Get Adobe Flash player

บอกว่า..อย่าทำเฒ้าเรื่องเพื่อน !! โดย..เชิงภู

Font Size:

ตะวันคล้อยต่ำใต้ร่มไผ่เย็นสบาย ใบไผ่แห้งสีน้ำตาลปลิวร่วงลงดินอยู่ตลอดเวลาเพราะลมพัดหยอกล้อกอไผ่ เมื่อสีใบขั้วก็หลุดใบที่หมดอายุก็ลอยทิ้งตัวลงด้านล่าง  ควันไฟจากก้อนเส้าคลุ้งไปทั่ว ยามมือหนาดำกอบใบไผ่แห้งรอบๆสุมลงไปควันยิ่งหาช่องทางออกไม่นานไฟก็ลุกพรึบ เศษไม้ดุ้นเล็กๆถูกโยนลงไปจนเต็ม ผ่านไปไม่นานเริ่มกลายเป็นถ่านสีแดงสะเก็ดไฟแตกกระเด็นกระดอน

“อ้าว..มาๆ เขบ (รีบ) มาไอ้เกลอ สมควรแก่เวลาแล้ว ” ตาโผนร้องเรียกเพื่อนที่เดินเลี้ยวเข้าประตูบ้านมา “ นั่งในสาด (เสื่อ) พลางๆ” ตาโผนเชื้อเชิญอย่างอารมณ์ดี “คล่าวเดียวจัย (รอสักครู่) จะได้กินปลาช่อนย่างเป็นกับแกล้ม” ปากพูดแต่มือนั่นง่วนอยู่กับการคลุกเกลือปลาช่อนตัวเขื่องสามสี่ตัวในกะละมัง หลังจากนั้นจับมีดพร้าผ่าไม้ไผ่เหลาเป็นแท่งไม่ใหญ่มากยาวพอประมาณเสียบเข้าไปในตัวปลาช่อนแล้วเอาไปวางบนตะแกรงเหนือก้อนเส้าที่ถ่านแดงร้อนระอุ

“มาๆ ไอ้ขำ มาไวๆ อย่าแช (อย่าช้า)” ตาโผนเรียกเพื่อนอีกคนที่เพิ่งมาถึง

ขวดแก้วสีขุ่นน้ำใสๆข้างในเริ่มพร่อง แก้วพลาสติกเก่า ๆสามใบที่มีน้ำใสแจ๋วอยู่ครึ่งแก้วอยู่ในมือของทั้งสามคน ตรงกลางมีทั้งเกลือป่น มะนาวผ่าซีก มะขามเปียก  บนก้อนเส้าปลาช่อนย่างส่งกลิ่นหอม น้ำจากตัวปลาหยดลงในไฟเสียงดังฟู่ๆ

“ ....คอแห้ง คอแห้งเป็นผง แม่โฉมยงค์ขอน้ำกินที น้ำบ่อพี่ก็ไม่เอา น้ำบ่อพี่ก็ไม่เอา อยากได้น้ำเหล้าสามสิบห้าดีกรี...ฮ่าฮ่าฮ่า” ตาโผนที่หน้าเริ่มแดงๆ ก็เริ่มครื้นเครง พูดไปหัวเราะไป ร้องเพลงสลับบ้าง และกระถดไปพลิกปลาย่างบนก้อนเส้า

“ได้แล้วม่าย (ได้หรือยัง) ปลาช่อนย่าง กินแต่ส้มขามเปียก (มะขามเปียก) แสบปากแล้วเด้” ตาว่องร้องถาม ตาโผนลุกขึ้นเดินไปฉีกใบกล้วยแล้วเดินกลับมาวางตรงกลางวงก่อนจะยกปลาช่อนที่ควันร้อนลอยออกจากตัววางลงบนใบกล้วย

“จัดการได้เลยพี่น้อง !!” ตาโผนเชื้อเชิญ “ พวกสูแลข่าวมั่งม่าย (พวกเอ็งดูข่าว  บ้างมั้ย)? สุดท้ายหนีจนได้ !!” หลังเชื้อเชิญเพื่อนตาโผนก็เปิดประเด็น

“ข่าวไหร (ข่าวอะไร) ? ใครหนีใคร?” ตาว่องถาม

“อัยยา !! อดีตนายกนั่นแหล่ะ หนีแล้ว หนีคดี!!” ตาโผนพูดเสียงดัง

“เอาแหล่ะหล่าว (เอาอีกแล้ว) ไอ้บ้านี้ พอเหล้าเข้าปาก พอครึ้มๆ มาแล้วหล่าว (มาอีกแล้ว) การเมือง!!” ตาขำพูดว่า

“เอ๋า!! แล้วมันพันพรือ (แล้วมันเป็นยังไง) แหลงไม่ได้เหอ (พูดไม่ได้เหรอ) นายจับเหอ (ตำรวจจับเหรอ)? เราวิพากษ์วิจารณ์เพราะเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ใครจะว่าอะไร? ชิมิ?  แหลงอยู่ข้างเขา (ข้างภูเขา) ไม่ได้ไปแหลงใส่ไมค์ให้ใครฟัง มิเป็นไร เชื่อพี่บ่าว !!” ตาโผนพูดพลางยักคิ้วก่อนยกแก้วขึ้นกรึ๊บ  หยิบมะนาวผ่าซีกบีบน้ำมะนาวใส่ปาก โยนเปลือกมะนาวทิ้งและเริ่มระรานปลาช่อนที่เพิ่งคลายร้อนบนใบตอง

“แหลงมันก็แหลงได้ แต่ให้พอดีๆ ต้องถามตัวเราว่าเรารู้จริงแล้วม่าย ข้อมูลที่เอามาแหลง ถ้าไม่แน่ใจ อย่าแหลงดีหวา (อย่าพูดดีกว่า)” ตาขำพูดอย่างคนมีเหตุผล

“ไม่มีมูลหมามันจะขี้เหรอ หาม่าย (ไม่มี) ควัน ก็ไม่มีไฟ เชื่อกูตะ (เชื่อกูซิ)!!” ตาโผนพูด

“อันนั้นมันก็จริง กูเห็นด้วย กูก็แปลกใจ ไซร (ทำไม) ไปง่าย หนีง่ายจังวะ!!? ยุคนี้ยุคอะไรใครก็รู้  ไม่น่าเชื่อ” ตาว่องเริ่มเปิดประเด็น

“อา..นั่นแหล่ะๆ มึงแปลกใจ กูก็แปลกใจ หนีไปเหมือนใครบอกว่า  ไปตะ (ไปซิ) !!” ตาโผนรีบสวนกลับ “ สู้คดีอยู่ตั้งนาน สุดท้ายหนี กูว่าไม่ใช่แล้ว มันต้องมีซัมติงรอง !!” ตาโผนเคี้ยวเนื้อปลาไปพูดไป

“บ๊ะ!! ซัมติงรองเลยเหอ (เลยเหรอ)? ภาษาปะกิตเลยนะมึง ฮ่าฮ่าฮ่า” ตาขำหัวเราะก๊าก “ทำเฒ้า (ยุ่ง/เสือก) เรื่องเพื่อนกูยกให้พวกสูเลย” ตาขำหัวเราะหึหึก่อนยกแก้วขึ้นจิบและหยิบเนื้อปลาช่อนเข้าปาก

“กูทำเฒ้าไหร (กูยุ่งเรื่องอะไร) กูแหลงไปตามข่าว ข่าววงใน!!” ตาโผนเถียง

“วงในไหร (วงในอะไร) ? วงในหัวมึงอ่ะดิ ฮ่าฮ่าฮ่า คิดเอง แหลงเอง วังให้ดี (ระวังให้ดี) ได้เข้าหรางสักวัน (ได้ติดคุกสักวัน)” ตาขำพูดยิ้มๆ

“กูแหลงพันนี้แล้วโถก (ถูก) ขังหราง พอได้จับขังกันแหล่ะนายเหอ (พอได้จับขังกันแหล่ะคุณตำรวจ) เค้าแหลงกันทั่วบ้านทั่วเมือง น่าว่าหรางไม่พอขัง ฮ่าฮ่าฮ่า” ตาโผนหัวเราะชอบใจ

สามอาวุโสที่รวมอายุกันแล้วเกือบสองร้อยปี ยังคงนั่งถกเถียงกันไปมาอย่างได้ที่ ส่วนใหญ่แล้วตาขำคอยปรามและไม่ค่อยเห็นด้วยในประเด็นที่คุยกัน แต่ตาโผนและตาว่องเมามันในการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

“กูแปลกใจสุดๆ หายวับเหมือนล่องหนเลย อยู่ๆหาตัวไม่พบ คนนะไม่ใช่มด” ตาโผนพูด

“อัยยา !! กูว่าพอเหอะ จบประเด็น หยุดทำเฒ้าเรื่องเพื่อน เรื่องบ้านเมืองปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่เค้าตะ (ซิ) สนใจเรื่องตัวเองดีหวา (ดีกว่า)” ตาขำพยายามเปลี่ยนประเด็น

“ยัง ยัง กูยังแหลงเหลย (อีก) ยังไม่จบ!!” ตาโผนยังจะไปต่อ

“ไอ้โผนนนน อยู่ไหน กูบอกให้ไปขายปลา หายหัวอีกแล้วนะมึงงงงง” เสียงดังจากหน้าบ้าน

“งานเข้าไอ้คนทำเฒ้าเรื่องเพื่อนแล้ว!! ฮ่าฮ่าฮ่า”