Get Adobe Flash player

แม่โพสพใยตกต่ำ !? โดย..เชิงภู

Font Size:

เย็นย่ำกลางทุ่งกว้างที่ดูเวิ้งว้างโดดเดี่ยว แม้ผืนนาด้านล่างจะดูเงียบร้างแต่บนฟ้านั้นเสียงนกหยอกเหย้าบินเคียงคู่กันกลับรัง เสียงนกร้องดังไปทั่ว บินกันเป็นคู่ๆบ้าง เป็นกลุ่มเล็กบ้าง บางกลุ่มบินกันเต็มท้องฟ้าดูราวกับภาพวาดระบายแต้มฟ้ายามสนธยา

หนึ่งชีวิตบนคันนาที่นั่งหลังงองุ้มเพ่งมองทุ่งไร้ต้นข้าวเบื้องหน้า ภายในนาข้าวน้ำขลุกขลิกตอซังข้าวเปื้อนขี้โคลน เศษฟางข้าวกระจายเกลื่อน แมลงน้อยใหญ่ยังคงแตกตื่นบินซุกตรงนั้นหนีออกไปตรงนี้เพราะบ้านที่เป็นต้นข้าวอวบหายไปหมดแล้ว

เมื่อตอนเช้าทุ่งเวิ้งนี้ยังเขียวเหลืองเรืองรองมองไสวสดใสยามฟ้าเบิก ก่อนเที่ยงรถตัดข้าวมาถึงก็จัดการตัดกลืนเม็ดข้าวลงกระสอบปุ๋ย รถตัดข้าวส่งเสียงร้องครางไม่นานนักก็หยุดไป พร้อมกับรอยยิ้มที่หดหายมลายสิ้นจากใบหน้าของเจ้าของที่นา

บรรจบหนุ่มใหญ่วัยกลางคนนั่งหน้านิ่งหมดเรี่ยวแรง ทั้งเวิ้งทุ่งนี้เขารักหนักหนาทำมาหากินด้วยการเป็นชาวนาอาชีพของบรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นทวดก็ไม่เคยคิดเปลี่ยนเป็นอาชีพอื่น สมัยเด็กๆ เขาจำได้ขายข้าวทีก็เป็นเศรษฐีเลยก็ว่าได้ ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่ยิ่งนับวันทำไมราคาข้าวถึงน้อยนิดจนน่าใจหาย ไม่คุ้มค่าเหนื่อย การดูแล หว่านไถ ปุ๋ยหยูกยาต่างๆ เงินที่กำอยู่แทบจะไม่พอรายจ่าย คิดแล้วก็ให้ท้อใจเสียเหลือเกิน

“เรียบร้อยแล้วน้องบ่าว (น้องชาย) ทั้งหมดได้ข้าวเท่านี้นะ ราคากิโลละเท่านี้นะ รวมเบี้ย(เงิน) เท่านี้” เจ้าของรถตัดข้าวแจงรายละเอียดในสมุดพกเก่าๆ แล้วจับเครื่องคิดเลขจิ้มๆ จนปรากฏเป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่าย ก่อนล้วงหยิบเงินในกระเป๋าคาดเอวส่งให้เจ้าของนา แล้วจากไปอย่างสบายใจ

“อ้าว ยังไม่หลบ (กลับ) บ้าน นั่งทำไหรอยู่ล่ะ (นั่งทำอะไรอยู่ล่ะ)?” ถวิลเพิ่มร่วมท้องทุ่งส่งเสียงทักทาย “เครียดทำไหร (ทำอะไร) ละเพื่อน มันเป็นพันนี้ (แบบนี้) มานานแล้ว”

“เหนื่อยว่ะเพื่อนเหอ ทำนามาหลายปี แรกๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่หลายปีมาเนี่ย ไม่ไหว ข้าวโถก (ถูก) มาก ไม่คุ้ม!!” บรรจบพูดเสียงเศร้าๆ บ่งบอกความท้อแท้

“ใครจะแก้ปัญหาให้เราได้ หาม่าย (ไม่มี) หรอก เราต้องช่วยเหลือตัวเอง” ถวิลตบบ่าเพื่อนก่อนทรุดลงนั่งข้างๆ

“เบี้ยที่กำ (เงินที่จับ) อยู่เนี่ย ไม่รู้พอค่าปุ๋ย ค่าจ่ายใช้ทุกอย่างม่าย” บรรจบถอนหายใจ  “....ข้าวเปลือกโลล่ะหกบาท กูทำกันแค่ตาย (เกือบตาย) แม่งเอ๋ย!! เวลาไปซื้อ   ข้าวสารโลเป็นสี่สิบห้าสิบบาท กูไม่เข้าใจ ข้าวราดแกงในหลาด (ตลาด) ข้าวตักหวัก (จวัก) เดียวกินห้าคำหมดแต่ว่าจานละสี่สิบบาท...กูไม่เข้าใจชีวิต!!”หนุ่มท้อแท้ยังคงบ่นต่อ

“ทุกอย่างมันมีกลไกเพื่อนเหอ กูก็ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร แต่กูอ่านมาจากหนังสือ..กูรู้แต่ว่า เราต้องเปลี่ยนแปลง เราต้องเรียนรู้วิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เราไม่อดตาย ทำนาได้ แต่มีรายได้ให้สมน้ำสมเนื้อกับที่เราเหนื่อย” ถวิลพูดเหมือนคนไม่ยอมแพ้จนเพื่อนที่ท้อแท้ต้องหันมองอย่างแปลกใจ

“แล้วมันต้องทำพรือวะ (ต้องทำอย่างไรวะ)!!?” เพื่อนข้างๆสนใจใคร่รู้

“ก่อนอื่นต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน ต้องกระตือรือร้นอย่าโลกแคบ อย่าเอาแต่ทำอยู่เดิมๆ อย่าเอาแต่ทำนาอย่างเดียว เราต้องศึกษาหาข้อมูล นอกจากทำนาแล้วเราทำไหร

(ทำอะไร) ได้บ้าง วีถีพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่เก้าก็มี เค้าทำกันมากมาย กูว่าปีนี้กูจะลองแล (ลองดู)  กูว่าจะทำไร่นาสวนผสมปลูกนั่นสักนิดปลูกนี่สักหน่อย ปลูกกล้วย ปลูกต้นโหลกนาว (ต้นมะนาว) ผักหญ้าตามประสาที่ขายได้ตลอดๆ ขุดบ่อเลี้ยงปลา ข้าวก็ไม่ทุ่ม (ทิ้ง) นายังต้องทำ เพราะเราคนทำนา แต่แบ่งพื้นที่ไปทำไปปลูกอย่างอื่น ให้มันมีรายได้เพิ่ม ทำนาก็ว่าจะลองศึกษาลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยที่ต้องซื้อลง ลองใช้ปุ๋ยธรรมชาติแทน ลดต้นทุน...กูยังไม่รู้เรื่องมากมายหรอกได้แต่อ่านในหนังสือฟังในโทรทัศน์ ตอเช้า (พรุ่งนี้)ว่าจะเข้าไปหาเกษตรอำเภอ ให้เค้าแนะนำ กูว่าน่าได้ผล มึงสนใจม่าย (สนใจหรือเปล่า) ถ้าสนไปพร้อมกันเลย” ถวิลเอ่ยชวนเพื่อน

“มันน่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ ถ้ามันได้ผลตามที่แหลง (ที่พูด)” บรรจบเริ่มเห็นด้วย

“ทุกอย่างไม่ลองไม่รู้เพื่อนเหอ แล้วที่สำคัญไม่ใช่ว่าหาม่าย(ไม่มี)ใครทำ เค้าทำกันมาแล้ว เราลองเดินตามแลถิ (ดูซิ) ดีหวาพอเสร็จหยามนา (ดีกว่าพอเสร็จหน้านา) นั่งหน้าเศร้า เบี้ยก็หมด(เงินก็หมด) นาก็ร้าง” ถวิลยังคงมุ่งมั่นและโน้มน้าวใจเพื่อน

เพื่อนเดินกลับไปนานแล้วแต่บรรจบยังคงนั่งอยู่ที่เดิม มองดูทุ่งกว้างข้างหน้าที่ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นมันอยู่แบบนี้แล้ว ฟ้าเหมือนเดิม ภูเขาลูกโน่นก็ยังลูกเดิม เปลี่ยนแค่เวลาที่นำพาเค้าให้เติบใหญ่กลายเป็นเจ้าของและทำหน้าที่มีอาชีพเดิมสานต่อจากบรรพบุรุษ เขาไม่อยากเปลี่ยนแปลงวิถีเก่าๆที่ดูมีมนต์ขลัง อยากให้ทุ่งกว้างมีแต่ต้นข้าวลู่ลม แต่นั่นแหล่ะ..อาจถึงเวลา!!

..เราเป็นชาวนา แน่นอนเราก็ต้องเป็นชาวนา แม่โพสพต้องอยู่กับเราชั่วลูกชั่วหลาน แต่เมื่อเวลามันเปลี่ยนมันผ่านไป ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เราอยู่ได้ และก็ยังคงทำอาชีพที่เรารัก ....ใช่ม่ายเพื่อน!! ........บรรจบนึกถึงคำเพื่อนก่อนสูดลมหายใจเข้าและครุ่นคิด

นกกากลุ่มสุดท้ายบินลาลับ ฟากฟ้าเปลี่ยนสีกลายเป็นสีขุ่นมัวคลุมท้องทุ่ง

คนที่ลุกขึ้นยืนหลังตรงแน่วและแววตามุ่งมั่น !!