Get Adobe Flash player

สู้อยู่ด้วยกัน !! โดย..เชิงภู

Font Size:

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในห้องไม้เล็กแคบฟังน้ำเสียงเหมือนคนหวาดกลัว หวาดหวั่นโทรศัพท์ข้างตัวดังขึ้นมือเล็กหยิบและพูดใส่ทันทีก่อนจะถอนหายใจเหมือนโล่งใจไปเปราะหนึ่ง เธอปาดน้ำตาทิ้งก่อนใช้มือลูบหน้าท้องนูนใหญ่เหมือนปลอบโยนปลอบใจคนที่อยู่ข้างในและปลอบใจตัวเองด้วย เธอค่อยๆกระถดถอยหลังไปนั่งพิงฝาห้อง ผ้าถุงเปียกโชกไปด้วยเลือดสีแดงสด เธอมองอย่างหวั่นใจก่อนตั้งหน้าตั้งตาคอยคนที่กำลังเดินทางมา

หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลประจำอำเภอ แก้วใสนั่งรถเข็นเจ้าหน้าที่เข็นเพื่อเข้าห้องตรวจเลือดหยดเล็กๆประปรายบนพื้น เมื่อเข้าห้องฉุกเฉินผ้าม่านถูกปิดลงทุกอย่างดูต้องลุ้นทั้งคนที่เข้าไปข้างในและคนที่นั่งรออยู่ด้านนอก

สิงห์หนุ่มตัวโตที่เหงื่อซกหน้าตามันเยิ้มยืนเพ่งมองไปที่ผ้าม่านหน้าห้องฉุกเฉิน สายตาแทบอยากจะมองผ่านทุกอย่างเข้าไปเพื่อจะได้รู้ว่าภรรยาและลูกในท้องเป็นอย่างไรบ้าง แต่สุดท้ายเขาก็ได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างราบรื่นดี  เขายืนบ้างนั่งบ้างอยู่ไม่สุข ตามองหยดเลือดที่แม่บ้านของโรงพยาบาลเข้ามาถูทำความสะอาดอย่างใจไม่ดี ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรทุกอย่างจะราบรื่น

บนเตียงในห้องกว้างที่หลายเตียงเรียงรายกันอยู่ซึ่งคนไข้ทุกคนเป็นผู้หญิงเป็นคุณแม่ท้องนูนทั้งนั้นเข้ามานอนที่นี้ด้วยกรณีที่แตกต่างกัน  แก้วใสที่ใส่ชุดของโรงพยาบาลสีหน้าแม้จะยังซีดเซียวเพราะเสียเลือดไปเยอะและตกใจแต่ก็แลดูสดใสขึ้น สิงห์นั่งอยู่ข้างๆเตียง คืนนี้หมอบอกให้นอนพักที่โรงพยาบาลก่อน ถ้าเลือดไม่ออกอีกก็กลับบ้านได้ในวันพรุ่งนี้

“ดีขึ้นรึเปล่า?” สิงห์ถามภรรยาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมือสากกร้านลูบหัวอย่างรักใคร่

“อือ..มีปวดแค่นิดหน่อย แล้วก็เมื่อยตัว” แก้วใสบอกสามีเพราะหมอบอกให้นอนนิ่งๆให้มากที่สุด หลังจากที่หมอตรวจและฉีดยาเสร็จทุกอย่างดูปลอดภัยขึ้น

ท้องแรกของเธอช่างน่ากลัวจังเลยแต่อย่างไรแก้วใสก็อดทนและพยายามทำตามที่หมอแนะนำอย่างที่สุด ตั้งท้องมาจนครบเจ็ดเดือนอยู่ๆเลือดก็ไหลออกมา และครั้งนี้เป็นครั้งที่สองทำให้เธอหวั่นใจว่าลูกจะไม่ปลอดภัย หมอบอกแค่ว่าเธอมดลูกต่ำลูกเกาะตัวอยู่ต่ำมีภาวะแท้งคุกคาม

เพราะลูกเพิ่งได้เจ็ดเดือน เธอกังวลมากมายแต่ต้องสลัดทิ้งไปให้ได้ เพราะหมอบอกว่ายิ่งคุณแม่เครียดอาการก็จะยิ่งกำเริบ แล้วเธอไม่อยากให้สามีที่ต้องทำมาหากินโดยการค้าขายเร่ตามตลาดนัดต้องเป็นห่วง เธอจึงจำเป็นต้องเข้มแข็งให้มากที่สุด

สิงห์รีบกลับไปที่ร้านของตัวเองที่ตลาดนัดเพราะฝากเพื่อนๆพ่อค้าไว้ ใจก็ห่วงทางนี้ แต่การทำมาหากินก็หยุดไม่ได้เช่นกัน

เตียงสีขาวถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงท้องนูนบนเตียงที่ผ้าปูเตียงและผ้าถุงเปียกชุ่มไปด้วยเลือด น้ำตาเธอไหลแม้จะปวดท้องสักเท่าไหร่แต่ไม่เท่าใจที่หวาดหวั่นกลัวลูกจะเป็นอะไรไปน้ำตาไหลอาบหน้าซีดนั่น

สิงห์นั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างเหม่อลอยหน้าตาหมองคล้ำพาภรรยากลับบ้านไปได้แค่สองวันอาการเดิมก็มาอีกแล้ว สงสารภรรยาและหวั่นใจกับสิ่งที่จะเกิดเหลือเกินได้แต่ภาวนาให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัย

“คุณสิงห์ครับ เชิญพบแพทย์ด้านในค่ะ” พยาบาลในชุดขาวร้องเรียกและยิ้มให้กำลังใจ

หลังจากเซ็นเอกสารยอมรับการผ่าตัดฉุกเฉินเรียบร้อยแล้ว และฟังคุณหมออธิบายว่าทำไมต้องผ่าตัดทันทีเพราะเลือดไหลมากจะเป็นอันตรายกับเด็กได้ และแม้เด็กจะไม่ครบกำหนดคลอดก็สามารถออกมาได้ มาเลี้ยงดูกันอีกที หมอตบบ่าให้กำลังใจและบอกว่าเชื่อหมอนะ ทุกอย่างจะเรียบร้อย

แก้วใสนอนหน้าซีดอาการปวดแผลผ่าคลอดพร้อมทำหมันทวีความปวดอย่างรวดเร็ว เธอต้องทำหมันไปด้วยเพราะถ้าคิดจะมีลูกอีกก็จะเป็นแบบเดิม ใจเธอจดจ่ออยู่ที่ลูกสาวที่ได้เห็นหน้าแค่แว๊ปเดียวแม้แต่เสียงร้องยังไม่ได้ยิน หมอก็นำลูกสาวที่ตัวเล็กจ้อยน้ำหนักไม่ถึงสองกิโลเข้าตู้อบทันที

แกงเลียงหัวปลี ปลาทอดขมิ้น น้ำขิงต้มที่สิงห์ทำมาให้ภรรยานั้น เธอตั้งหน้าตั้งตากินเพื่อให้น้ำนมไหลดี หมอบอกว่าถ้าแม่น้ำนมดี และลูกดูดนมได้ดี อีกไม่นานจะได้กลับบ้านกันแล้ว หนึ่งอาทิตย์แล้ว และลูกสาวไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆแล้ว แก้วใสออกจากห้องพักฟื้นมาอยู่กับลูกเพื่อคอยให้ลูกดูดนมตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นเรื่อยๆ ลูกเริ่มดูดนมได้และเธอก็พยายามอย่างมากมายแม้จะเก้ๆกังๆเพราะเพิ่งเป็นแม่และเจ็บแผลผ่าแต่เธอก็เต็มที่และมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำหน้าที่และอยู่ใกล้ลูก เด็กทารกที่ตัวเคยซีดเซียวเหี่ยวย่น ตอนนี้เนื้อตัวเต่งตึงใสอมชมพูหน้ามุดอยู่ที่นมแม่ เมื่อดูดนมจนอิ่มก็ทำปากจู๋ มองแม่ตาแป๋วก่อนตาจะค่อยๆปรือแล้วก็หลับคาอ้อมกอดของแม่

เกือบสองเดือนที่แก้วใสใช้ชีวิตอยู่กับลูกที่โรงพยาบาล และสิงห์ที่เทียวไปเทียวมาเป็นว่าเล่น ไปเปิดร้านขายของและส่งเสบียงให้ภรรยา ทั้งสองเกาะอยู่ข้างเตียงเล็กของลูกสาวที่นอนหลับอย่างเป็นสุข น้ำหนักลูกสาวเพิ่มขึ้นมากจนปลอดภัยแล้วและหมออนุญาตให้กลับบ้านได้

“ไม่น่าเชื่อ ผ่านมาได้” สิงห์พูด

“เพราะลูกเค้าสู้ และเราก็สู้ !!”