Get Adobe Flash player

คนยังน้ำยา โดย..เชิงภู

Font Size:

แสงแดดเพิ่งจะแหย่ผ่านซอกฝาบ้าน คนที่นอนขดอยู่ในผ้าห่มเริ่มรู้สึกตัวหยีตาเล็กน้อยเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงที่เล็ดลอดเข้ามา กล้วยหาวปากกว้างก่อนเปลือกตาจะค่อยๆหรี่ปิด แต่ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงตะโกนดังจากหน้าห้องพร้อมเสียงทุบประตูห้องนอนดังปังๆ

“เตินๆตะพี่น้อง (ตื่นๆได้แล้วพี่น้อง“ ก๊องทุบประตูแรงๆและตะโกนไปด้วย

“ปลุกทำไหร (ปลุกทำอะไร) แต่เช้า วันเสาร์นะโว้ย กูจินอน” กล้วยที่แง้มประตูออกมาและหน้าตายู่ยี่บ่นว่าเพื่อน

“กูมาชวนไปทำสิ่งดีมีประโยชน์ อย่าแชตะ (อย่าช้า) ล้างหน้าตามกูมา” ก๊องบอกแกมสั่งก่อนเดินนำหน้าลงจากบ้าน

“เค้าบอกว่า เค้าใครก็ไม่รู้ กูอ่านพบในหนังสือ เค้าบอกว่า..นกที่ตื่นแต่เช้าจะจับหนอนได้ก่อน” ก๊องที่เดินแบกสุ่มและสะพายข้องบอก

“มันแปลว่าไอ้ไหร (อะไร)  ?” กล้วยถาม

“กูก็ไม่รู้!!” ก๊องตอบ แล้วเสียงหัวเราะของสองหนุ่มน้อยก็ดังขึ้นพร้อมกัน

“มึงอย่าบอกนะว่าจะพากูไปขึ้นมะแพร้วอีก กูเอือน (เบื่อ) แล้วนะ” กล้วยพูด

“กูแบกสุ่มพาย (สะพาย) ข้อง ไปขึ้นแพร้วเหอ (ไปขึ้นมะแพร้วเหรอ) ? ไอ้บ้า!! กูพาไปหาปลา แต่มันไปทางเดียวกันกับไปสวนมะแพร้ว โอเค๊ ...”

ตรงขอบคันนาที่บนคันนารกไปด้วยหญ้าเจ้าชู้และในนาเขียวไปด้วยต้นข้าวแตกใบ เลยไปนิดเดียวคือสวนมะแพร้วที่สองหนุ่มมาเมื่อไม่นานมานี้ น้ำตรงขอบคันนาที่เป็นแอ่งเล็กน้อยกระเพื่อมๆ จนเป็นระลอกคลื่นเล็กๆเข้ากระทบหญ้าที่แหย่น้ำอยู่ ก๊องส่งข้องให้กล้วยถือไว้ส่วนตัวเองค่อยๆย่องลงในน้ำตรงแอ่งนั้น ตาจดจ้องอยู่พักเดียวก็ครอบสุ่มลงในน้ำด้านหน้าเสียงบางอย่างสะบัดตัวจนน้ำที่ขุ่นคลักเหมือนขี้โคลนกระจาย ก๊องล้วงมือลงไปในสุ่มควานหาก่อนมือแข็งแรงจะคว้าหมับกับปลาช่อนสีเข้มตัวเขื่องแล้วส่งลงข้องที่กล้วยถืออยู่

“อัยยา..ปลาหมอตัวเติบ (ตัวใหญ่)” ก๊องพูดเสียงตื่นเต้นเมื่อครอบสุ่มลงไป

“วังๆ (ระวังๆ) จับปลาหมอครีบมันจะแทงมือเอานะ” กล้วยเป็นห่วงเพื่อน

สองหนุ่มที่เท้าเปื้อนขี้โคลนนั่งลงที่หน้าเตาถ่านเช่นเคย ก๊องเทปลาช่อนและปลาหมอที่ได้มาลงในกะละมังบุบบี้ ก่อนจะสั่งให้เพื่อนก่อไฟ ตัวเองจับมีดอีโต้ได้ก็ขอดเกล็ดปลาอย่างชำนาญ ไม่นานนักปลาช่อนและปลาหมอตัวใสสะอาดนอนเรี่ยมเร้เรียงกันอยู่ในกะละมัง ส่วนบนเตาถ่านหม้อแกงใบเก่าถูกต้มน้ำไว้เมื่อน้ำเดือดก๊องเทปลาลงไปทั้งหมด เมื่อเดือดปุดๆอีกครั้งก็ยกหม้อแกงเทปลาที่ต้มสุกดีลงในกะละมังใบเดิมที่ล้างเรียบร้อยแล้ว ก่อนเทน้ำใส่ในหม้อแกงพอประมาณตั้งบนเตาไฟอีกครั้ง แล้วก๊องก็เดินหายไปหลังบ้านกลับมาอีกทีพร้อมตะไคร้และใบมะกรูดในกำมือ เครื่องแกงเผ็ดที่ก๊องใส่ลงครกทั้งพริกไทยดำ พริกสด กระเทียม ขมิ้น เกลือ ตะไคร้หั่นฝอย กล้วยตำจนแหลก แล้วหันไปแกะเนื้อปลาในกะละมังต่อ ส่วนก๊องโยนตะไคร้ทุบลงในหม้อที่น้ำเดือด เมื่อได้ที่ก็ละลายเครื่องแกงที่อยู่ในครกเทลงในหม้อ แล้วฉีกใบมะกรูดโยนลงไป เมื่อกล้วยส่งเนื้อปลาหมอปลาช่อนที่แกะเสร็จก๊องเทลงครกโขลกๆพอเข้ากันตักใส่ลงในน้ำแกงที่เริ่มส่งกลิ่นหอม เสร็จเรียบร้อยหันไปหยิบกะละมังที่ก้างปลาวางอยู่เทลงครกตำจนแหลกไม่เหลือเศษก้างชิ้นใหญ่ให้เห็น เอาน้ำสะอาดเทลงไปค่อยๆตักน้ำในครกเทใส่ในน้ำแกงบนเตาไฟส่วนก้างผงๆเททิ้งไ

“ก้างยังติ่มจนเนียน (ก้างก็ตำจนเละ)” กล้วยจ้องมองเพื่อนที่ง่วนอยู่หน้าเตาและพูดเบาๆ

“แน่นอน!! วิญญาณปลาก็อย่าให้เหลือ หุหุ อันนี้แหล่ะ สูตรของความอร่อย” ก๊องบอกยิ้มๆ “มึงไปหยิบเคยปลา (กะปิเฉพาะของทางปักษ์ใต้) ในครัวให้กูทีอยู่ในกระปุกสีเขียว” ก๊องบอก

กะปิละลายเสร็จเทใส่ในน้ำแกงที่เดือดพล่านบนเตาถ่าน ก๊องใช้จวักตักน้ำแกงขึ้นชิม สีหน้าถูกใจก็ปิดฝาหม้อเพื่อให้น้ำแกงเดือดอีกสักนิดหน่อย

เสียงเอะอะโวยวายดังจากหน้าประตูบ้านก่อนสองหนุ่มวัยกลางคนจะเดินโต้เถียงกันและไปนั่งถกถียงกันต่ออยู่บนตะแคร่ข้างครัวของหนุ่มน้อยทั้งสอง สองหนุ่มน้อยมองตากันแต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก สาดคล้า (เสื่อที่สานด้วยต้นคล้า) ปูเรียบร้อยบนพื้นดินใกล้เตาไฟที่ถ่านเริ่มมอดแล้วแต่หม้อแกงไอร้อนยังลอยกรุ่นกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายไหล

“มึงหาม่ายน้ำยา (มึงไม่มีน้ำยา) ใช้ไหร (ใช้อะไร) ก็ทำไม่ได้ กูเบื่อจัง” หนุ่มใหญ่ตัวสูงพูด

“พี่บ่าวอย่าแหลงพันนี้แหล่ะ (อย่าพูดแบบนี้ซิ) มันแรงไป” หนุ่มข้างๆบนตะแคร่พูดแย้ง

สองหนุ่มน้อยบนเสื่อนั่งตาปริบๆ ไม่พูดไม่จา ก๊องหยิบบางอย่างในตะกร้าไม้ไผ่ใส่ลงชามสังกะสีหยิบช้อนวางในชาม

“ไม่ต้องคิดมากเพื่อนกล้วย พ่อกูกับน้าบ่าว (น้องชายพ่อ)กูเค้ารบ (ทะเลาะ) กัน เรื่องปกติ” ก๊องพูด

“แล้วมึงยังน้ำยาม่าย (แล้วมึงมีน้ำยามั้ย) ?” กล้วยพูดเบาๆหัวเราะคิกคัก

“เต็มหม้อเลยน้ำยากู ตักราดมาเลยเพื่อนเอ๋ย !!” ก๊องพูดเบาๆแล้วยักคิ้วให้เพื่อน

“พ่อเหอ..น้าบ่าวเหอ..มาตะ...กินหนมจีน!!”