่อนเหอ (เพื่อนเอ๋ย) ” พรที่มือง่วนอยู่กับการจัดเก็บถ้วยจานล้างพูดพลางหัวเราะ สมใจก็เลยหัวเราะก๊ากกับคำตอบของเพื่อน

ในชามใหญ่เส้นหมี่ขาวถูกวางลงตรงกลางจานรอบด้านตกแต่งไปด้วยผักบุ้งลวก ถั่วงอก แตงกวา อกไก่ลวกและกุ้งชุบแป้งทอด ไข่ต้ม ก่อนราดหน้าด้วยน้ำจิ้มรสเด็ด สมใจยกจานขึ้นใกล้จมูกสูดกลิ่นหอมก่อนวางลงและจับช้อนพร้อมลุย

“ เรียบร้อยแล้วของกู กูกินก่อนนะ ของมึงก็ทำเอาเองแล้วกัน ทำเหมือนที่กูทำนี่แหล่ะ รับรอง ฟิน!!” สมใจบอกเพื่อนก่อนตักเข้าปาก “ หรอย หรอย หรอยอย่างแรง (อร่อยอย่างแรง) ฝีมือกูยังไม่ตกเหวย บอกได้คำเดียวภาษาบ้านเรา..ได้แรงอกพี่น้องเหอ (สะใจจริงพี่น้อง)” สมใจพูดทั้งที่เคี้ยวอยู่เต็มปาก พรได้แต่ส่ายหน้ากับเพื่อนซี้ที่ตั้งหน้าตั้งตากินเมนูที่ตัวเองประดิดประดอยขึ้น

“ ตะเอ๋!! กินอีหยังกันล่ะ หอมแท้” นิดที่โผล่มาทักทายทันที

“ มาแล้วเหรอนิด มามา มากินสลัดพลัดถิ่นกัน” พรเอ่ยชวน

“ อีหยังสลัดพลัดถิ่น?” นิดถามสีหน้าแปลกใจ

“ มันคือเต้าคั่วอาหารบ้านฉาน (ฉัน) ” สมใจบอก

“ ???”