Get Adobe Flash player

นั่นแหล่ะหมัน !! โดย..เชิงภู

Font Size:

ใต้ร่มไผ่ที่เก่าที่แปลสภาพจากที่นั่งก๊งน้ำสีขาวกันเมื่อวันก่อน วันนี้เปลี่ยนเป็นที่ทำปลาตากแห้ง สามหนุ่มเพื่อนเกลอที่เนื้อตัวเลอะขี้โคลนกำลังง่วนอยู่กับปลาเล็กปลาน้อยที่เหวี่ยงแหได้มาจากสระข้างทุ่งนา สามหนุ่มเหลือน้อยชวนกันไปตอนสายๆ ใกล้เที่ยงก็กลับกัน เพราะเหวี่ยงแหกี่ครั้งๆ ก็ได้ปลาจำนวนน้อยลงทุกทีๆ

“ไอ้ว่องมึงแยกปลาช่อนตัวเติบ (ตัวโต) ออกไปอยู่ถังโน่นนะ กูไว้ไปขายหล๊าดนัดหวันเย็น(ตลาดนัดตอนเย็น) หลายตัวอยู่ อีเยื้อนไม่ต้องมาบ่นว่ากูมาก” ตาโผนพูด

“ไอ้ขำอย่าแชตะมึง (อย่าช้าสิมึง) มาช่วยกูขูดเกล็ดปลาเอียดๆ (ปลาเล็กๆ) เอาขี้ปลาออก ตากแดด แห้งสองสามวันได้ขาย อีเยื้อนได้เบี้ย พวกมึงกะเมากับกูได้บาย (สบาย) หาม่าย (ไม่มี)เสียงบ่นแน่นอน!!” ผาโผนยังคงพูดต่อและพาดพิงถึงเมียสุดที่รักไม่รู้จบ

“ว่าจริงว่าเมียนะมึง น้องเยื้อนเมียมึงดีที่สุดแล้ว ทำมาหากิน เบอร์ (หวย) ไม่ซื้อ แหลงเรื่องเพื่อนไม่แหลง (ไม่นินทาใคร) ทำแต่งาน” ตาขำเอ่ยชมภรรยาของเพื่อนซี้ที่เคยเป็นเพื่อนเก่าสมัยเด็กๆของตัวเอง

“กูก็รู้เมียกูมันดีเรื่องทำมาหากินแต่มันปากมาก ปากตร๊อก (จู้จี้ขี้บ่น)” ตาโผนยังไม่วายว่า

“ปากตร๊อกเพราะมึงนั่นแหล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่เข้าท่า ขี้คร้าน !!” ตาว่องที่แยกปลาอยู่พูดพลางหัวเราะ

“เอ๊า !! แล้วว่ากูไซร (ว่ากูทำไม) กูถึงไม่หยั๊น (ขยัน) แต่กะไม่ขี้คร้าน ฮ่าฮ่าฮ่า” ตาโผนชมตัวเอง “ ถ้ากูรวยเหมือนคนที่เค้ารวยๆ ป่านฉะนี้กูไม่ต้องให้เมียทำไหรแล้ว ดัดผมแต่งหน้าทำสวยอย่างเดียวเลย ฮ่าฮ่าฮ่า ..แต่กูเห็นคนรวยๆ สุดท้ายก็ตกม้าตาย เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นโรงขึ้นศาลกันอยู่ลุยเสียเหม็ด (เป็นเรื่องเป็นราวมากมายเยอะแยะ) ฉะนั้นอยู่แบบกูเป็นกูนี่แหล่ะดีแล้ว”

“จริงเหมือนมึงว่า กูเห็นด้วย รวยไปก็เท่านั้นแหล่ะ ถ้าที่ไปที่มาของความรวยไม่ชัดเจน” ตาว่องพูดเสริม

“เอาแหล่ะหล่าว (เอาอีกแล้ว)!! มึงอยู่ไม่ได้เหอถ้าไม่ได้แหลงเรื่องเพื่อน พุงขึ้นว่าพรือ (อยู่ไม่ได้เหรอถ้าไม่ได้พูดเรื่องคนอื่น จะปวดท้องเหรอ)?” ตาขำว่าทันที

“เออ กูพุงขึ้น ฮ่าฮ่าฮ่า” ตาโผนหัวเราะชอบใจไม่ถือสาคำพูดเพื่อนซี้“ อย่าคิดมากแหล่ะ ข่าวดังทั่วบ้านทั่วเมือง เราคนเสพข่าว แหลงไปตามข่าวออก พรือไหรล่ะ (จะเป็นไรไปล่ะ)?” ตาโผนพูดก่อนจะยกมือขึ้นหยิบใบไผ่แห้งที่ร่วงลงซบเส้นผมหยิกกระเซิงทิ้งไป

“คนทำผิดก็ต้องติดหราง (ติดคุก) มันโถกต้อง (ถูกต้อง) แล้ว” ตาว่องยังเสริมต่อ

“ว่าพันนั้น (อย่างนั้น) ติดๆไปเลย อยู่ในหรางพอคิดได้คิดเป็น ทบทวนตัวเอง เดี๋ยวก็ได้ออก ฮ่าฮ่าฮ่า” ตาโผนพูดแล้วก็หัวเราะชอบใจ

“ไอ้บ้านี่!! แหลงควั่นๆ (พูดบ้าๆ)” ตาขำพูดว่า “แจ้งนายจับดีหวา (แจ้งตำรวจจับดีกว่า) พาคนปากดีไปขังหราง” ตาขำยังพูดต่อ

“กูถ้าโถก (ถูก) ขังหราง น่าว่า (คง) ได้อยู่ยาว หาม่ายเบี้ย (ไม่มีเงิน) ประกัน อีเยื้อนได้ขายเขา (ขายภูเขา) กูว่า.. ฮ่าฮ่าฮ่า” ตาโผนพูดขำๆ

“แล้วเรื่องราวมันเป็นพันพรือ (เป็นยังไง) เล่าให้ควังถิ (เล่าให้ฟังหน่อย) พ่อคนเสพข่าว ” ตาขำถาม เรื่องราวก็ออกจากปาก ปากเล่าไปมือก็ขอดเกล็ดควักไส้ปลาออกส่ายล้างน้ำเสร็จก็โยนลงในกะละมัง

...มันเป็นเรื่องของคนที่เป็นคนดีนั่นแหล่ะ แต่ความคิดบางอย่างมันคงจะแทรกซ้อนเข้าไปในหัว ทำให้เกิดความคิดชั่ววูบทำในสิ่งที่ผิดพลาด กูฟังข่าวแลข่าวในโทรทัศน์ ตามข่าวเค้าบอก มันก็เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แม้จะชดใช้ตกลงกันเรียบร้อยแล้วแต่มันผิดกฎหมายฉะนั้น กฎหมายก็ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง  เมื่อสืบสวนสอบสวนแล้วสุดท้ายผิดจริงๆ มันก็ต้องว่ากันไปตามโถกผิด แต่นั้นแหล่ะ ศาลมันมีหลายชั้นศาล ศาลชั้นต้นบอกว่าผิด ยังไปยื่นต่อที่ศาลอุทธรณ์ได้

“บ๊ะ!! มึงนี่ไม่ธรรมดานะไอ้โผน รู้จักศาลแต่ละชั้น บ๊ะ!! กูนับถือพอถิ” ตาว่องแซว

“อ้อ กูไม่ใช่แก่แล้วแก่เลย ใหญ่ลูกพร้าว เฒ้าลอกอ (ใหญ่ลูกมะละกอ) นะเฟ้ย กูนอนแลแต่โทรทัศน์ แต่ได้ประโยชน์นะ..จะบอกให้” ตาโผนคุยโว

“แต่กูแปลกใจไม่หาย คนเราปกติเป็นคนดี ทุกคนเค้าก็เห็นว่าเป็นคนดี สุดท้ายแล้วทำผิดพลาดได้พรือวะ (ได้ยังไง)? ไม่น่าเชื่อ ไอ้ไหร (อะไร) ไปดลใจให้ทำ สุดท้ายกลายเป็นคนทำผิดไปเฉยเลย” ตาโผนยังคงร่ายต่อ

“เรื่องดีก็เรื่องหนึ่ง เรื่องทำผิดพลาดก็เรื่องหนึ่ง ต้องแยกกันนะ” ตาขำเอ่ยขึ้นบ้าง

“ใช่แล้ว มึงแหลงโถก (ถูก) แต่คนเราถ้าทำผิดและยอมรับโทษมันก็ได้นะ ชีวิตมันไปต่อได้เสมอแหล่ะ” ตาว่องพูดเป็นงานเป็นการ “เรื่องเบี้ยเรื่องปัด (เรื่องเงินๆทองๆ) มันไม่เข้าใครออกใครหรอก ว่ามั้ย? เป็นคนดีก็จริงแต่บางทีความโลภมันก็บังตา ใครทำไหรกะได้งั้น (ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น) เนอะ!!” ตาว่องพูดอย่างเข้าใจ

“อัยย๊ะ!! อย่าไปสนใจเรื่องเค้ามาก สนใจตัวเองเถอะ เค้าติดหรางหรือไม่ติดหราง เบี้ยเค้ายังกะลุยเสียแหม็ด (เงินเค้ามีเยอะแยะ) พวกมึงมีกี่บาทในเป๋า (ในกระเป๋า)?” ตาขำถาม

“นั่นแหล่ะหมัน (ถูกต้องแล้ว) พี่น้องเหอ... เงินน่ะมีมั้ย !! ? ”