Get Adobe Flash player

ไปส่งอยู่หัว โดย..เชิงภู

Font Size:

เสียงหวูดรถไฟดังครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ยังคงเห็นลุงไข่นั่งอยู่ที่เดิมบนเก้าอี้ไม้ยาวหน้าชานชาลา การเดินทางไกลไปเมืองกรุงในครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้ไม่น้อย เพราะไม่ได้ไปเยี่ยมลูกที่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว ลุงไข่ยังมีจุดหมายอื่นด้วย

กระเป๋าเงินสีคล้ำใบเก่าที่ข้างในมีแบงค์พันอยู่สองใบ และแบงค์ยี่สิบอีกสามสี่ใบนอกนั้นก็เป็นเศษเหรียญ มือเหี่ยวกร้านดำพับกระเป๋าสตางค์เก็บเรียบร้อยก่อนจะยัดใส่ถุงพลาสติกที่เคยใสลูบปิดเรียบร้อยแล้วยัดลงกระเป๋ากางเกง

ลุงไข่อายุหกสิบกว่าๆ ร่างกายจัดว่ายังคล่องแคล่วว่องไวอยู่เพราะเป็นคนทำไร่ทำนาออกกำลังอยู่กลางทุ่งมาตลอดทั้งชีวิต วันนี้แต่งชุดสีดำทั้งชุดเสื้อเชิ้ตตัวเก่ากางเกงผ้ารองเท้ากระเป๋าสะพายทุกอย่างดูเก่าและเป็นสีดำ ตั๋วรถไฟที่อยู่ในมือบอกเวลาขึ้นรถตอนห้าโมงเย็น แต่ลุงไข่ให้เจ้าเปี๊ยกหลานชายขับรถมอเตอร์ไซด์มาส่งที่สถานีรถไฟตั้งแต่หัววัน เลยต้องนั่งรอรถขบวนที่ต้องการจะไปนานหน่อย

เสียงหวูดรถไฟดังอีกครั้งคนที่นั่งจนเมื่อยแล้วเมื่อยอีกลุกขึ้นบิดเนื้อตัวสะพายกระเป๋าเสร็จสอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกงคลำตั๋วแล้วก็เดินออกไปยืนรอรถไฟที่เห็นเหมือนงูเลื้อยตรงเข้ามา ตำรวจรถไฟประกาศให้ผู้โดยสารยืนห่างจากตัวรถและให้ผู้โดยสารบนรถลงก่อน  เมื่อรถจอดสนิทลุงไข่ก้าวขึ้นรถทันทีเพราะประตูรถไฟตรงที่แกยืนอยู่ไม่มีคนลง แกสอดส่ายสายตาหาที่นั่งก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะที่นั่งที่ว่างบนรถไฟมีมากกว่าที่คิดไว้ ตอนแรกก็หวั่นใจว่าจะไม่มีที่นั่งแต่เมื่อเห็นแบบนี้ลุงไข่ก็เบาใจ

ตอนที่บอกลูกสาวไปว่าจะขึ้นไปกรุงเทพฯ ผู้เป็นลูกโอนเงินให้เพื่อจองตั๋วรถไฟชั้นนอนหวังจะให้ผู้เป็นพ่อนั่งรถไฟไปอย่างสบายๆหน่อย แต่ลุงไข่กลับเก็บเงินไว้และเลือกจองตั๋วชั้นสาม เพื่อจะช่วยลูกประหยัดเงินเพราะตอนขากลับลูกคงต้องให้แกอีก ถ้าแกประหยัดไว้ตอนขากลับจะเอาเงินที่ยังเหลืออยู่จองรถไฟชั้นนอนเดินทางกลับบ้าน

ลุงไข่เลือกที่นั่งข้างหน้าต่าง ฝั่งตรงกันข้ามเป็นผู้ชายอายุคงจะรุ่นราวคราวเดียวกันแต่ดูภูมิฐานเหมือนคนมีความรู้สวมหมวกแบบชาวมุสลิมทั่วๆไป นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ได้สนใจผู้โดยสารที่เดินผ่านไปผ่านมาเลือกหาที่นั่ง

“ หวัดดีครับ ตรงนี้คงจะว่างอยู่นะ ” ลุงไข่ทักทายทันทีเมื่อรถไฟเริ่มเคลื่อนตัวออกและคนที่นั่งตรงกันข้ามเงยหน้าขึ้นมองมา พูดเสร็จก็ส่งยิ้มซื่อๆให้หวังผูกมิตรไมตรี

“ ว่างครับผม นั่งได้ตามบายเลย ช่วงนี้คนเดินทางยัง (มี) ไม่มาก แต่อีกสองสามวันไม่แน่ครับ รถอาจจะแน่นก็ได้ ” คนตรงหน้าตอบและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

รถไฟแล่นไปข้างหน้าเอื่อยๆ ลมพัดเข้าหน้าพอให้สดชื่น สองข้างทางผ่านทั้งคูคลองและท้องนาที่ฉากเบื้องหน้าคือภูเขาสวย แดดอ่อนแรงลงดวงอาทิตย์กำลังจะตกลงเขาฝั่งทางโน่น  ลุงไข่หยิบห่อข้าวที่ห่อด้วยถุงพลาสติกและด้านในเป็นใบตองข้างในใบตองเป็นข้าวสวยและปลาเค็ม เปิดออกปั๊บกลิ่นก็ฟุ้งพอให้น้ำลายสอ

“ กินข้าวเย็นครับผม ” ลุงไข่เอ่ยชวนคนตรงหน้า

“ ตามบายครับ ผมไม่กินมื้อเย็น ขอบคุณครับ “ คนตรงหน้าตอบอมยิ้มให้กับคนเอ่ยชวน

หลังมื้อเย็นและล้างมือล้างช้อนเก็บในกระเป๋าเสร็จแล้ว ลุงไข่ดึงขวดน้ำเก่าที่ใส่น้ำฝนไว้ข้างในกระเป๋าออกมาดื่มอิ่มแล้วก็ปิดฝาเรียบร้อยเก็บเข้ากระเป๋าเหมือนเดิม

“ พี่จะไปไหนครับ” คนตรงหน้าเริ่มชวนคุยเมื่อเห็นลุงไข่จัดการมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว

“ ผมไปเยี่ยมลูกสาวทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และตั้งใจไปเข้าวังไปร่วมงานเผาพระศพในหลวงร.9 ขออภัยถ้าผมใช้คำไม่ถูก ไม่รู้อิแหลงว่าพรือ (ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไร) ” ลุงไข่พูด

“ ไม่ใช่ปัญหาครับ ท่านอยู่เหนือหัวเราอยู่แล้ว ” อีกฝ่ายตอบยิ้มๆ “ แล้วจะไปพักตรงไหนจะไปยังไงวันนั้นน่ะ” คนตรงหน้าถามต่อ

“ ลูกสาวผมพักอยู่แถวๆ อนุสาวรีย์ชัยฯครับ ไปไม่ยากครับผม ไปพร้อมกับลูกสาว แรกต้นปี(เมื่อต้นปี) เดือนมีนาคมผมขึ้นไปหนหนึ่งแล้วครับ ไปกราบพระบรมศพ เมื่อกราบเสร็จก็ตั้งใจว่าจะวันถวายพระเพลิง..แหลงพันนี้ (พูดแบบนี้) น่าว่าถูกต้อง (คงจะถูกต้อง) ก็ตั้งใจว่าวันถวายพระเพลิงผมจะต้องไปให้ได้ครับ ที่จริงทุกจังหวัดเค้าก็ทำพิธีพร้อมๆกัน แต่ผมอยากไปให้ถึง” ลุงไข่บอกความมุ่งมั่นในการเดินทางครั้งนี้  “ แล้วคุณล่ะ ไปไหน ” ลุงไข่ถามต่อ

“ ผมไปเยี่ยมลูกบ่าว (ลูกชาย) ทำงานอยู่ที่นนบุรี (นนทบุรี) และจุดหมายปลายเดียวกันครับ วันที่ 26 ตุลา จะไปร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเหมือนกับพี่นั่นแหล่ะ” คนตรงหน้าบอก ก่อนจะหยิบขนมจากถุงข้างตัวส่งให้ลุงไข่ คือมิตรภาพบนรถไฟที่ลุงไข่พบเสมอๆ

สองข้างทางที่รถไฟแล่นผ่านเริ่มมืดลง ชายสองคนที่วัยไล่เลี่ยกันนั่งคุยกันถูกคอ จากเรื่องนั้นสู่เรื่องนี้

“ ผมจำความได้ ผมก็เห็น ร.9 แล้ว เห็นสิ่งที่ท่านทำผ่านข่าวโทรทัศน์ ชื่มชนท่านหนักหนา ไม่อยากให้ท่านจากไปเลย  ” ลุงไข่ยังคงพูดสิ่งที่อยู่ในใจ

“ ใครๆก็รู้สึกแบบนั้นครับ” คนตรงหน้าพูดยืนยัน

“ ผมก็เลยตั้งใจ จะไปให้ได้ ไปส่งอยู่หัว !! ”