Get Adobe Flash player

มะแพร้วกวน โดย..เชิงภู

Font Size:

แสงแดดส่องจ้าลงสวนเล็กๆ ริมแปลงนา เห็นเด็กชายสองคนใส่รองเท้าแตะเก่าๆ เสื้อกล้ามขาดวิ่น กางเกงนักเรียนสีกากีที่เปลี่ยนสีเป็นดำๆด่างๆ  ในมือของทั้งสองคนมีมีดพร้าคนละเล่ม ทั้งสองเดินมุ่งไปที่ไม้ต้นไม่สูงนัก แต่อย่างไรเสียก็ต้องแหงนหน้ามอง

“ต้นนี้กูว่าได้แม่น (แน่นอน) ลูกดกโว้ย” ก๊องเด็กชายฟันออกเหยินป้องตาแหงนมองต้นไม้

“มึงปีนตะ (ซิ) กูคล่าว (รอ) เก็บใส่สอบ (กระสอบ)” กล้วยเพื่อนซี้ข้างๆบอก

สองเด็กชายที่อายุรวมกันได้ยี่สิบสองปี คนชื่อก๊องวางมีดพร้าได้ถอดรองเท้าแตะวางใต้โคนต้นก่อนจะจับตรงต้นไม้นั้นค่อยๆปีนป่ายอย่างชำนาญจนน่าทึ่งไม่นานนักก็ขึ้นไปอยู่บนสุดใกล้ทะลายผลของต้นไม้นั้น เมื่อนั่งได้เหมาะเจาะก็ใช้มือบิดผลไม้นั้นให้คลายออกจากขั้วและสุดท้ายใช้เท้าถีบจนผลนั้นร่วงลงใต้โคนต้น

สองเพื่อนซี้ช่วยกันเก็บผลสีเขียวแกมน้ำตาลใส่กระสอบปุ๋ยได้จนเต็มก็มัดปากกระสอบก่อนจะนั่งลงพักเหนื่อย

“กูสงสัยว่ะ!!” กล้วยเอ่ยขึ้นพร้อมกับแหงนมองบนยอดไม้อีกครั้ง “ไซร (ทำไม)พร้าวต้นนี้ลูกแปลกๆ มันไม่เหมือนลูกพร้าว” กล้วยพูด

“เอ๋า!! มันไม่ใช่ลูกพร้าว มึงไม่รู้จักมะแพร้วเหอ (เหรอ) ?” ก๊องที่นั่งกอดเข่าหันมาถาม

“ยังกัน (มีด้วย) เหรอมะแพร้ว กูไม่หอน (ไม่เคย) ได้ยิน” กล้วยทำหน้าแปลกใจสุดฤทธิ์

“นี่แหล่ะ!! ของแท้เลยมะแพร้ว  มะแพร้วนั้นกะคือมะพร้าวนั้นแหล่ะ วันก่อนกูไปอ่านหนังสือในห้องสมุดไปอ่านพบพอดี มันบอกว่า มะแพร้วก็คือมะพร้าวแต่มันมีปัญหาเรื่องยีนทำให้หาม่าย (ไม่มี) ระแง้และดอกตัวเมีย กูกะไม่รู้นะระแง้คือไอ้ไหร (อะไร) ลูกแพร้วติดลูกคล้ายๆกับงวงลูกโหน๊ด ลูกตาล) มึงสังเกตแลตะ (ดูซิ) ลาย (ทะลาย) เหมือนลายลูกโหน๊ดเลยแหล่ะ แต่พร้าวทะลายมันเป็นพวงๆ ลูกพร้าวเกาะกลุ่มกันทะลายมีก้านชี้โด่ชี้เด่เหมือนหางหนู มึงแลตะ (ดูซิ)” ก๊องบอก

“เออจริงเหมือนมึงบอกเลย ฉลาดนะมึง รู้ทุกเรื่อง” กล้วยชมเพื่อนที่นั่งยักคิ้วอยู่ข้างๆ

สองเพื่อนซี้ช่วยกันลากกระสอบปุ๋ยที่ข้างในเป็นลูกมะแพร้วจนถึงบ้านก่อนจะแบ่งหน้าที่กันทำ ก๊องนั้นปอกลูกมะแพร้ว ก่อนจะตีจนลูกแตกเป็นสองซีกน้ำนั้นแยกใส่กะละมังไว้ ส่วนเนื้อเอาไปขูดกับกระต่ายขูดมะพร้าว ส่วนกล้วยนั้นตรงไปก่อไฟที่เตาถ่านเมื่อไฟเริ่มลุก เดินไปล้างกระทะกับพายไม้เตรียมไว้

“เรียบร้อยแล้วม่าย (หรือยัง) ล่ะเพื่อน?” ก๊องตะโกนถาม

“เรียบร้อยแล้ว มึงอยากทำไหรกะทำ (อยากทำอะไรก็ทำ) กูนั่งแล (ดู) อย่างเดียว”กล้วยบอก

“เอาท๊ะ (กระทะ) ตั้งไฟ แล้วเอาน้ำแพร้วโคม (กะละมัง) นี้ไปใส่เลย” ก๊องบอกเพื่อน ส่วนกล้วยก็ทำตามอย่างว่าง่าย ก๊องเดินถือกะละมังที่เนื้อมะแพร้วขูดใส่จนล้น วางไว้ข้างเตาเสร็จก็ใช้ไม้พายคนน้ำมะแพร้วในกระทะ “มึงไปหยิบน้ำผึ้ง (น้ำตาลทราย) ที่แขวนอยู่ข้างฝาในครัวให้ที” ก๊องบอกเพื่อนที่ยืนอยู่ด้านข้าง แป๊บเดียวน้ำตาลทรายก็อยู่ข้างตัว

“แล้วตกลงมึงทำไหร (ทำอะไร ?) กล้วยที่นั่งยองๆอยู่ข้างๆถามอย่างสงสัย

“ต่อเดี๋ยว (อีกแป๊บเดียว) มึงจะได้กินของหรอยๆ (อร่อยๆ) คล่าว (รอ) อย่างใจเย็นนะเพื่อนเกลอ อิอิ” ก๊องพูดทะเล้นๆ ก่อนเทน้ำตาลทรายใส่ลงในกระทะที่มีน้ำมะแพร้วเดือด เด็กชายค่อยๆกวนอย่างตั้งใจ ไม่นานนักน้ำตาลทรายกับน้ำมะแพร้วก็เข้ากันและเริ่มใสข้น  ก๊องบอกให้เพื่อนค่อยๆเทเนื้อมะแพร้วลงในกระทะ ส่วนตัวเองทำหน้าที่ใช้ไม้พายคนวนไปเรื่อยๆ ตอนแรกน้ำเต็มกระทะ เนื้อมะแพร้วลอยเล่นน้ำตาล แต่ไม่นานนักน้ำเริ่มหายไป มะแพร้วในกระทะเริ่มหนืดและสีใสขึ้น

“มึงนี่เก่งว่ะ ทำหนมก็เป็น (ทำขนมก็เป็น)” กล้วยชมเพื่อน

“มึงไม่ชมกู มึงก็ได้กินหนมแน่นอน หุหุ กูช่วยแม่ทำหนมมึงก็รู้ กูจำเอาแหละหนมไหร (หนมอะไร) ที่ทำง่ายๆ กูจำได้ กูก็ทำกินเอง ไม่ต้องคล่าว (รอ) แม่ทำให้ กูอาศัยสังเกต แล้วแม่ทำหนมไปสอนกูไป พันนั้นพันนี้ (อย่างนั้นอย่างนี้) สบายเลยกู ทำเป็นเพ” ก๊องคุยโว “อ้อ ส่วนหนมนี้น้ำผึ้ง (น้ำตาลทราย) ต้องละลายดีเป็นยางมะตูมหมายถึงว่าเวลายกพาย น้ำผึ้งในท๊ะ (น้ำตาลในกระทะ) ไหลเป็นสาย กะใส่อย่างอื่นต่อได้” ก๊องเล่าอย่างภูมิใจ

ขนมในกระทะส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายไหลไม่ใช่น้อย ก๊องเร่งมือคนเร็วขึ้นและแรงขึ้นก่อนจะยกกระทะลงวางข้างเตา บอกให้เพื่อนเอาผ้าขี้ริ้วมาจับกระทะไว้ตัวเองก็ใช้ไม้พายคนต่อ

ขนมสีขาวใสที่ถูกเคลือบด้วยน้ำตาลอยู่ในกระด้งไม้ไผ่ที่สานถี่ๆวางเป็นชิ้นกลมๆแบบบูดๆเบี้ยวๆ สองเพื่อนซี้นั่งจ้อง “ กูว่าได้แล้ว เย็นแล้ว หอมได้แรงอก (สะใจ) มากินกันหวาเรา (มากินกันดีกว่าเราสองคน) ” ก๊องชวนเพื่อนซี้กินก่อนตัวเองหยิบชิ้นแรกเข้าปาก

“กูรู้แล้ว หนมนี้คือหนมมะแพร้วกวน” กล้วยพูดขนมอุ่นๆหนึ่งก้อนอยู่ในปาก

“ช่ายเมื่อไหร่ (ใช่ซะเมื่อไหร่)” ก๊องพูดขนมเต็มปาก

“เอ๊า!!..แล้วชื่อหนมไหรล่ะ?” กล้วยถามงงๆ

“มะแพร้วแก้ว”