Get Adobe Flash player

วันเปิดเทอมของบินหลา โดย..เชิงภู

Font Size:

รถวิ่งสวนกันไปมาบนถนนหน้าโรงเรียนประถมแห่งนี้ ทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซด์ที่ผู้ปกครองพาลูกหลานมาโรงเรียน เด็กๆดูตื่นเต้นยินดีพูดคุยกระเซ้าเหย้าแหย่กันไปมา บรรยากาศดูคึกคักครึกครื้นปลุกให้โรงเรียนได้ตื่นฟื้นจากความสงบเงียบหลังจากปิดเทอมยาวหนึ่งเดือนกว่าๆ

หน้าประตูทางเข้าโรงเรียนเด็กสามคนเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเรียบร้อย เด็กชายบินหลา (บินหลาคือชื่อนกทางปักษ์ใต้ / นกกางเขนบ้าน)  ที่ปีนี้อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่หก เดินเงียบๆ นิ่งๆ ตามหลังน้องๆ มือซ้ายหิ้วปิ่นโตเถาเก่าก่อนเดินไปส่งน้องทั้งสองคนที่ห้องชั้นประถมสองและชั้นประถมสาม เสร็จแล้วก็เดินย้อนกลับไปเข้าห้องเรียนชั้นประถมหกของตัวเอง

ในห้องเรียนเพื่อนๆมากันเกือบครบแล้วทุกคนจับจองที่นั่งให้ตัวเอง ส่วนใหญ่นั่งแถวกลางและแถวหลังและนั่งจับคู่กับเพื่อนสนิท ทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเล่าเรื่องราวช่วงปิดเทอมที่ตัวเองได้ไปทำมา และพูดคุยโม้กันออกรสเกี่ยวกับข้าวของเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนที่ใหม่เอี่ยมอ่อง บางคนทักทายบินหลา เด็กชายหน้านิ่งยิ้มทักทายก่อนจะเดินไปวางกระเป๋าแถวหน้าสุด วางปิ่นโตใต้โต๊ะแล้วหย่อนตัวลงนั่งเหมือนเหน็ดเหนื่อยต้องการพัก

 “ ว่าพรือล่ะ (ว่าอย่างไรล่ะ) เพื่อนนกบินหลา เปิดเทอมไม่เห็นใส่เสื้อใหม่กางเกงใหม่เลย กระเป๋าก็ใบเก่า โอ้..ถุงเท้าเห็นหัวแม่ตีน (หัวแม่เท้า) แล้ว สงสัยเกือก (รองเท้านักเรียน) คู่เดิมใช่ม่ายล่ะเพื่อน ” ธวัชเด็กชายเพื่อนร่วมห้องเรียนที่เป็นลูกชายของผู้ใหญ่บ้านทักทายก่อนจะหัวเราะกับสภาพของเพื่อนตรงหน้า ส่วนคนถูกทักก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ ยิ้มให้นิดหน่อยไม่ได้ตอบโต้อะไร

คุณครูประจำชั้นกล่าวทักทายและเรียกชื่อนักเรียน ก่อนจะแจ้งให้นักเรียนทราบถึงสมุดหนังสือที่ต้องใช้ ทุกคนหยิบสมุดออกจากกระเป๋าตัวเองวางบนโต๊ะรวมทั้งปากกายางลบ แต่ละคนมีแต่อุปกรณ์ใหม่ๆกันทั้งนั้น เมื่อหยิบวางบนโต๊ะก็พูดคุยกันแลกเปลี่ยนหยิบดูของกันและกัน จนคุณครูต้องเบรกให้หยุดคุย

บินหลามองดูสมุดเก่าบนโต๊ะตัวเองสี่ห้าเล่ม ปากกาด้ามเก่าที่แม่ไว้ใช้เขียนจดโน่นนี่ที่บ้านเอามาใช้ก่อน สมุดนั้นหน้าปกได้ถูกลบข้อมูลของชั้นประถมห้าออกไป เปิดด้านในมีแผ่นกระดาษว่างอยู่สักครึ่งเล่มได้ ด้านหน้านั้นเหมือนกระดาษโดนตัดออกไปเพราะยังมีเศษกระดาษที่ยื่นออกมาให้เห็น จริงๆแล้วบินหลานั่นแหล่ะเป็นผู้ตัดออกเพราะเป็นข้อมูลแบบฝึกหัดการเรียนของปีที่แล้ว แล้วเย็บเก็บไว้เรียบร้อยที่บ้านส่วนที่เหลือก็เอามาใช้ต่อ แม้จะเหลือแค่ครึ่งเล่มแต่ก็ยังพอใช้เขียนได้อีกนาน

ใต้ต้นหูกวางที่โต๊ะม้าหินอ่อนยามเที่ยงวัน เด็กสามคนนั่งล้อมวงกินข้าว ปิ่นโตถูกถอดออกวาง มีข้าวเปล่าอยู่สามชั้น อีกสองชั้นเป็นกับข้าวคือแกงส้มกับไข่เจียว กระแตน้องสาวคนสุดท้องหยิบช้อนได้ก็จัดการตักกินไม่รอใคร ส่วนช่อนนาน้องชายคนกลางนั่งนิ่งๆ ค่อยๆตักข้าวกินอย่างเงียบๆ บินหลาเห็นน้องไม่ค่อยตักกับข้าวก็จ้วงตักแล้วไปโปะบนข้าวให้

“ เป็นไอ้ไหรไม่บายเหอ (เป็นอะไร) ไซรเงียบๆ (ทำไมเงียบๆ) แขบกินตะ (รีบกินซิ) พี่บ่าวจะได้พาชั้น (ปิ่นโต) ไปล้าง” บินหลาถามน้อง

“ ไซรแม่ไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆให้มั่งล่ะ (ทำไมแม่ไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆให้บ้างล่ะ) เป๋าหนวยเก่า(กระเป๋าใบเก่า) ถุงเท้า เกือก (รองเท้า) ได้มาจากพี่บ่าวทั้งเพ (ได้มาจากพี่บินหลาทั้งนั้น)” ช่อนนาพูดเสียงเหมือนจะร้องไห้ “ คนอื่นเค้ามีแต่ของใหม่ๆ เราหาม่าย (ไม่มี) ของใหม่เลย” ช่อนนายังคงพูดต่อ

“ ไม่พรือๆ (ไม่เป็นไรๆ) ไม่ใช่ของใหม่ แต่มันยังใช้ได้ อย่าคิดมาก กินข้าวก่อน เดี๋ยวจะได้ไปเข้าห้องเรียน” บินหลาปลอบน้องทั้งที่ตัวเองก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันแต่สามารถเก็บความรู้สึกได้มากกว่าและเข้าใจอะไรมากกว่า

บินหลานั่งล้างปิ่นโตอยู่ข้างก๊อกน้ำ เงยหน้ามองตามหลังน้องที่เดินเข้าห้องเรียนก่อนถอนหายใจ สงสารน้องเหลือเกินแต่ตัวเองก็ได้แต่ปลอบใจ เพราะครอบครัวไม่สมบูรณ์ พ่อมาตายจากไปเมื่อสองปีที่แล้ว แม่ต้องดิ้นรนคนเดียวไปทำงานต่างถิ่น หนี้สินก็เยอะ บินหลาและน้องๆอาศัยอยู่กับยาย ต้องช่วยกันประหยัด รู้กินรู้ใช้ นานๆแม่จะกลับมาสักที บินหลาจึงต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆแทนแม่ ตื่นตั้งแต่เช้ามืดไปรับจ้างกรีดยางของเพื่อนบ้าน แล้วรีบกลับมาดูแลน้อง ทำกับข้าว เตรียมตัวกันมาโรงเรียน

บินหลาถอนหายใจและสอดใส่เก็บปิ่นโตเข้าที่ลุกขึ้นเดิน ก่อนจะเดินไปแอบดูน้องๆทั้งสองคนที่ชั้นเรียน เห็นทั้งสองคนยิ้มแย้มคุยเล่นกับเพื่อนๆก็ยิ้มออก เดินตรงไปยังห้องเรียนตัวเอง

“ เดินเร็วๆนะ พี่แขบหลบ (รีบกลับ) ไปทำกับข้าว ” คนพี่สุดบอกน้องๆ ที่เดินบ้าง หยุดบ้าง เล่นบ้างอยู่ข้างหน้า ก่อนจะแอบเหล่มองน้องชายเห็นยิ้มแย้มหัวเราะได้ก็เบาใจ

“ ช่อนนาอย่าคิดมากนะน้องนะ พี่ได้เบี้ย (เงิน) ค่าตัดยางจะไปซื้อเกือก (รองเท้า) ให้ใหม่” บินหลาเอามือลูบหัวน้อง ช่อนนาร้องเย้ตามประสา ส่วนกระแตนั้นก็กอดอ้อนพี่ขอซื้อด้วย

“ แต่จำพี่บอกไว้...ของใหม่ๆ ก็ไม่มีอะไรดีเท่ากับเราตั้งใจเรียนหรอกนะ”