Get Adobe Flash player

หัวครกหราหัว !! โดย..เชิงภู

Font Size:

ยามเช้าอากาศดี หนุ่มน้อยหน้าใสแต่ปากคอคิ้วคางบ่งบอกได้ว่าพื้นเพเป็นคนปักษ์ใต้เพราะคมเข้มตามสไตล์ชายเมืองทักษิณ สองมือล้วงกระเป๋า ส่วนเท้าก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ นานแล้วที่ไม่ได้กลับบ้านเกิด ป๋องสูดไอดินกลิ่นหญ้าสายตาบอกถึงความสุขใจ ก่อนเดินเลี้ยวเข้าไปที่บ้านเก่าหลังดงไม้

ชายวัยกลางคนนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวนั่งอยู่บนตะแคร่เก่ามือสองข้างใส่ถุงมือยาง ใช้กรรไกรคีบหมาก (กรรไกรสมัยเก่าใช้หนีบหรือผ่าหมากของคนแก่ในสมัยก่อน) ผ่าลูกเขียวคล้ำบางอย่างในมืออย่างตั้งใจไม่ได้สนใจแขกผู้มาเยือนที่เดินมาใกล้จะถึงแล้ว

“หวัดดีคับน้าสน บายดีม่ายคับผม (สบายดีไหมคับผม)?” ป๋องยกมือไหว้ทักทายอย่างคุ้นเคย ส่งยิ้มแจ่มใจ ก่อนหนุ่มใหญ่บนตะแคร่จะเพ่งพิศใบหน้าหยุดกิจกรรมในมือแล้วก็ยิ้มออก“ ไอ้ป๋อง อัยย๊ะ!! นึกว่าพระเอกที่ไหน นานแล้วนิไม่เห็นหน้า มาเบอใดล่ะไอ้หลานบ่าว (มาเมื่อไหร่ล่ะไอ้หลานบ่าว) มา นั่งๆก่อน” สนที่มีศักดิ์เป็นน้าเชื้อเชิญให้นั่งลง

“แล้วเรียนจบแล้วม่าย ไปเรียนไกลถึงเชียงใหม่ นึกว่าได้เมียเสียแล้ว (นึกว่ามีเมียซะแล้ว)” สนพูดยิ้มๆ

“ยังคับผม ยังเรียนอยู่ อีกปีเดียวก็จบแล้ว น้าสนทำไหรอยู่นิ ?” ป๋องถามอย่างสนใจ

“ปอกโม้งหัวครก (ปอกเม็ดมะม่วงหิมพานต์) ว่าจิทำหัวครกหราน้ำผึ้งสักท๊ะ (ว่าจะทำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ผัดน้ำตาลสักกระทะ) มาแล้วอย่าแขบหลบนะ (อย่ารีบกลับ) อยู่กินหัวครกหราน้ำผึ้งก่อน” สนเอ่ยชวนก่อนลงมือทำกิจกรรมในมือต่อ

“หัวครกหราน้ำผึ้ง ไม่ได้กินนานเต็มทีแล้ว น่าสนใจ ให้ผมช่วยไหรมั่งล่ะ(ให้ผมช่วยอะไรไหมล่ะ)?” ป๋องอาสาทันที “นานแล้วไม่ได้ยินชื่อนี่ “หัวครกหราน้ำผึ้ง”  ป๋อง พูดต่อ

“หมันแหล่ะ (ใช่แล้ว) ไปเรียนที่อื่นตั้งนาน อิได้ยินพรือล่ะ (จะได้ยินยังไงล่ะ)” สนพูดยิ้มๆ “มาน้าจะกล่าวให้ฟัง โม้งคือส่วนที่ล่อ (โผล่) ออกมาจากลูกหัวครก (ลูกมะม่วง หิมพานต์) หราคือการผัดหรือกวนให้เข้ากันใช้ไฟเบา (ไฟอ่อนๆ) น้ำผึ้งคือน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลแว่น ที่นี่เข้าใจดีแล้วม่ายล่ะไอ้หลานบ่าว แต่ที่น้าบ่าวทำนิ น้าบ่าว (น้าชาย) ใช้น้ำตาลโหน๊ด (น้ำตาลโตนด) มันหอม” สนร่ายยาวให้หนุ่มหน้าใสฟัง ก่อนจะรวบเปลือก เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่เอาเม็ดออกหมดแล้วยัดใส่ในกระสอบ

“มาตะ (มาซิ) ที่นี้ได้ช่วยทำแล้วแหล่ะ ”เห็นเกลือในสอบ (กระสอบ) ใช่ม่าย เอาใส่โคม(กะละมัง)เข้า ใส่น้ำแล้วเอาหัวครกแช่ลงไป แช่สักพักล้างให้สะอาดแล้วปอกเปลือกบางๆมันออกแล้วแช่น้ำเปล่าไว้อีกสักพักล้างออกใส่ตรองให้เด็ดน้ำ (ใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ)

ป๋องทำตามที่ผู้เป็นน้าชายบอก ไม่นานนักเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ผ่าซีกขาวใสนอนเต็มกระชอนบุบบี้นั่น ส่วนสนก่อไฟจนลุกพรึบ ก่อนจะกลับไปนั่งบนตะแคร่เทใบมะม่วงหิมพานต์ที่เป็นใบแก่จัดลงในกระด้งเอากรรไกรตัดแต่งพอสวยงาม ใช้ผ้าเช็ดจนสะอาดวางเรียงกันไว้ ป๋องมองดูก็ทำตาม ผู้เป็นน้าได้แต่อมยิ้ม

บนเตาถ่านที่ไฟลุกแดงสนค่อยๆดึงไม้ฟืนออกบางส่วนเพื่อให้ไฟอ่อนลง ตั้งกระทะใส่น้ำนิดหน่อยพร้อมน้ำตาลโตนดแล้วค่อยๆคนไปเรื่อยๆจนน้ำตาลเริ่มคลายตัวข้นขึ้น ป๋องที่ยืนดูอยู่ข้างๆอย่างสนใจขออาสาคนน้ำตาลบ้าง สนส่งไม้พายให้หลานแล้วยืนดูมือใหม่หัดคนอย่างขำๆ เพราะคนไปเกร็งไปกลัวน้ำตาลจะกระเด็นใส่

“สมัยนี้หากินยากแล้วใช่ม่ายน้าสน หัวครกหราน้ำผึ้งเนี่ย” ป๋องชวนคุย

“ช่ายแล้ว หาม่าย (ไม่มี) ใครทำขายแล้ว หัวครกแพงแล้วขี้คร้านทำมั๊ง ทำกินตามบ้านเหมือนน้าบ่าวทำพอยังมั่ง (พอมีบ้าง)” ผู้เป็นน้าบอก

“ถ้าพันนั้นแสดงว่าผมลาภปากเลยวันนี้ ” ป๋องพูดอารมณ์ดี

“เอาไม้พายมานี่ แล้วไปเอาเม็ดหัวครกมา น้ำผึ้งได้ที่แล้ว” น้าสนบอก

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ถูกล้างไว้อย่างดีและสะเด็ดน้ำแล้วถูกเทใส่ในกระทะ จมลงในน้ำตาลโตนดสีแดงข้นอย่างช้าๆ สนค่อยๆราไฟให้อ่อนลงอีก แล้วใช้ไม้พายคนเบาๆเพื่อให้น้ำตาลและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ได้คลุกเคล้าเข้ากัน

เม็ดมะม่วงที่ฉ่ำด้วยน้ำตาลถูกตักใส่ในใบมะม่วงหิมพานต์ที่อยู่ในกระด้ง  สนตักและหยอดลงช้าๆ กระทะเหลือแต่คราบน้ำตาลข้นเหนียว  หัวครกหราน้ำผึ้งนอนผึ่งลมเป็นแผ่นสวยบนใบมะม่วงหิมพานต์สีเขียวเข้มอยู่สองกระด้งใหญ่ ป๋องอดใจไม่ไหวหยิบกินชิ้นหนึ่งก่อนจะเคี้ยวกลืนอย่างยากลำบากเพราะร้อนมาก สนได้แต่ขำกับพฤติกรรมอดไม่ไหวของหลานชาย

“แล้วแขบไปไหนมันร้อนอยู่ ลิ้นพองแล้วแหล่ะ” สนพูดและเลือกหยิบแผ่นสวยๆใส่ลงกะละมัง “ในโคม (กะละมัง) นี่ เอาไปฝากแม่นะ” สนบอกก่อนไปนั่งลงข้างเตาฟืนเขี่ยไฟให้มอดดับ

“นั่นผมเอาไปให้แม่ก่อนดีหวา (ดีกว่า) ค่อยกลับมากิน” ป๋องบอกก่อนหยิบกะละมังรีบเดินออกไปแต่เดินได้แค่สามก้าวก็สะดุดขาตัวเองจนกะละมังร่วง หัวครกหราน้ำผึ้งกระจาย

“เอ๋า!! แล้วแขบ (รีบ) ไปไหนล่ะไอ้หลาน” สนดุแต่ไม่จริงจังนักส่วนป๋องได้แต่บอกขอโทษ

“ไม่พรือ (ไม่เป็นไร) ยังลุยเสียหมดในด้ง (มีอีกเยอะแยะในกระด้ง) แต่ต้องไปหายาสระหัว(ยาสระผม) ให้น้าบ่าวแล้วแหล่ะ” สนพูด “อ้าว..ไซรล่ะ (ทำไมล่ะ)?” ป๋อง ถาม

“หัวครกหราหัวน้าบ่าวแล้วเด้ !! เต็มหัวเลยนิ..กบาลหวานเลยบ่าวเหอ !!”