Get Adobe Flash player

ความดีและช่อฟ้า โดย..เชิงภู

Font Size:

เสียงผิวปากเลียนเสียงนกร้องดังจากปากเด็กชายตัวเล็กแกร็นแต่ดูท่าทางแข็งแรงยามย่างเดิน กางเกงนักเรียนตัวเก่าตัวเก่งหยิบใส่ทุกวันเสาร์ในกระเป๋ากางเกงเต็มไปด้วยก้อนหินก้อนกำลังดีสำหรับเป็นกระสุนใส่หนังสะติ๊ก  มอมเด็กชายวัยสิบเอ็ดขวบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบก้อนหินออกมาสองสามก้อน แล้วดึงหนังสะติ๊กที่เสียบอยู่ชายกางเกงด้านหลังออกมาเตรียมความพร้อม

เสียงดังวื้ดเมื่อลูกกระสุนก้อนหินวิ่งฉิวไปหาเจ้าหมาตัวโตสีดำที่วิ่งพุ่งเข้ามา มันเบรกตัวโก่งเมื่อก้อนหินเฉียดฉิวหูไปนิดเดียวหันหลังวิ่งหางจุกตูดเข้าบ้าน

“บอกแล้วๆ ว่าอย่าล้อเล่นกับพี่มอม” มอมพูดยิ้มๆก่อนเหน็บหนังสะติ๊กไว้ที่เดิม

แสงแดดยามสายสอดส่องกระทบหลังคาโบสถ์ มอมที่เดินเลี้ยวเข้ามาต้องเอามือป้องหน้ากันแสงจ้าเบื้องหน้าโน่น เมื่อได้ยินเสียงดังกรุ๊งกริ๊งแว่วมาก็ยิ้มออกรีบเดินเร็วขึ้นสู่จุดหมาย

ทุ่งนาใกล้วัดคือจุดหมายปลายทางของมอมที่ต้องมาทุกวันเสาร์ ขนำ (กระท่อมชั่วคราวหลังเล็กๆในทุ่งนา) ยังคงอยู่ที่เดิมและผู้ชายผมขาวนุ่งผ้าขาวม้าใส่เสื้อเชิ้ตสีดำด่างที่กระดุมด้านหน้าหายไปหมดแล้วนั่งอยู่เช่นเคย  วัวกระจายตัวเล็มหญ้าอยู่รอบๆ เสียงกระดิ่งที่คล้องคอวัวดังสม่ำเสมอเมื่อวัวเคลื่อนไหวร่างกาย

“สวัสดีคับผมคุณตาฉาย ผมมาช่วยเลี้ยงวัวคับ” มอมพูดทักทายและยกมือไหว้อย่างคุ้นเคย ชายบนขนำนัยน์ตาเป็นประกายเมื่อเห็นเพื่อนคุยต่างวัยส่งยิ้มให้เพื่อนที่เดินมาอย่างเอ็นดู

“หมาบ้านยายสายไม่ยิกหล่าวเหอ (ไม่ไล่อีกเหรอ) ?” ตาฉายถามยิ้มๆ

“พรือไม่ยิกล่ะ (ทำไมจะไม่ไล่ล่ะ) แต่ผมจัดการเรียบร้อย มาทุกเสาร์ยิกทุกเสาร์ บ้าแท้!!” มอมบอกพร้อมกับบ่น คนนั่งบนขนำหัวเราะชอบใจ

มอมปีนขึ้นนั่งบนขนำเคียงคู่กับตาฉาย ก่อนป้องตาเมื่อแสงแดดส่องกระทบยอดหลังคาโบสถ์ บางสิ่งบางอย่างบนยอดหลังคาเป็นประกายส่องแสงวับแวม

“ตา นั่นไอ้ไหร (อะไร) ที่อยู่บนหลังคาโบสถ์ รูปร่างงอนๆ” มอมถามตาฉาย

“เค้าเรียกว่าช่อฟ้า ช่อฟ้าโบสถ์ ไม่โร้จักเหอ (ไม่รู้จักเหรอ) ?” คนผมขาวบอกแล้วถามกลับ

“หึ..ไม่โร้จัก (ไม่รู้จัก)” มอมตอบหยีตามองไปยังสิ่งที่เอ่ยถาม “ช่อฟ้าไว้ทำไอ้ไหรล่ะตา?”

มอมยังคงสงสัยถามต่อ

“ช่อฟ้าคือส่วนที่อยู่บนสุดของหลังคาโบสถ์ด้านข้างที่เค้าเรียกว่าหน้าบัน ส่วนบนของช่อฟ้าคล้ายกับนกหรือว่าครุฑ เห็นม่ายล่ะ (เห็นไหมล่ะ) ปากเหมือนนก ส่วนตัวส่วนปลายโค้งคล้ายพญานาค เมื่อทำโบสถ์เสร็จต้องยกช่อฟ้าจะถือว่าสร้างโบสถ์เสร็จสมบูรณ์ ช่อฟ้าเป็นตัวแทนความดี เป็นตัวแทนสวรรค์ พิธียกช่อฟ้าสำคัญมาก คนที่ได้ทำบุญยกช่อฟ้าถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ทำให้ชีวิตมีแต่สูงส่งไม่ตกต่ำ ” ตาฉายเล่าอย่างไม่ติดขัด

“แล้วตาได้ทำบุญยกช่อฟ้ามากี่หนแล้วล่ะ?” มอมถามอย่างอยากรู้

“โอ้ย ลุย (มากมาย)” ตาฉายตอบโดยไม่ต้องคิด

เสียงกระดิ่งจากคอวัวยังคงดังคลอเคล้าลมทุ่งที่พัดตลอดเวลา ชายสองวัยบนขนำเปลี่ยนอิริยาบถ มอมเอนนอนลงตะแคงข้างฟังเรื่องเล่า ส่วนตาฉายนั่งชันขาขึ้น ปากที่แดงเข้มเพราะน้ำหมากขยับไปเรื่อยๆ ฟันดำที่ยังเหลืออยู่บดเคี้ยวหมากก่อนถ่มน้ำแดงๆลงพื้นข้างตัวเป็นครั้งคราว.... เรื่องช่อฟ้ามันมีตำนานอยู่เหมือนกันนะ ..มฆมานพ (ชื่อผู้ชาย) มีเมียชื่อว่านางสุธรรมา มฆมานพคนนี้เมื่อตายไปก็ไปเกิดเป็นพระอินทร์ ส่วนนางสุธรรมาก็ไปเกิดเป็นมเหสีของพระอินทร์นี้แหล่ะ ตอนที่มีชีวิตอยู่ มฆมานพต้องการสร้างศาลาสาธารณะซึ่งเป็นงานบุญแต่คิดแอบสร้างกับเพื่อนๆผู้ชาย  ไม่ให้ผู้หญิงหรือเมียรู้เรื่อง แต่สุดท้ายนางสุธรรมาก็รู้จนได้ เพราะอยากได้บุญร่วมจึงคิดอุบายแอบไปจ้างช่างไม้ที่ทำศาลาสาธารณะนั้นแหล่ะให้ทำช่อฟ้าแล้วเขียนชื่อที่ช่อฟ้าว่าศาลาสุธรรมาใช้ผ้าพันปิดช่อฟ้าปิดชื่อที่เขียนไว้แล้วบอกช่างว่าให้แกล้งลืมทำช่อฟ้า  เมื่อศาลาเสร็จเรียบร้อยจะถึงเวลายกช่อฟ้า ช่างก็บอกมฆมานพว่าลืมทำช่อฟ้า ถ้าลงมือทำจะเสียฤกษ์ในการทำพิธียกช่อฟ้า ต้องหาซื้อช่อฟ้าที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วมาติดตั้ง มฆมานพเที่ยวหาซื้อก็ไม่ได้ และรู้ว่ามีช่อฟ้าอยู่ชุดเดียวที่นางสุธรรมา นางสุธรรมาไม่ยอมขายแต่ยกให้และขอร่วมทำบุญด้วย มฆมานพต้องการให้ได้ยกช่อฟ้าทันกับฤกษ์ที่ตั้งไว้จึงยอมรับช่อฟ้าจากนางสุธรรมา พอได้ฤกษ์ยกช่อฟ้าช่อฟ้าติดตั้งเสร็จจึงรู้ว่าช่อฟ้านั้นเขียนชื่อไว้แล้ว ศาลานั้นเลยได้ชื่อว่า ศาลาสุธรรมา เมื่อทั้งสองสิ้นบุญด้วยกุศลที่สร้างร่วมกัน มฆมานพไปเป็นพระอินทร์ส่วนเมียไปเป็นมเหสี ส่วนศาลาสุธรรมาก็เป็นสุธรรมาเทวสถานอยู่บนสวรรค์เป็นที่ประชุมของพระอินทร์เทวดา

“อัยยา ตาเก่งจังเลย ถามไหรโร้เพ (ถามอะไรรู้ทั้งนั้น)” มอมพูดชม

“ตาไม่ใช่คนแก่แล้วแก่เลยนะโว้ย!! ฮึฮึ” ตาฉายพูดเสร็จหัวเราะยิ้มแฉ่ง

“แล้วช่อฟ้าเค้าใส่ไว้เฉพาะหลังคาโบสถ์ม่าย (หรือเปล่า) ?” มอมยังคงมีข้อสงสัย

“ศาลาการเปรียญ อาคารทรงไทย หรือกุฏิพระใส่ช่อฟ้าได้เหมือนกัน” ตาฉายตอบ

สองหนุ่มต่างวัยนั่งเงียบกันไปพักหนึ่ง มอมพยายามเพ่งมองบนหลังคาโบสถ์ดูรูปทรงของช่อฟ้า ยังคงสงสัยในอีกหลายอย่างหัวกำลังรวบรวมคำถามอยู่ ก่อนจะได้ยินคนข้างๆพูด

“ช่อฟ้าคือสัญลักษณ์ความดีเท่านั้น คือศิลปะที่สวยงามสง่า ต่อให้ไปยกช่อฟ้ากี่โบสถ์กี่วัด ถ้าตัวเราไม่ทำความดี ไม่เป็นคนดี มันก็ไร้ประโยชน์นะ”