Get Adobe Flash player

อยู่ที่นี่..อยู่ข้างใน ! โดย..เชิงภู

Font Size:

จักรยานคันเก่าจอดเหงาอยู่ใต้ต้นตาล ลูกตาลสุกส่งกลิ่นเปรี้ยวเพราะร่วงลงนานแล้วเปลือกสีดำพื้นผิวเปลือกเป็นริ้วๆแตกแยกออกจนเห็นเนื้อตาลสีเหลือง แมงหวี่ตอมเต็มบริเวณนั้น มดแดงด้านข้างก็ใช่ย่อยรวมตัวกันไต่เป็นทางยาว เพราะล้อรถจักรยานจอดขวางทางไต่เจ้ามดแดงซุกซนเลยคลานไต่ขึ้นล้อเล็กสีดำซะเลย

เจ้าของรถจักรยานผมยาวร่างบางตัวเล็กดูไม่สมกับอายุที่ล่วงเลยสี่สิบแล้ว เธอคนนั้นเดินเล่นอยู่บนคันนาทุ่งกว้างไร้ผู้คนในยามเย็น เดี๋ยวนี้วิถีคนทำนาเปลี่ยนไป ฤดูทำนาก็ไม่เหมือนเดิม ไม่ต้องรอฟ้ารอฝนเหมือนเช่นคนโบราณ เก็บเกี่ยวเสร็จพักทุ่งไม่เท่าไหร่ก็ไถ่หว่านทำต่อทันที เพราะวิถีเปลี่ยนไปทุกอย่างต้องรีบเร่ง

วิไลเดินทอดน่องมองทุ่งร้างนานหลายปีแล้วที่เธอเดินดูที่ทำกินคนเดียว ก่อนหน้านั้นเธอมักเดินตามผู้เป็นแม่มาดูที่นาแปลงยาวนี้อยู่เสมอ ตั้งแต่จำความได้เธอก็วิ่งเล่นอยู่ที่นี้แล้ว ตอนยังเล็กเป็นเด็กน้อยก็วิ่งไล่แมงหวี่ ผีเสื้ออยู่ริมป่าไผ่ฝั่งโน่น โตขึ้นมาหน่อยเมื่ออยู่ชั้นประถมศึกษาเมื่อเริ่มดำนาถอนกล้าได้แล้วก็ช่วยไปตามประสา เวลาผ่านมัธยมต้นมัธยมปลายเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่คลุกคลีกับแม่มากที่สุดเลิกเรียนเสร็จก็ลงทุ่งแม้ตัวดำปิ๊ดปี๋แต่มีความสุขที่สุด เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยจำต้องไกลไปเรียนอีกจังหวัดหนึ่ง แต่ก็พยายามกลับมาหาแม่และไม่ลืมกิจกรรมที่ทำด้วยกันคือกิจกรรมกลางทุ่งนี่แหล่ะ ยิ่งช่วงปิดเทอมไม่เคยคิดจะไปไหนขลุกอยู่แต่กับแม่ถอนกล้าทำนาเกี่ยวข้าว เรียนจบมีการงานในเมืองหลวง จำต้องลาไกลแต่ใจไม่เคยลืมพยายามกลับมาที่ทุ่งนี้เพื่อหาความสุขแม้จะนานๆครั้งก็ตาม เธอจำได้ชีวิตของแม่นั้นอยู่แต่ทุ่งกว้างที่แหล่ะทุ่งยาวแปลงนี้เหมือนอีกโลกหนึ่งของแม่ซึ่งเป็นโลกที่เหน็ดเหนื่อยแต่มีความสุข แม้ในยามที่ลมหายใจกำลังจะออกจากร่างก็ยังคิดถึงทุ่งกว้างนี้ ....ข้าวสุกแล้วม่าย (หรือยัง) ต่อเช้า (พรุ่งนี้) ลงนาแต่เช้านะ....เสียงละเมอและดวงตาเหม่อลอยของหญิงชราตัวเล็กผอมบนที่นอน ยังอยู่ในความทรงจำของวิไลเมื่อหวนคิดถึงน้ำตาก็ซึมพาลจะหยด..คิดถึงคนบนฟ้าเหลือเกิน!!

แม่ของวิไลเสียชีวิตตอนอายุแปดสิบห้า สี่ปีแล้วที่แม่จากไป เหมือนดวงใจแตกหักเพราะเธอนั้นสนิทสนมและใกล้ชิดกับแม่มากกว่าใครในบรรดาพี่น้องสามคน ด้วยความเป็นน้องสุดท้องและ

ชอบออเซาะแม่ แม่เลยเอ็นดูรักใคร่เป็นพิเศษ แม้จะเรียนจบแล้วก็ยังนอนหนุนตักทุกครั้งที่ได้เจอกัน ก่อนที่แม่จะล้มป่วยเดินไม่ได้ทุกครั้งที่ได้กลับมาบ้านเกิดวิไลและแม่จะมาเดินเล่นด้วยกันที่ทุ่งนี้เสมอ นั่งคุยกันจนอาทิตย์ลาลับถึงได้เดินกลับบ้าน แต่สี่ปีแล้วที่เธอนั้นต้องเดินคนเดียว

แสงสีส้มค้างอยู่บนยอดภูลูกโน่น แดดอุ่นๆกลางทุ่งเริ่มหมด วิไลเดินย้อนกลับมาที่รถจักรยาน ลมพัดแรงจนใบตาลแกว่งไกวเสียงดังตึกคงเป็นลูกตาลสุกที่ร่วงลงดิน  ข้างล้อรถจักรยานลูกตาลสุกเปลือกดำที่เพิ่งหลุดจากขั้วอิงแอบอยู่ข้างล้อรถสองลูก วิไลก้มลงหยิบขึ้นดมกลิ่นเนื้อตาลสุกหอมเหลือเกิน เธอวางไว้ในตะกร้าหน้ารถตั้งใจเอาไปฝากพี่สาวทำขนมตาล...หยิบโหลกโหน๊ดหน่วยนั้นมากันนะอีนุ้ย (หยิบลูกตาลลูกนั้นมาด้วยนะอีหนู) แม่บอกวิไลตอนวัยสิบห้า ลูกตาลสุกต้นนี้แหล่ะ เธอหยิบได้ก็กอดไว้เดินตามหลังแม่กลับบ้าน รุ่งเช้ากลิ่นขนมตาลหอมไปทั่วบ้าน วิไลเหม่อลอยมองลูกตาลในตะกร้ารถจักรยานก่อนจะรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้ามดแดงเอวคอดบรรจงกัดจนมันก้นโด่ง เธอก้มลงใช้มือปัดเบาๆมันก็หลุดลงดินแล้วคลานหนีไป

วิไลเดินถอยหลังออกมาแล้วเงยหน้ามองยอดตาล ตาลคู่สองต้นนี้อายุยืนเหลือเกิน ตั้งแต่จำความได้เมื่อเธอมาเยือนทุ่งนาแปลงนี้ตอนเล็กๆ ตาลสองต้นก็ยืนอยู่แบบนี้อยู่แล้ว แม้ตอนนี้ต้นตาลดูสูงชะลูดการให้ผลลดน้อยลงแต่มันก็ยังคงอยู่ตรงนี้ ...ผ่าเข้าตะโหลกโหน๊ด (ผ่าเข้าซิลูกตาล) หน่วยไหนอ่อน (ลูกไหนอ่อน) แยกไว้ให้แม่เอาไปแกงเลียง.. เสร็จจากดำนาวันนั้นเธอและแม่นั่งกินลูกตาลที่ลุงขึ้นไว้ให้ด้วยกันใต้ต้นตาลนี่แหล่ะเธอกินมากจนปวดท้องแม่ต้องประคองพาเดินกลับบ้าน

วิไลเดินลงทุ่งนาเธอจำได้ตรงนั้นตรงนี้เคยเป็นที่แม่ย่ำดำนา พื้นนาไร้หญ้าดินชื้นๆจากฝนพรำเมื่อตอนเช้า เธอวางเท้าลงตรงตำแหน่งที่เคยเป็นเท้าแม่ ถอยหลังเดินหน้าก่อนน้ำตาจะเริ่มซึม เธอรีบเงยหน้ามองฟ้า บังคับตัวเองอย่าร้องไห้ ไม่อยากให้พี่สาวว่า ว่าไม่เข้าท่าทำตัวเป็นเด็กแต่เธอคิดถึงแม่จริงๆ ยามได้กลับมาบ้านเกิดได้มาในที่ๆเคยทำกิจกรรมร่วมกันกับแม่ความคิดถึงไม่เคยจางหายไปเลย

ฟ้าครึ้มบนถนนลูกรัง ผู้หญิงผมยาวตัวเล็กบางจูงจักรยานเดินช้าๆเหมือนจะทบทวนความจำไปตลอดเส้นทาง

เสียงกระดิ่งเล็กที่แขวนอยู่ชายคากุฏิพระดังกรุ๊งกริ๊งยามลมพัดผ่าน  วิไลก้มหน้าก้มตาเก็บ

กวาดใบโพธิ์แห้งสีน้ำตาลที่ร่วงหล่นทับถมกันหน้าเจดีย์ที่ยืนแถวเรียงรายอยู่ข้างรั้ววัด เมื่อลานโล่งเธอก็นั่งลงหน้าเจดีย์ใส่กระดูก ชื่อเจ้าของเจดีย์ยังคงชัดเจน  หลังจากไหว้เสร็จแล้ววิไลก็ปักธูปลงในกระถางทรายเล็กและวางพวงมาลัยไว้ข้างๆ ก่อนหยิบชายผ้าถุงของแม่จากผืนโปรดที่แม่ชอบใส่ที่แบ่งกับพี่ๆแล้วออกมาดู

“แม่..นุ้ย (หนู) มาเยี่ยมนะ” วิไลพูดเบาๆและยกชายผ้าถุงทาบที่หน้าอก

“นุ้ยรู้ว่าแม่ไม่ได้ไปไหนหรอก แม่อยู่ที่นี่ อยู่ข้างใน อยู่ในใจ”