Get Adobe Flash player

ใจเดินขาก็เดิน โดย..เชิงภู

Font Size:

รถวิ่งสวนกันผ่านไปมาไม่มีทีท่าว่าถนนจะว่างเลย พิณสาวรุ่นใหญ่วัยสี่สิบนั่งมองรถบนถนนลาดยางที่ห่างจากบ้านพอสมควร ตะวันบ่ายคล้อยแล้วแต่เธอยังนั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว ดูไปเหมือนรูปปั้นที่นั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ตัวนิ่งตรึงติดกับเก้าอี้มีแต่อาการกระพริบตาในบางคราเท่านั้น ที่สังเกตเห็นได้

ห้าโมงเย็นพอดิบพอดีพร้อมกับหวอโรงงานใกล้บ้านส่งเสียงแจ้งเตือนหมดเวลางาน ไม่นานนักพนักงานโรงงานก็ทยอยกันเดินออกมา กลุ่มแม่ค้าแม่ขายหน้าโรงงานยิ้มแย้มแจ่มใสชักชวนให้พนักงานซื้อของกินของใช้

พิณเดินกะโผลกกะเผลกปะปนกับพนักงานโรงงาน มื้อซ้ายหิ้วถุงพลาสติกบรรจุถุงแกงสองถุง ก่อนจะเลือกซื้อขนมไทยอีกหนึ่งอย่าง

“อ้าว...ว่าพรือล่ะน้องพิณ (ว่ายังไงล่ะน้องพิณ) ยังไม่หายเหรอ” แม่ค้าที่คุ้นเคยทักทายถามไถ่

“ไม่หายแล้วแหล่ะ ไม่ได้มาทำงานหลายวันแล้ว ไม่นานเค้าคงยิก (ไล่) ออก” พิณพูด

โรงงานแห่งนี้อยู่ในจังหวัดสงขลาทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทะเลส่งออก พิณทำงานอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุยี่สิบนิดๆ ในตำแหน่งแม่บ้าน ที่ผ่านมาเธอตั้งใจทำงานไม่เคยมีปัญหาใดๆ เพื่อนฝูงและหัวหน้างานรักใคร่ เพราะเป็นคนขยันอดทนจากคนที่ไม่มีอะไรเลยเงินเก็บเริ่มมีเหลือในบัญชี และซื้อที่ดินแปลงเล็กๆไม่ไกลจากโรงงานปลูกบ้านอยู่กับสามีและลูกสาว ชีวิตเหมือนกราฟชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้มีโอกาสช่วยเหลือพี่น้อง ช่วยเหลือพ่อแม่ มีเงินหยิบยื่นให้พ่อกับแม่ไม่เคยขาด แต่เมื่อปีที่แล้วสามีที่เป็นเจ้าหน้าที่รปภ. ของโรงงานที่เดียวกันนี้ประสบอุบัติเหตุรถล้ม ขาขวาไม่ปกติลีบลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ยังคงทำงานได้ตามปกติ แต่ทำให้พิณรู้สึกเสียใจและใจหายพอสมควรกับความไม่สมบูรณ์ของร่างกายของสามีเธอ  แล้วเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดสามีดีขึ้นมาหน่อยทุกอย่างเหมือนจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง ตื่นเช้าขึ้นมาเธอขยับขาขวาแล้วเจ็บปวดสุดใจตั้งแต่บั้นเอวยันข้อเท้า ไม่รอช้ารีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คร่างกาย หมอบอกว่าเธอเป็นโรคกระดูกทับเส้นเพราะใช้ร่างกายอย่างหนักไม่ค่อยได้ออกลังกายและไม่ได้พักผ่อน  ตั้งแต่นั้นมาแววตาที่มีประกายแห่งความมุ่งมั่นก็หายไป

เกือบปีแล้วที่พิณทำงานได้บ้างไม่ได้บ้าง หัวหน้างานย้ายจากแผนกแม่บ้านส่งต่อไปอยู่แผนกที่ทำงานเบาๆ ไม่ต้องยืนหรือหยิบยกของหนัก แต่ไม่ได้ทำให้ทำงานได้ราบรื่น เพราะอาการที่เป็นอยู่ไม่ได้ดีขึ้นเลย ช่วงนี้เธอต้องลางานบ่อยมากเพื่อพักร่างกาย และสุดท้ายเธอก็คิดจะลาออกอย่างจริงจัง!! แต่นั่นแหล่ะ ลาออกแล้วจะมาทำมาหากินอะไรล่ะ?

เสียงก่ออิฐฉาบปูนดังมาจากหน้าบ้าน พิณค่อยๆเดินออกไปดูเห็นสามีตั้งใจก่อสร้างเพิงหน้าบ้านเพื่อให้เธอได้ใช้เป็นร้านขายของ พิณน้ำตาคลอใจหวิวๆ ก่อนจะเอ่ยชวนมากินข้าวมื้อเย็นกันก่อนแล้วค่อยทำต่อ

“อย่าคิดมากนะน้องเหอ (นะน้องนะ) ไม่กี่วันร้านกะเสร็จแล้ว ทีนี้อยากทำไหร (ทำอะไร) ขายก็ทำไปเถอะ พี่ยังทำงานได้เหมือนเดิม น้องขายของไปชีวิตคงพออยู่ได้ ” สามีให้กำลังใจก่อนตบบ่าเบาๆ และนั่งลงกินข้าวทั้งตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยปูนและเศษเม็ดทราย

เพราะเงินเก็บถูกนำมารักษาตัวทั้งสองคนรวมทั้งส่งลูกเรียนชั้นมัธยมปลายก็เลยหดหายไปเยอะ พิณนั่งมองตัวเลขในบัญชีก่อนสะดุ้งตื่นจากความคิดเมื่อมีเสียงร้องเรียกอยู่หน้าบ้าน

ชายสูงวัยผมขาวนั่งกินข้าวกับพิณ ก่อนจะพูดคุยอมยิ้มส่งเสียงหัวเราะเล่าโน่นเล่านี่ให้ฟัง ทำให้พิณยิ้มออกมาได้

“ร้านแค่เสร็จแล้วนิ (ร้านใกล้เสร็จแล้วนี่) เดี๋ยวกะได้ขายของแล้ว อย่าคิดมาก ชีวิตมันต้องไปต่อ อย่าหยุดแล้วท้อ มันช่วยไหร (อะไร) ไม่ได้หรอก” พ่อที่มาเยี่ยมลูกสาวบอก

“กะคิดว่าพันนั้นแหละพ่อเหอ (ก็คิดว่าอย่างนั้นแหล่ะค่ะ) แต่ใจหายเหมือนกันทำงานโรงงานมาตั้งนานแล้ว ไม่คิดว่าจะเป็นพันนี้ (แบบนี้) ออกมาทำมาค้าขายไม่รู้ได้ผลมั้ย” พิณพูดอย่างไม่มั่นใจตัวเอง

“ทุกอย่างมั่นกะต้องลอง ลองอย่างมีสติ ทำด้วยใจ ไม่ว่าอาชีพไหนมันกะสำเร็จเพแหล่ะ(สำเร็จทั้งนั้นแหล่ะ)” ผู้เป็นพ่อยังคงให้กำลังใจต่อ

ซองขนม น้ำอัดลม ของกินของใช้ดูประปรายแต่จัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกด้านหนึ่งวางหม้อแกงหม้อใหญ่สามสี่หม้อ กับข้าวพร้อมขายพนักงานโรงงาน ตรงกลางเป็นมุมเล็กๆ ยังมีถาดใส่ขนมไทยพื้นบ้านน่ากินราคาไม่แพงขายเสริมด้วย ลูกสาวคอยหยิบของรับเงิน..พิณยิ้มสุขใจ

“อัยยา..ขายดีจัง น้องพิณ บายแล้ว (สบายแล้ว) ทุกอย่างมันมีทางออก” เสียงเพื่อนร่วมงานทักทายและสั่งซื้อกับข้าวถุง พิณตักให้มัดยางเสร็จเรียบร้อยใส่ถุงสวยงามส่งให้ก่อนรับเงิน

เย็นย่ำพิณนั่งอมยิ้มอยู่หน้าบ้านข้างร้านค้า ตอนนี้สุขภาพเริ่มดีขึ้น เริ่มเดินได้ดีขึ้น เธอนึกถึงคำพูดของพ่อที่ให้กำลังใจตอนมาคราวนั้น “คนเราถ้ามันหมดกำลังใจทุกอย่างจบสิ้น ต่อให้ขามึงเป็นแบบนี้...   ถ้าใจมึงเดิน ขามึงก็เดิน ”