Get Adobe Flash player

นวลทองสำลีศรีมาลา โดย..เชิงภู

Font Size:

ควันไฟลอยขึ้นจากเตาฟืนที่อยู่ข้างบ้านไม่นานนักกลิ่นเคยจี (กะปิปิ้ง) ก็ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ไหมที่ช่วยป้าจันทร์อยู่ในบ้านจัดเก็บเครื่องอุปกรณ์มโนราห์ทำจมูกฟุดฟิด ก่อนจะอมยิ้มน้อยๆ เพราะเริ่มจำได้ทุกครั้งที่กลับมาบ้านเมนูที่ลุงจะทำให้กินอยู่เสมอคือ น้ำชุบ (น้ำพริก) และเคยจีคือส่วนผสมหลัก

“เที่ยงนี้ได้กินแม่น (แน่นอน) น้ำชุ ” ไหมพูดยิ้มๆ ป้าจันทร์ที่ยืนฟังอยู่นั้นก็อดอมยิ้มไม่ได้ เธอรู้ดีว่าลุงต้อยรักไหมมากแค่ไหน ป้าจันทร์แอบมองสาวตาคมข้างๆ ก็อดภูมิใจไม่ได้กับการเลี้ยงดูที่มีให้และเด็กหญิงไหมเติบโตเป็นเด็กดี ขยันเรียน มีงานมีการทำ แต่ละเดือนก็ส่งเงินเข้าบัญชีให้ตลอดๆ ชนิดที่ว่าเธอกับลุงต้อยไม่ต้องไปทำมาหากินที่โรงโนราห์ก็มีใช้จ่ายได้สบายๆ

“มาตะ (มาซิ) สาวๆ กับข้าวเสร็จแล้วเด้” เสียงร้องเรียกแบบกลอนโนราห์จากในครัวของอีกฝั่งบ้านดังขึ้น สองสาวต่างวัยที่จัดเก็บทุกอย่างเรียบร้อยแล้วไม่รอช้าเดินเข้าครัวทันที ทุกอย่างวางอยู่บนเสื่อ สองสาวล้างมือเสร็จก็เข้าไปนั่งล้อมวง

“ว่าออ ว่าออออ ว่าศรีมาลา มาตะสาวสาว มื้อนี้พี่บ่าวทำของหรอยให้กิน แม่น่ะ ..ถ้วยนั้นน้ำชุบ หอยจุ๊บอยู่นี่ แล้วนั่นเคยจี ยังเหลือให้กินนนนนน แม่น่ะ....” ลุงต้อยยกมือร่ายรำและร้องบทกลอนมโนราห์เชิญชวนสองสาวกินมื้อเที่ยง

“กินข้าวกะยังขับบทโนราห์ (ร้องกลอนโนราห์) ไม่ธรรมดาลุงฉัน” ไหมชมลุงแต่คนถูกชมไม่สนใจอะไรแล้ว มือจุ่มลงในน้ำที่อยู่ในถ้วยล้างมือสบัดๆ ตักน้ำชุบลงถ้วยข้าวใช้มือคลุกเคล้าแล้วเปิบเป็นคำส่งเข้าปาก

“กินข้าวกับน้ำชุบ กับแกงหอยมันต้องกินพันนี้ (แบบนี้) กินกับมือ ” ลุงต้อยพูดข้าวเต็มปากเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อยสองสาวไม่รอช้าลุยกินตามทันที

“ป้ายัง (มี) แผ่นซีดีที่เป็นบทร้อง การขับบทของโนราห์เหลือมั่งม่าย (หรือเปล่า) ที่เอาไปเที่ยวก่อนสองแผ่นฟังไม่ได้แล้ว สงสัยฟังมากเกิน ” ไหมเอ่ยถาม

“ยังตั้งหลายแผ่น ก่อนกลับไปเลือกเอานะ” ป้าจันทร์บอก

“แล้วป้ายังแผ่นที่ร้องขับบทประวัติความเป็นมาของโนราห์ม่ายคะ อยากได้มากเลย เอาไปเปิดให้เพื่อนๆที่ออฟฟิศฟัง” ไหมยังคงพูดต่อ

หลังอิ่มมื้อเที่ยงและเก็บกวาดในครัวเรียบร้อยแล้วสองป้าหลานอยู่บนตะแคร่ ป้าจันทร์เอาเสื้อผ้ามานั่งสอยต่อ ไหมนอนอยู่ข้างๆ พลิกแผ่นซีดีไปมา

“จริงๆสมัยนี้เค้าไม่ค่อยใช้แผ่นซีดีกันแล้วนะ อยากแล (ดู) อะไร ก็เปิดอากู๋ (กูเกิ้ล)ได้เลย แต่ถ้าอยากแลเต็มๆก็ต้องเอาแผ่นซีดีไปเปิดนี่แหล่ะ รับรองชัดเจน” ไหมพูด

ว่าออ ว่าออออ ว่าศรีมาลา......เสียงทำบท (ร้องเพลงโนราห์) ดังมาจากข้างป่ากล้วย ลุงต้อยนั่นเองกำลังตัดกล้วยน้ำว้าเครือใหญ่ที่ลูกเริ่มเหลืองแล้ว 

“ศรีมาลา ชื่อใครล่ะป้า ได้ยินบ่อยๆเลยเวลาเค้าร้องโนราห์” ไหมถามสีหน้าสงสัย

...ศรีมาลาเป็นเมียชาวเมือง เป็นเรื่องราวประวัติของโนราห์  พระยาสายฟ้าฟาดเป็นชาวเมืองเมืองพัทลุงในสมัยไหนโย้ไหนโย่ (สมัยนานมาแล้ว) มีเมียชื่อนางศรีมาลาอยู่กันมานานก็ยัง (มี) ลูกสาวชื่อนวลทองสำลี ลูกสาวนั้นพอคลอดออกมาก็ชอบร้องรำทำเพลงรำได้ทั้งวัน รำสวยมาก พอเติบ (โต) เป็นสาวก็ฝันว่ามีเทพธิดามารำให้แล (ดู) มีท่ารำสิบสองท่าเป็นท่าร่ายรำที่สวยงามมาก เมื่อตื่นนวลทองสำลีก็ฝึกรำกับพวกนางกำนัลจนรำได้หมดทั้งสิบสองท่า อยู่มาวันหนึ่งนวลทองสำลีอยากกินเกสรดอกบัวเมื่อนางกำนัลไปหามาให้กินก็ตั้งท้อง  ไม่นานพระยาสายฟ้าฟาดแวะไปเยี่ยมลูกสาวเพื่อจะให้ลูกรำถวายและเห็นว่าลูกสาวท้องก็โกรธสอบถามแล้วไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ก็สั่งลอยแพนวลทองสำลีกับนางกำนัลทั้งหมด  ทุกคนถูกลอยแพไปติดอยู่บนเกาะต่อมานวลทองสำลีคลอดลูกเป็นลูกชายก็สอนให้รำจนลูกชายรำได้สวยงามและตระเวนรำแลกเงินทั่วไป จนข่าวรู้ไปถึงพระยาสายฟ้าฟาดว่ามีเด็กชายคนหนึ่งรำได้สวยงามมาก ก็ให้ทหารมารับไปรำในวัง เมื่อพระยาสายฟ้าฟาดได้เห็นเด็กชายก็ให้รู้สึกว่าเหมือนกับลูกสาวของตัวเองมาก เมื่อถามไถ่จึงได้รู้ว่าเป็นหลานของพระองค์เอง ก็ประทานเครื่องแต่งกายที่เป็นลักษณะเดียวกับของพระองค์ให้เด็กชายใส่รำมโนราห์นั่นก็คือเครื่องทรงของกษัตริย์  และให้บรรดาศักดิ์ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ขุนศรีศรัทธา .....สรุปแล้วศรีมาลาก็คือย่าของโนราห์นั่นแหล่ะ...  ป้าจันทร์สรุปให้ตอนท้าย

“แล้วนวลทองสำลีล่ะป้าหายไปไหน กลับเข้าวังพร้อมกับลูกม่ายล่ะ?” ไหมถาม

“พระยาสายฟ้าฟาดให้ทหารไปรับ แต่นวลทองสำลีไม่ยอมกลับ ยืนยันจะอยู่บนเกาะนั่นแหล่ะ สงสัยงอนพ่อ” ป้าจันทร์เล่าและหัวเราะเบาๆ

“น่างอนอยู่เหมือนกันนะสั่งลอยแพ ไม่ได้ทำผิดไหร (อะไร) แค่ท้องกับเม็ดบัว”ไหมพูดขำๆ

“แต่สุดท้ายก็ได้เข้าวังนั่นแหล่ะ พระยาสายฟ้าฟาดสั่งทหารให้มัดขึ้นเรือ ก็เลยได้เข้าวัง” ป้าจันทร์เล่าต่อ

“อ้อ เดี๋ยวป้า เดี๋ยวๆค่ะ เพิ่งนึกออก แสดงว่าโนราห์เป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง” ไหมพูด

“ใช่แล้ว โนราห์คนแรกเป็นผู้ชาย ส่วนมากคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้หญิง” ป้าจันทร์ยืนยัน

“ถ้าพันนั้น (อย่างนั้น) ต้องเรียกว่า ..นายโนราห์ !!”