Get Adobe Flash player

คั่วนกของคนอื่น โดย..เชิงภู

Font Size:

เสียงสับบางอย่างบนเขียงใบเก่าดังโป๊กๆ มือเปื้อนเลือดของเด็กชายตัวดำที่มือขวากำมีดแน่นบรรจงสับของบนเขียงเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนหมดแล้วขยุ้มใส่กะละมังข้างตัวก่อนเดินตัวปลิวไปที่ก๊อกน้ำ

มีดและเขียงพร้อมของในกะละมังถูกล้างเรียบร้อยวางอยู่บนตะแคร่ ปิยะเชฟวัยสิบเอ็ดขวบเอามือเปียกน้ำเช็ดข้างสะโพกทั้งสองข้างจนกางเกงเปียกชื้นก่อนจะดึงเชือกฟางสีน้ำเงินที่รัดกางเกงแทนเข็มขัดให้แน่นขึ้นผูกเสร็จเรียบร้อยก็เดินขึ้นบ้านไป สักพักใหญ่แบกครกหินที่บรรจุวัตถุดิบพร้อมตำลงมา พริกไทยดำ พริกสด ข่า ตะไคร้ เกลือ ขมิ้น ทุกอย่างอยู่ในครก เด็กชายตัวดำไม่ใส่เสื้อถอดรองเท้าฟองน้ำออกแล้วหย่อนก้นลงบนรองเท้าขยับครกมาใกล้ตัวแล้วลงมือตำเครื่องแกงอย่างตั้งใจ

“ หวัดดีเพื่อนเกลอ วันนี้ทำเมนูอะไร?” เสียงทักดังมาแต่ไกลก่อนจักรยานที่พุ่งมานั้นจะเบรกเอี๊ยดใกล้ๆกับครกหินล้อแทบเหยียบหัวแม่เท้าเจ้าของบ้าน

“ ไอ้บ้านี่!! เหยียบหัวกูเลยมั้ย” ปิยะด่าเพื่อนซี้ที่หัวเราะคิกคักชอบใจ

“ แล้วตกลงวันนี้ทำไหรกินล่ะ (ทำอะไรกินล่ะ) ?” บุ้งถามซ้ำ

“ คั่วนกของคนอื่น ย่าไม่อยู่บ้านไปบ้านป้านาดตั้งแต่หัวเช้า (ตั้งแต่เมื่อเช้า) ถ้าย่าอยู่อย่าหวังจะได้กิน นกอยู่ในกรงสามตัวกูดักมาได้เองนิ แต่ย่ายิก (ไล่) ให้กูเอาไปปล่อย ปล่อยให้โบ๋ (ให้โง่) กูสับแกงหรอยหวา (กูสับแกงอร่อยกว่า)” ปิยะพูดไปมือก็ตำเครื่องไป

“ ไอ้ไหรวะ (อะไรวะ) ? คั่วนกของคนอื่น” บุ้งถามงงๆ

“ คั่วนกเขา!! ” ปิยะตอบ ก่อนเสียงหัวเราะจะประสานขึ้นพร้อมกัน

“ แล้วถ้าย่าถาม มึงจิตอบว่าพรือ (มึงจะตอบว่าอย่างไร) ? ” บุ้งถามทำสีหน้าสงสัย

“ กูกะบอกว่า กูปล่อยแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า ใครจะไปโร้ (ใครจะไปรู้) ว่าอยู่ในพุงกู นอกจากมึง ฉะนั้นมึงอย่าปากมาก กูทำให้กินหรอยๆ (อร่อยๆ) กินเสร็จแล้วกะรูดซิปปากเสียกัน (รูดซิปปากเสียด้วย)” ปิยะบอกเพื่อนซี้

สองเด็กชายตัวดำที่อีกคนใส่เสื้อยืดสีแดงแต่อีกคนท่อนบนเปลือยเปล่า ช่วยกันยกเตาถ่านลงมาข้างล่าง บุ้งเริ่มก่อไฟก่อนจะสุมเศษไม้ลงในเตาจนเปลวไฟลุกโชน

“ ไอ้ย๊ะแขบเอาถ่านมาเร็วๆ ( ไอ้ปิยะรีบเอาถ่านมาเร็วๆ) ไฟติดแล้ว” บุ้งตะโกนบอกเพื่อน

ปิยะเดินหอบไม้ฟืนที่หาเก็บแถวข้างบ้านนั่นแหล่ะวางลงข้างๆเตา “ ถ่านหมดพอดีเลย แต่ไม่พรือ (ไม่เป็นไร) ใช้ไม้ฟืนก็ได้ ” พูดพลางก็วางไม้ฟืนทับบนเปลวไฟก่อนจะเดินไปที่ครกตำเครื่อง

“ ไอ้บุ้งมึงขึ้นบ้านไปหยิบปุกเคย (กระปุกกะปิ) ปุกสีเหลืองๆ มาให้กูที” ปิยะบอกเพื่อนที่นั่งอยู่หน้าเตาก่อนบุ้งจะลุกขึ้นวิ่งไปอย่างรวดเร็ว

เสียงตะโกนดังมาแว่วๆ ปิยะหันมามองเพื่อนซี้หน้าเตาก่อนจะพยักหน้าให้รีบไป ส่วนตัวเองควักกะปิจากกระปุกใส่ลงในครกหินแล้วตำจนเครื่องคลุกเคล้าเข้ากัน

“ เรียกได้เรียกดีแม่นี่ เบื่อจริง!!” บุ้งลุกขึ้นคว้าจักรยานปั่นกลับบ้าน “ มึงแขบ (รีบ) ทำให้เสร็จนะเดี๋ยวกูมากิน” เสียงตะโกนบอกก่อนจะลับหายจากประตูบ้านไป

กระทะใบเก่าก้นดำวางอยู่บนเตาถ่านไฟลุกโชนลามเลียใต้ก้นกระทะ เมื่อใส่น้ำลงไปเสียงดังจี่ตามความร้อนของกระทะ เมื่อน้ำเดือดได้ที่ปิยะเทนกสับใส่ลงไปแล้วค่อยๆคนคั่วไปเรื่อยๆจนสุกเนื้อเริ่มมัดตัว เครื่องแกงกลิ่นหอมโชยออกมาเมื่อปิยะควักออกจากครกหินใส่ลงไปแล้วคั่วคลุกเคล้ากับนกในกระทะอย่างรวดเร็ว น้ำแกงขลุกขลิกสีเข้มจัดเดือดปุดๆอยู่ในกระทะ ปิยะนั่งอมยิ้มฝีมือตัวเอง แล้วเดินขึ้นบ้านไปยกหม้อข้าวจานช้อนเดินลงมา เมื่อขยับกระปุกสีเหลืองที่ใส่กะปิไปชิดติดครกหิน ก็วางอุปกรณ์ทุกอย่างไว้แล้วเดินไปหยิบจวักคนแกงในกระทะอีกรอบก่อนจะทำหน้ามุ่ยนิดๆ แล้วเริ่มยิ้มออก

“ แล้วกัน นึกอยู่ตั้งนานว่าลืมไหร (ลืมอะไร) ลืมใบกรูด (ใบมะกรูด) นี่เอง รอแป๊บนะจ๊ะน้องนก พี่ไปเก็บใบมะกรูดก่อน ” ปิยะเดินไปหลังบ้านแกงที่อยู่บนเตาก็เดือดปุดๆน้ำงวดลงไปเยอะแล้ว ไฟทีสุมอยู่ในเตายังคงลุกโชน

เสียงนกเขาขันอยู่บนยอดไม้ทำให้มือที่เด็ดใบมะกรูดชะงักเงยหน้ามองส่องอยู่เนิ่นนาน สักพักใหญ่ก็เหมือนเพิ่งนึกออกรีบวิ่งกลับไปที่ตะแคร่

กระทะใบเดิมที่ตอนนี้ในกระทะเปลี่ยนไป น้ำมันพืชถูกเทลงไปตามด้วยกระทียมข้าวเปล่าและกระปุกสีเหลืองฝาถูกเปิดออก

“ มาแล้วเพื่อนเหอ เสร็จแล้วชิมิเมนูเด็ด” บุ้งที่ปั่นจักรยานเข้าบ้านมาตะโกนเสียงดัง ปิยะที่เดินอยู่ริมรั้วบ้านไม่ไกลนักมือถือจานข้าวปากเคี้ยวฉับๆ ก่อนจะเอื้อมมือเด็ดยอดมะม่วงหิมพานต์

ส่งเข้าปากเคี้ยวปนกันไป

“ เอ๋า แล้วไซร (ทำไม) แกงคั่วนกเขาอยู่ที่โคนต้นหนุ๊น (ขนุน)!! สีแกงแปลกๆ มึงทำหกเหรอ ยังเหลืออีกมั้ยล่ะ? ” บุ้งที่ถือจานเปล่าตะโกนถามเพื่อนริมรั้ว

“ หมดแล้ว!! กูไม่ได้ทำหกกูเททุ่ม (เททิ้ง) กูไปเก็บใบกรูด แกงไหม้หมด บ้าแท้” ปิยะบอก

“ แล้วมึงกินไหรอยู่ (กินอะไรอยู่) ?” บุ้งถามงงๆ

“ ข้าวผัดเคย..”