Get Adobe Flash player

เที่ยวสวนสมลม โดย..เชิงภู

Font Size:

คูเล็กๆที่เต็มไปด้วยน้ำเพราะเป็นช่วงหน้าฝน บนผิวน้ำใบไผ่ลอยละล่องบางใบลอยทันกันเกาะเกี่ยวกันพักอยู่ด้านข้างเพราะลอยไปติดซากกิ่งไผ่ที่ขวางลำอยู่ แต่หลายใบก็พยายามดันตัวเองตามแรงน้ำผลักไหลไปข้างหน้า  ตาฉายที่ช่วงนี้หยุดไปเลี้ยงวัวที่ทุ่งกว้างแล้วใช้เวลาส่วนใหญ่ทั้งวันพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยตามประสาคนแก่ไม่อยู่นิ่ง

“สวัสดีคับคุณตาฉาย วันนี้เฝ้าเริน (เฝ้าบ้าน) เหมือนเดิมใช่มั้ยคับ” มอมเพื่อนซี้ต่างวัยที่เคยตามไปเลี้ยงวัวกลางทุ่งใกล้วัดยังตามติดมาถึงบ้าน

“วันเสาร์ก่อนไปไหนล่ะ ไม่เห็นมาหาตา” ตาฉายถามยิ้มๆ

“ผมไปธุระที่หาดใหญ่กับแม่คับผม” มอมตอบและใช้สายตาสำรวจคนข้างหน้า“ ตาเดินเหินได้สะดวกแล้วนิ แต่ไปเลี้ยงวัวไม่ได้แล้วใช่มั้ย?” มอมถาม เพราะตั้งแต่ตาฉายป่วยไม่สบายหนักอยู่เกือบอาทิตย์เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้เป็นหลานก็ได้กลับมาอยู่ด้วยชื่อก้อน มอมยังไม่เคยได้เห็นหน้ารู้แค่ว่ามาอยู่กับตาฉายและเป็นโคบาลแทนตาฉายด้วยเอาวัวไปเลี้ยงกลางทุ่งทุกวัน

“ไปก็ไปได้ แต่อย่าไปดีหวา (ดีกว่า) ยัง(มี) คนเลี้ยงให้แล้วนิ” ตาฉายตอบยิ้มๆ “มึงมาแล้วก็ไปเดินในสวนสมลมกับตา ไป ตาไปแล (ดู) ต้นไม้ต้นหญ้าสักหน่อย แดดเริ่มแรงแล้วยุงไม่มากแล้ว” ตาฉายเอ่ยชวน

“สวนไหรหล่าว (สวนอะไรอีก) สวนสมลม?” มอมเดินตามอย่างว่าง่ายแต่ไม่วายตั้งคำถาม

“สวนสมลมหรือว่าสวนสมรม เป็นชื่อสวนของภูมิปัญญาของคนภาคใต้ ปลูกต้นไม้ ผักหญ้ารวมกันหลายๆอย่างให้มันดูแลกันเอง ตามมาแลตะ(ตามมาดูซิ)” ตาฉายที่เดินนำหน้าบอก

ด้านหลังบ้านไม้เก่าไม่ไกลนักมอมพึ่งจะรู้ว่ามีสวนร่มรื่นเขียวครึ้มซ่อนอยู่ แม้วันนี้ฝนไม่ตกและแดดจะแรงมากแล้วแต่พื้นดินพื้นหญ้ายังคงชื้น ต้นมะพร้าว ต้นขนุน มะยม เงาะ กล้วย ละมุด มะละกอ จำปาดะ น้อยหน่า พริก ตำลึงเขียวเข้มเลื้อยไปทั่ว มอมตื่นตาตื่นใจกับภาพตรงหน้า

“อัยยา..ตาไม่บอกเลยว่าหลังบ้านยัง(มี)สวนใหญ่” มอมพูดน้ำเสียงตื่นเต้น

“มันยังมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่ตาไม่ค่อยได้ดูแล พอไอ้ก้อนมาอยู่ด้วยมันเข้ามาถากถาง มาช่วยดูแลให้เลยเข้ามาเดินได้แล้ว แต่ก่อน(เมื่อก่อน)มันรกเข้ามาไม่ได้” ตาฉายบอก

เข่งใบเก่าวางอยู่ข้างทาง มอมเก็บลูกมะพร้าวแก่ที่ร่วงอยู่บนดินใส่ในเข่ง ส่วนตาฉายเอื้อมมือเก็บยอดตำลึงที่ทางมะพร้าวต้นเตี้ย มอมวิ่งไปวิ่งมาเก็บโน่นเก็บนี่สอยมะกอสุกใส่เข่ง พริกเม็ดสีแดงบางเม็ดนกจิกกัดกินไปบางส่วน มอมเก็บได้เยอะพอสมควรใส่ใบตองห่อแล้ววางลงในเข่ง ใต้ต้นขนุนกลิ่นหอมลอยมาอ่อนๆ มอมพยายามมองหาที่มาของกลิ่นสักพักเห็นขนุนลูกใหญ่สงสัยกระรอกคงเจาะเห็นเนื้อขนุนสุกเหลือง

“ตาคับๆ ขนุนสุกลูกเติบ (ใหญ่) เลย” มอมตะโกนบอกพร้อมชี้ให้ดู

“เออ..ไว้งั้นแหล่ะ ไอ้ก้อนกลับมาค่อยให้มาจัดการ” ตาฉายพูด

สองหนุ่มต่างวัยนั่งอยู่บนขอนไม้ปากกัดลูกน้อยหน่าสุกหอมกินอย่างเอร็ดอร่อย ข้างๆกล้วยสุกอีกหลายลูกที่มอมบิดออกจากหวีเอามาวางไว้ ลมพัดแรงกาบหมากแห้งร่วงหล่น เสียงนกร้องจิ๊บๆ บรรยากาศสดชื่นและสงบเงียบมาก

“สวนสมลมหมายความว่าพรือ(อย่างไร)ล่ะตา?” มอมถามเมื่อจัดการน้อยหน่าหมดแล้ว

“มันเป็นสวนปลูกต้นไม้หลายอย่างผสมๆกัน ทั้งต้นไม้โต ต้นไม้เล็ก ผัก พริก พวกผักสวนครัว ขิง หัวข่า ไคร (ตะไคร้) อาย..ลุยเสียแหม็ด!! ดูแลมันบ้าง ถอนหญ้าถากถางอย่าให้มันรกไป แต่ไม่ต้องใส่ปุ๋ยอะไรมากมาย ต้นไม้มันดูแลซึ่งกันและกัน ใบไม้จากต้นไม้ใหญ่หล่นลงเป็นปุ๋ย ชื้นอยู่ตลอดไม่แห้งแล้งเพราะต้นไม้เพ (ต้นไม้ทั้งนั้น) เค้าเรียกว่าให้ธรรมชาติมันเกื้อกูลกันเอง เป็นเหมือนสวนของครอบครัวไม่ต้องไปซื้อผักหญ้าที่หล๊าด(ตลาด) มีผลไม้ให้กินตลอดๆ กินไม่หมดก็ขาย” ตาฉายเล่าอย่างสบายใจ

“คล้ายๆ เศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงร.9 เลยนิ” มอมพูด

“ก็คล้ายกันแต่เศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงท่านชัดเจนกว่านี้ แบ่งพื้นที่ทำกินชัดเจน แต่ส่วนสมลม เป็นความคิดของคนสมัยเก่าปลูกโน่นปลูกนี้ไปเรื่อยไม่มีตายตัว ไว้กินไว้ขาย ได้เพ(ได้ทั้งนั้น)” ตาฉายบอก

“แล้วตาได้ขายมั่งม่าย(รึเปล่า)?” มอมถามทั้งกล้วยเต็มปาก

“ตาไม่ขายหรอก เพื่อนบ้านแถวนี้เค้ามาเก็บไปกิน ตาไม่ว่าไหร (ไม่ว่าอะไร)” ตาฉายตอบ

“ต้นไม้พวกนี้ตาปลูกเองทั้งหมดเหอ (เหรอ)?” มอมถามอีก

“ปลูกมาก่อนหน้าที่ตาจะปลูกพวกต้นไม้ใหญ่ๆน่ะสวนนี้มันเป็นมรดกตกทอด” ตาฉายบอก

มอมเดินลากเข่งตามหลังตาฉาย มาถึงปากทางสวนใบชะพลูเขียวสดยอดกำลังน่ากินตาฉายก็ชวนมอมเด็ดใบเก็บใส่แข่ง หันไปเจอยอดผักบุ้งริมคูมอมก็อาสาเก็บให้ ทั้งใบชะพลูและผักบุ้งยอดงามเต็มแข่งพอดี

“ไป หลบเรินดีหวา (กลับบ้านดีกว่า) ตาเปรี้ยวปากอยากกินหมากแล้ว” ตาฉายเอ่ยชวน

“มึงเนือยข้าวม่าย (หิวข้าวหรือเปล่า)” ตาฉายที่อยู่บนบ้านถามมอมที่ล้างเท้าเสร็จกำลังย่างขึ้นบ้าน

“พอถามปั๊บ ผมเนือยเลย” มอมตอบยิ้มๆ “ตาทำไหร (ทำอะไร) กินล่ะ?” มอมถาม

“แกงสมลม”